มาร์เก็ตแคปหุ้นไทย ครึ่งปีหลังจ่อ “นิวไฮ”
หุ้นไทยครึ่งปีแรก มาร์เก็ตแคปแตะ 15.6 ล้านล้านบาท โบรกเกอร์ประเมิน ครึ่งปีหลังลุ้นสถิติใหม่ เหตุปัจจัยในประเทศยังแกร่ง แม้เจอแรงขายต่างชาติ เชื่อดัชนียืนเหนือ 1,650 จุด
รายงานความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย พบว่า จากต้นปีถึง 29 มิ.ย.2560 มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) อยู่ที่ 15,646,740 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากต้นปีที่ 15,079,272 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 567,468 ล้านบาท มีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 44,191 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่ 50,244 ล้านบาท โดยมีอัตราเงินปันผลอยู่ที่ 3.09 % เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 3.04% ขณะที่ ราคาปิดกำไรต่อหุ้น (พีอีเรโช) อยู่ที่ 16.36 เท่า ปรับตัวลงจากปีก่อนที่18.55 เท่า ส่วนมูลค่าหุ้นทางบัญชีอยู่ที่ 1.90 เท่า ปรับตัวลงจากสิ้นปีที่ 1.96 เท่า
นายมงคล พ่วงเภตราผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยครึ่งปีหลังมีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ จีดีพีสามารถขยายตัวได้ดีกว่าคาด และขณะเดียวกันการส่งออกยังปรับตัวขึ้นได้ค่อนข้างดี
“ตลาดหุ้นไทยครึ่งปีหลังจะสดใสมากขึ้น เป็นผลจากปัจจัยเสี่ยงครึ่งปีแรกเริ่มคลายตัว การส่งออกฟื้นตัว รวมถึงกำไรบริษัทจดทะเบียนที่คาดว่าครึ่งปีหลังจะโตกว่าครึ่งปีแรก”
ปัจจัยต่างประเทศต้องจับตามากขึ้น โดยเฉพาะท่าทีของธนาคารกลางทั่วโลกต่อการปรับนโยบายการเงินของประเทศต่างๆ รวมถึงปัจจัยเสี่ยงด้านราคาน้ำมันว่าจะปรับตัวลดลงกว่าที่คาดไว้หรือไม่ ทิศทางของเงินทุนเคลื่อนย้ายยังเป็นสิ่งที่กดดันตลาดหุ้นไทยครึ่งปีแรกมีเม็ดเงินไหลเข้าตลาดหุ้นน้อยมาก และมีความเป็นไปได้ว่าในครึ่งปีหลัง เงินอาจไหลเข้าตลาดหุ้นไทยเล็กน้อย หรืออาจจะไหลออกจากตลาดหุ้นไทยได้
โดยมองกรอบดัชนีอยู่ที่ 1,550-1,663 จุด แนะนำให้นักลงทุนเน้นหุ้นที่อิงการเติบโตในประเทศ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และกลุ่มที่มีเงินปันผลดี
นายวรุตม์ ศิวะศริยานนท์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยครึ่งปีหลังจะคลี่คลายมากขึ้น เนื่องจากปัจจัยภายในประเทศเริ่มคลายตัว แต่ยังมีปัจจัยต่างประเทศโดยเฉพาะสหรัฐที่ยังกดดันอยู่ ทั้งปัญหาการผ่านร่างกฎหมายเกี่ยวกับสาธารณสุขของสหรัฐ รวมถึงปัญหาด้านภาษี ซึ่งจะกดดันภาวะตลาดหุ้นของโลก ทำให้เม็ดเงินต่างประเทศไหลเข้าตลาดพันธบัตรในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ ไม่ไหลเข้าตลาดหุ้น อย่างในประเทศไทยที่เงินไหลเข้าตลาดพันธบัตรกว่า 8 แสนล้าน แต่มีการถือครองหุ้นอยู่ในระดับ 8 หมื่นล้านบาทเท่านั้น ซึ่งในครึ่งปีหลังคาดว่านักลงทุนต่างชาติจะเข้าซื้อหุ้นมากขึ้น
บริษัทประเมินดัชนีเป้าหมายสิ้นปีที่ 1,650 จุด กลุ่มที่น่าสนใจลงทุนคือ กลุ่มที่อิงการเติบโตในประเทศ ทั้งวัสดุก่อสร้าง กลุ่มธนาคาร ส่วนกลุ่มที่ต้องระมัดระวังคือ กลุ่มพลังงาน






