วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คลังถอยคุมเงิน 'ซีเอ็มดีเอฟ'

คลังถอยคุมเงิน “ซีเอ็มดีเอฟ” คาดสรุปร่างกฎหมายภายใน 1 เดือน ให้ตลาดหลักทรัพย์ศึกษาสัดส่วนเงินใส่เข้ากองทุนใหม่

กระทรวงการคลังเรียกก.ล.ต.-ตลาดหลักทรัพย์ถกการจัดตั้งกองทุน“ซีดีเอ็มเอฟ” หลังเจอกระแสต้าน ยอมถอยให้ตลาดหลักทรัพย์บริหาร พร้อมให้ศึกษาจำนวนเงินที่เหมาะสมใส่เข้ากองทุน คาดสรุปกฎหมายภายใน 1 เดือน

นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เรียก นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานก.ล.ต. และ ปลัดกระทรวงการคลัง เข้าหารือหลังจากการปิดรับฟังความคิดเห็นการจัดตั้งกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) ในเบื้องต้นได้สั่งการให้ปรับปรุงกฎหมายหลักทรัพย์ และพิจารณาหาทางออกทุกฝ่ายเห็นตรงกันให้จัดตั้งกองทุนและแยกการดูแลออกจากตลาดหลักทรัพย์ แต่กำหนดให้กองทุนเป็นนิติบุคคลเฉพาะไม่ขึ้นตามกฎหมายและแยกเงินกองทุนออกจากตลาดหลักทรัพย์ 

“หลังจากสำนักงานเปิดรับฟังความคิดเห็นในเรื่องกองทุน ซีเอ็มดีเอฟ และหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้อง  ทุกฝ่ายเห็นว่าควรจัดตั้งกองทุนขึ้น แต่ให้แยกการจัดตั้งกองทุนให้เป็นนิติบุคคลเฉพาะจัดตั้งตามกฎหมายหลักทรัพย์ ไม่เป็นหน่วยงานของรัฐบาล เพื่อให้การบริหารคล่องตัวเช่นเดียวกันเอกชน” 

โครงสร้างคณะกรรมการบริหารกองทุนในเบื้องต้น จะมีจำนวน 7-9 คน โดย มีประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ เป็นประธานกรรมการกองทุนโดยตำแหน่ง และผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เป็นกรรมการและเลขานุการ มีตัวแทนจากภาครัฐที่เกี่ยวข้องจำนวน 3 คน ได้แก่ ปลัดกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และเลขาธิการก.ล.ต. ส่วนที่เหลือนั้นให้เป็นที่ผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคตลาดทุนที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แต่งตั้ง

 นโยบายการบริหารเงินกองทุนนั้นให้คณะกรรมการของกองทุนเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสม โดยจะต้องทำตามวัตถุประสงค์ของกองทุนที่กำหนดขึ้น ส่วนการตรวจสอบการใช้เงินกองทุนจะใช้รูปแบบเดียวกับการตรวจสอบงบการเงินของตลาดหลักทรัพย์ อย่างการตั้งผู้สอบบัญชีที่ตลาดหลักทรัพย์รับรองและรายงานการใช้เงินกองทุนเปิดเผยให้สาธารณชนรับทราบ ส่วนการจ่ายเงินภาษีนั้นต้องให้กรมสรรพากร พิจารณาว่าต้องมีการจ่ายภาษีหรือไม่ 

ทั้งนี้ในประเด็นเงินที่จะนำเข้าสู่กองทุนนั้น รมว.คลังได้สั่งการให้ตลาดหลักทรัพย์ศึกษาหาจำนวนเงินที่เหมาะสม ทั้งจำนวนเงินที่ตั้งต้นกองทุน และกำไรตลาดหลักทรัพย์ในแต่ละปีที่นำส่งกองทุน โดยจะต้องไม่กระทบกับการลงทุนทั้งปัจจุบันและอนาคต เพื่อให้ตลาดหลักทรัพย์สามารถแข่งขันได้  และหากในอนาคตตลาดมีความจำเป็นต้องการเงินทุนเพื่อขยายธุรกิจ และต้องการเพิ่มทุน กองทุนซีเอ็มดีเอฟ สามารถใส่เงินเพิ่มทุนให้

ขั้นตอนหลังจากนี้ ก.ล.ต.คาดว่าจะใช้เวลาในการปรับปรุงร่างกฎหมายภายในระยะเวลา 1 เดือน  หลังจากนั้นจะเสนอให้กับกระทรวงการคลังพิจารณา และเสนอสู่คณะรัฐมนตรีต่อไป ซึ่งในขั้นตอนการจัดตั้ง คาดว่าจะใช้เวลาไม่มากนัก เนื่องจากกระทรวงการคลังอาจเร่งดำเนินการกฎหมายให้รวดเร็วเป็นพิเศษ

นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าจากการเข้าหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแล้วนั้น ตลาดหลักทรัพย์ต้องนำนโยบายดังกล่าวเข้ามาศึกษาว่าจะสามารถใส่เงินเข้ากองทุนได้เท่าใดถึงจะเหมาะสม โดยจะต้องไม่กระทบกับการดำเนินงานของตลาด ยังไม่สามารถระบุได้ 

อย่างไรก็ตามนโยบายการบริหารจัดการกองทุน เบื้องต้นอาจจะมีเจ้าหน้าที่ไม่มากนัก อาจมีเพียงเจ้าหน้าที่บัญชี หรือ ผู้ดูแลการลงทุน ส่วนงานด้านอื่นๆ อาจใช้วิธีการจ้างบริษัทภายนอกเป็นผู้ดำเนินการ  ทั้งนี้ตลาดหลักทรัพย์จะทบทวนการทำงานที่มีอยู่เดิมทั้งการให้ความรู้นักลงทุนว่ามีส่วนงานใดที่เป็นขอบเขตกว้างเกินไปหรือไม่ และอาจให้กองทุนเข้ามาดูแลส่วนดังกล่าวทดแทน   ส่วนพนักงานของตลาดหลักทรัพย์จะไม่ได้รับผลกระทบ

นางวรวรรณ ธาราภูมิ  ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยว่าสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ในฐานะผู้แทนองค์กรในตลาดทุนไทย มีสมาชิก 7 องค์กร ขอขอบคุณ กระทรวงการคลัง และสำนักงาน ก.ล.ต. ในการรับฟังความคิดเห็นการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 เรื่องการจัดตั้งกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) โดยทางเห็นด้วยกับหลักการและแนวทางการจัดตั้งกองทุน CMDF เพื่อส่งเสริมและพัฒนาตลาดทุนโดยรวม ตามที่ ก.ล.ต. ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ฯ แจ้งผลการหารือต่อสาธารณชน  โดยจัดตั้งกองทุน ที่เป็นนิติบุคคล ไม่เป็นหน่วยงานของรัฐ มีตลาดหลักทรัพย์ฯ บริหารจัดการภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการกองทุน ที่มีผู้แทนมาจากภาคตลาดทุนและภาครัฐอย่างเหมาะสม