วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘ห้องเย็นอาเชี่ยน’ เน้นรักษาอัตรากำไร

"ห้องเย็นอาเชี่ยน" รักษากำไร เน้นบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนช่วงบาทแข็ง มั่นใจไตรมาส 2 รายได้โตแม้เป็นโลว์ซีซัน

ห้องเย็นอาเชี่ยน ซีฟู้ด มั่นใจไม่ได้รับผลกระทบค่าเงินบาทแข็งค่า หลังเน้นเรื่องป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน และมี Natural Hedge จากการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศบางส่วน ยันเป้ารายได้ปีนี้ 1.05 หมื่นล้านบาท เผยไตรมาส 2 ยังเติบโตต่อเนื่องแม้เป็นช่วงโลว์ซีซัน อานิสงส์ปรับกลยุทธ์เน้นธุรกิจมาร์จินสูง

นายเฮ็นริคคัส แวน เวสเทิร์นดรอป ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการเงิน บริษัท ห้องเย็นเอเชี่ยน ซีฟู้ด จำกัด (มหาชน) ASIAN เปิดเผยว่า ในฐานะผู้ประกอบการส่งออก โดยมีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศคิดเป็น 70% ของรายได้รวม จึงไม่ได้พึ่งพิงกับสภาวะเศรษฐกิจในประเทศ ส่วนกรณีค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่า บริษัทคาดว่าจะได้รับผลกระทบไม่มากนัก เนื่องจากได้ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไว้แล้ว อีกทั้งบริษัทได้นำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศบางส่วน ทำให้เกิดการบริหารความเสี่ยงแบบธรรมชาติ (Natural Hedge)

บริษัทคงเป้าหมายรายได้ในปีนี้แตะระดับ 10,500 ล้านบาท หรือเติบโตราว 14% จากปี 2559 ที่มีรายได้ 9,206 ล้านบาท ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 2 มั่นใจว่าดีกว่างวดเดียวกันของปีก่อน สาเหตุเนื่องจากในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ไม่ว่าจะเป็นอาหารแช่เยือกแข็ง ธุรกิจขายอาหารสัตว์ และธุรกิจขายอาหารสัตว์เลี้ยง มีทิศทางการขยายตัวที่ดี ซึ่งเป็นผลจากการปรับกลยุทธ์ธุรกิจ โดยมุ่งให้ความสำคัญกับการขายสินค้าที่มีกำไรดี เช่นอาหารสัตว์เลี้ยง และลดขนาดธุรกิจในสินค้าที่มีความผันผวนทางด้านราคาวัตถุดิบ อย่างเช่น ทูน่า เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นในปี 60 ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ระดับ 9.5%

ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2560 บริษัทมียอดขายที่ 2,482 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 493 ล้านบาท หรือ 25% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มียอดขาย 1,989 ล้านบาท เนื่องจากปริมาณการขายอาหารสัตว์และอาหารสัตว์น้ำที่เพิ่มขึ้น และราคาขายที่ปรับตัวสูงขึ้นในกลุ่มผลิตภัณฑ์กุ้งและหมึก ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 1 อยู่ที่ 12.2% เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ระดับ 8.6% แม้ว่าต้นทุนในผลิตภัณฑ์กลุ่มกุ้ง หมึก และทูน่าจะสูงขึ้น แต่บริษัทสามารถผลักภาระไปยังผู้ซื้อได้ และสัดส่วนการขายผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เทียบกับผลิตภัณฑ์ทูน่าในบริษัทย่อยมีสัดส่วนดีขึ้น