วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน (3 ก.ค.60)

ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังการขุดเจาะน้ำมันดิบของสหรัฐ ลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน

+ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 7 หลังได้รับแรงหนุนจากการขุดเจาะน้ำมันดิบของสหรัฐ ที่ปรับลดลงครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน ม.ค. 60 หลังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องกว่า 23 สัปดาห์ติดต่อกัน โดย Baker Hughes รายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด วันที่ 30 มิ.ย. ปรับลดลง 2 แท่นมาอยู่ที่ระดับ 756 แท่น

+ ราคายังได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้น้ำมันของจีนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของเศรษฐกิจทั้งภาคอุตสาหกรรมและบริการของจีน โดยดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีนปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 51.2 มาอยู่ที่ 51.7 ในเดือน มิ.ย. 60 นับเป็นการขยายตัวต่อเนื่องกว่า 11 เดือนติดต่อกัน สวนทางกับนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะปรับลดลงมาอยู่ที่ 51.0 ในขณะที่ ดัชนี PMI ภาคบริการปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 54.9 ซึ่งเป็นระดับที่สูงสุดในรอบ 3 เดือน เนื่องจากการลงทุนในภาคก่อสร้างขยายตัวขึ้น

- อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบยังคงได้รับแรงกดดันจากอุปทานน้ำมันส่วนเกินที่ยังไม่คลี่คลายในเร็วนี้ จากผลสำรวจของ Reuters พบว่าในเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมาปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มโอเปคทั้ง 14 ประเทศ ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 280,000 บาร์เรลต่อวันจากเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่ระดับ 32.72 ล้านบาร์เรลต่อวัน หลังไนจีเรียและลิเบียเพิ่มปริมาณการผลิตขึ้นต่อเนื่อง โดยกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นมาจากไนจีเรียหลังสามารถกลับมาผลิตและส่งออกน้ำมันดิบ Forcados ซึ่งมีกำลังการผลิตประมาณ 200,000 - 250,000 บาร์เรลต่อวัน

- ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของลิเบียล่าสุดปรับเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 885,000 บาร์เรลต่อวัน มาอยู่ที่ระดับ 1 ล้านบาร์เรลต่อวันเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าจะปรับเพิ่มการผลิตไปสู่ระดับดังกล่าวภายในสิ้นเดือน ก.ค. หลังสามารถเจรจาแก้ไขปัญหาสัญญาการผลิตกับบริษัทน้ำมันต่างชาติได้

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสิงคโปร์ที่ปรับตัวสูงขึ้นสูงสุดในรอบสองสัปดาห์ที่ประมาณ 11.15 ล้านบาร์เรล อย่างไรก็ตาม ราคายังได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ในภูมิภาคที่ทรงตัวอยู่ในระดับดี

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ในภูมิภาค โดยเฉพาะ อินเดีย ที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ประกอบกับ ปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังสิงคโปร์ที่ปรับตัวลดลงต่ำสุดในรอบ 6 เดือนที่ประมาณ 9.99 ล้านบาร์เรล


ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

         ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 43-48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

         ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 45-50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ คาดจะปรับตัวลดลง จากโรงกลั่นน้ำมันดิบในสหรัฐ ที่มีแนวโน้มคงกำลังการกลั่นในระดับสูงต่อเนื่อง รวมถึงปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบของสหรัฐ จากตะวันออกกลาง โดยเฉพาะซาอุดิอาระเบีย คาดจะปรับลดลง โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง ณ จุดส่งมอบคุชซิ่ง โอกลาโฮมา ปรับลดลง 0.3 ล้านบาร์เรลมาอยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือนที่ 60.83 ล้านบาร์เรล ในขณะที่ ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ปรับเพิ่มขึ้นเพียง 0.1 ล้านบาร์เรลมาอยู่ที่ระดับ 509.2 ล้านบาร์เรล

- การผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น หลังผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ เพิ่มการขุดเจาะน้ำมันดิบขึ้นต่อเนื่องมาสู่ระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี อย่างไรก็ตาม ทิศทางการเพิ่มขึ้นเริ่มชะลอตัวลงหลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงค่อนข้างมากจากความกังวลปัญหาอุปทานล้นตลาด โดยจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นเพียง 94 แท่นในไตรมาส 2 ชะลอตัวลงจากไตรมาส 1 ที่เพิ่มขึ้นกว่า 137 แท่น

- ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของไนจีเรียและลิเบียมีแนวโน้มเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นต่อเนื่อง โดยไนจีเรียคาดจะกลับมาสามารถส่งออกน้ำมันดิบที่ระดับ 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือน ส.ค. นี้ ซึ่งระดับดังกล่าวเป็นระดับที่สูงสุดในรอบ 17 เดือน ในขณะที่ลิเบียปริมาณการผลิตน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ภายในสิ้นเดือน ก.ค. นี้

- ติดตามการประชุมระหว่างผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคในวันที่ 24 ก.ค. ว่าจะปรับลดกำลังการผลิตเพิ่มเติมหรือกำหนดเพดานการผลิตของลิเบียหรือไนจีเรีย เพื่อช่วยสนับสนุนราคาน้ำมันดิบเพิ่มเติมหรือไม่

--------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

โทร.02-797-2999