วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ธุรกิจแห่ร่วมไทยเที่ยวไทยจับกทม.ตะวันออกโต50%

ไทยเที่ยวไทย เผยกำลังซื้อท่องเที่ยวคนกรุงภาคตะวันออกเติบโต 50% รอบ 8 ปีที่ผ่านมา เผยปีนี้ผู้ประกอบการสบช่องทำตลาด แห่ร่วมงานแตะ 1 พันบูธเป็นครั้งแรก คาดเงินสะพัดกว่า 200 ล้านบาท

นายกฤตย์ พัตรปาล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พี.เค.เอ็กซิบิชั่น แมนเนจเม้นท์ กล่าวว่า ในการจัดงานไทยเที่ยวไทย ช่วงกลางปี ระหว่างวันที่ 29 มิ.ย.-2 ก.ค.นี้ ที่ศูนย์แสดงสินค้าไบเทค บางนา คาดว่ากำลังซื้อยังเติบโตต่อเนื่อง ประเมินรายได้สะพัด 200 ล้านบาท เติบโตจากการจัดงานปีที่แล้วทำไว้ 150 ล้านบาท เพราะมีผู้ประกอบการเห็นโอกาสจับกำลังซื้อโซนตะวันออกของกรุงเทพฯ และหันมาจับจองพื้นที่ร่วมงานมากขึ้น นอกจากเอ็กซิบิเตอร์ (ผู้ขาย) รายเดิมแล้ว ปีนี้ปรากฎว่ามีกลุ่มจังหวัดใหม่ๆ ที่รวมตัวกันมามากขึ้น เช่น กลุ่มสีสันตะวันออก 6 จังหวัดที่หน่วยงานรัฐให้การสนับสนุนเข้ามา และการรวมตัวของผู้ประกอบการท่องเที่ยวจาก จ.ขอนแก่น และจากจังหวัดในแถบเพชรบุรี เป็นต้น ทั้งนี้ คาดว่าจะดึงดูดผู้ซื้อเข้าร่วมงานในครั้งนี้กว่า 3 แสนคน

ทั้งนี้ การเข้ามาบุกเบิกตลาดในช่วงกลางปี เพื่อกระตุ้นตลาดในช่วงโลว์ซีซัน ปีนี้นับเป็นปีที่ 8 แล้ว ซึ่งมีผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 1,000 บูธ เพิ่มขึ้นจากการจัดงานปีแรกที่มีเพียง 300 บูธ และขยายตัวจากปีที่แล้วมีราว 700 บูธ ขณะที่กำลังซื้อในปัจจุบันเติบโตขึ้นกว่า 50% เมื่อเทียบกับปีแรก เนื่องจากผู้ซื้อที่มีถิ่นฐานในโซนภาคตะวันออก เริ่มรับรู้ถึงการจัดงานประจำที่นี่มากขึ้น ประกอบกับการขยายงานมาปักหลักในไบเทคตั้งแต่ 8 ปีก่อน เพื่อรองรับกำลังซื้อใหม่ๆ เริ่มเห็นผลแล้ว จากการขยายตัวของรถไฟฟ้าบีทีเอสที่เชื่อไปถึงสมุทรปราการ กำลังนำลูกค้าจากโซนนิคมโรงงานเข้ามาเสริมด้วย

อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้การจัดงานกลางปีขยายตัวได้ดี เนื่องจากทุกภาคส่วนรู้ว่าเป็นช่วงโลว์ซีซัน หรือที่เรียกว่ากรีนซีซัน ซึ่งทุกฝ่ายมีหน้าที่ช่วยกันกระตุ้นตลาด ด้วยราคาขายที่ไม่บังคับเท่าช่วงไฮซีซันที่ราคาจะพุ่งสูงอยู่แล้วนั้น ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวมีอิสระในการจัดโปรโมชั่นลดแลกแจกแถมเพื่อดึงดูดกำลังซื้อเต็มที่ โดยเฉลี่ยในภาพรวมการจัดงานครั้งนี้ พบว่ามีการให้ส่วนลดราว 60%

ขณะเดียวกัน เนื่องจากที่ศูนย์ไบเทคมีการจัดพร้อมกันของกลุ่มรถยนต์และอุตสาหกรรม ดังนั้น จึงคาดว่าจะจุดติดกระแสได้ง่าย เพราะจะมีลูกค้าหมุนเวียนจากงานข้างเคียงมาร่วมด้วย

นายกฤตย์ กล่าวด้วยว่า การที่ประเทศไทยจะมีพระราชพิธีสำคัญในเดือน ต.ค.นั้น คนไทยได้รับรู้กันทั้งหมดแล้ว และการท่องเที่ยวอาจมีการชะลอตัวไประยะสั้นเท่านั้น เพราะถือเป็นพิธีอันสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องให้ความร่วมมือร่วมใจ แต่ด้วยการที่รัฐบาลจำกัดวันหยุดชัดเจน จะไม่มีผลอะไรนัก เนื่องจากช่วงเวลาต่อจากนั้นก็เข้าสู่ช่วงไฮซีซันพอดี

ส่วนสภาพเศรษฐกิจในประเทศ ก็ไม่มีผลต่อกำลังซื้อในประเทศ เพราะคนรับรู้ถึงภาวะเศรษฐกิจทรงตัวมาระดับหนึ่งแล้ว และด้วยภาพลักษณ์งานไทยเที่ยวไทยที่ชัดเจนในการทำโปรโมชั่น ประกอบกับผู้จัดเองพยายามกระตุ้นให้ผู้ประกอบการทำโปรโมชั่นกันระดับหนึ่ง และช่วงการจัดงานอยู่ในช่วงเงินเดือนออก จึงครดว่าเงินจะสะพัดเติบโตดังที่ประเมินมา

สำหรับกลุ่มที่คาดว่าจะทำตลาดมากที่สุดกลุ่มหนึ่ง ได้แก่ ธุรกิจท่องเที่ยวในจุดหมายชายทะเลรอบรัศมีกรุงเทพฯ เนื่องจากช่วงนี้เป็นฤดูฝนการเดินทางจึงอยู่ในภาคกลางเป็นหลัก ต่างจากงานช่วงปลายปีจะเป็นตลาดของภาคเหนือที่จะเข้าสู่ฤดูหนาว

ทั้งนี้ จากการสำรวจโปรโมชั่นในงานนี้ พบว่ามีทั้งกลุ่มสายการบินและโรงแรมทยอยออกราคาพิเศษราคาต่ำกว่า 1,000 บาท เช่น สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส จัดราคาบัตรโดยสาร เริ่มต้นเที่ยวละ 990 บาท (ไม่รวมภาษีสนามบิน) หรือกลุ่มโรงแรม ฮอป อินน์ เสนอราคาสำหรับการจองช่วงเวลาจำกัด 450 บาท และ 550 บาท