ปรับสมมติฐานวอลุ่มส่งออกปี 2560 เพิ่มขึ้น
ประเด็นการลงทุน
GFPT ยังคงเป็นหุ้นที่เราชื่นชอบมากที่สุดในกลุ่มอาหาร โดยบริษัทจะได้รับอานิสงค์บวกจากปริมาณยอดส่งออกไก่ที่เพิ่มขึ้นและอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นจากราคาไก่ในประเทศและราคาส่งออกที่เพิ่มขึ้น รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง (โดยเฉพาะกากถั่วเหลือง) เราคาดว่าผลกำไรสุทธิของบริษัทจะยังคงเติบโตแข็งแกร่งตั้งแต่ไตรมาส 2/60 ไปจนถึงไตรมาส 4/60 ภายใต้ภาวะที่ราคาไก่ยังคงอยู่ในวงจรขาขึ้น และภาวะที่ราคาวัตถุดิบยังคงอยู่ในระดับต่ำ เราแนะนำให้นักลงทุนสะสมหุ้น GFPT ไปจนถึงอย่างน้อยไตรมาส 3/60 หรือไตรมาส 4/60 ราคาเป้าหมายใหม่ของเราซึ่งประเมินด้วยวิธี PEG ที่ 24 บาทบ่งชี้ถึงอัตราส่วน PER โดยทางอ้อมที่ 14 เท่าในปี 2560 ซึ่งเราเชื่อว่ายังคงไม่แพง (ถ้าเปรียบเทียบกับอัตราส่วน PER ที่หุ้น GFPT เคยซื้อขายที่ 14 เท่า 18 เท่า และ 22 เท่าในช่วงที่ราคาไก่ในประเทศขึ้นไปอยู่ที่ 42 บาท 44 บาท และ 46 บาท/กก. ตามลำดับ เทียบกับราคาไก่ในประเทศ ณ ปัจจุบันซึ่งอยู่ในช่วง 40-42 บาทต่อกก.)
ปรับสมมติฐานปริมาณยอดส่งออกไก่ของ GFPT ในปี 2560 เพิ่มขึ้นจากเดิม
เราคาดปริมาณยอดส่งออกไก่ของ GFPT ที่ 8,100 ตันในไตรมาส 2/60 (หรือ 2,700 ตัน/เดือน) เพิ่มขึ้น 40% YoY และ 8% QoQ และ 9,000 ตัน ในไตรมาส 3/60 (หรือ 3,000 ตัน/เดือน) เพิ่มขึ้น 13% YoY และ 11% QoQ ปริมาณยอดส่งออกไก่ของ GFPT ในช่วงเดือนพ.ค.-มิ.ย. เพิ่มขึ้นก้าวกระโดดมาอยู่ที่ 3,000 ตัน/เดือน และเนื่องจากปริมาณยอดส่งออกไก่ที่เพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาด เราจึงทำการปรับประมาณการปริมาณยอดส่งออกไก่ ของ GFPT สำหรับปี 2560 เพิ่มขึ้นอีก 9% มาอยู่ที่ 33,000 ตัน (หรือคิดเป็น 2,750 ตัน/เดือน) ส่งผลให้ประมาณการกำไรสุทธิปี 2560 เพิ่มขึ้นอีก 9% (มาอยู่ที่ 2.13 พันล้านบาท) และราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นอีก 14% (มาอยู่ที่ 24 บาท) ปริมาณยอดส่งออกไก่ของ GFPT ที่เพิ่มขึ้น 17% ในปีนี้มีปัจจัยหนุนมาจากปริมาณยอดส่งออกไปที่ประเทศญี่ปุ่น (เพิ่มขึ้น 27% มาอยู่ที่ 20,146 ตัน) สำหรับผลิตภัณฑ์ทั้งไก่สดแช่แข็งและไก่ปรุงสุก และประเทศมาเลเซีย (เพิ่มขึ้น 100% มาอยู่ที่ 4,000 ตัน) สำหรับผลิตภัณฑ์ไก่สดแช่แข็ง
ราคาไก่สดแช่แข็งในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นหลังเหตุการณ์ข่าวอื้อฉาวในประเทศบราซิล
หลังจากที่มีข่าวอื้อฉาวเนื้อหมดอายุของประเทศบราซิล ราคาไก่สดแช่แข็งในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 10% จาก 2,300-2,500 เหรียญ/ตันมาอยู่ที่ 2,600-2,800 เหรียญสหรัฐ/ตัน ในขณะที่ราคาไก่ปรุงสุกยังคงทรงตัว นอกจากนี้หลังจากที่เจ้าหน้าที่อียูได้ทำการตรวจสอบผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์จากประเทศบราซิลอย่างเข้มงวดมากขึ้น ก็ได้ตรวจพบเชื้อ
แบคทีเรียแซลโมเนลล่าในเนื้อไก่ที่ส่งออกมาจากประเทศบราซิลในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา เราเชื่อว่าอุปทานไก่ในตลาดโลกจะยังคงมีแนวโน้มตึงตัวต่อเนื่องไปจนถึงครึ่งหลังของปี 2560 และคาดว่าราคาส่งออกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจากไตรมาส 2/60 และเนื่องจากปริมาณยอดส่งออกไก่ของประเทศไทยอยู่ที่ 1.81 แสนตันในช่วงสามเดือนแรกของปี 2560 และ 7
หมื่นตันเฉพาะในเดือนมี.ค.แค่เดือนเดียว เราจึงคาดว่าสมาคมส่งออกไก่ ไทยมีแนวโน้มปรับเพิ่มเป้าปริมาณยอดไก่ส่งออกของไทยสำหรับปี 2560 จากปัจจุบันซึ่งคาดไว้ที่ 7.7 แสนตันไปเป็น 8-8.5 แสนตัน
ราคาไก่มีชีวิตในประเทศยังคงยืนในระดับสูงในเดือนพ.ค.ต่อเนื่องมายังเดือนมิ.ย.
ถึงแม้ว่าจะมีฝนตกหนักในเดือนพ.ค.ต่อเนื่องจนถึงต้นเดือนมิ.ย. แต่ราคาไก่มีชีวิตในประเทศก็ยังคงยืนในระดับสูงนับตั้งแต่วันที่ 20-24 เม.ย. เป็นต้นมา โดยอยู่ที่ 40 บาทต่อกก.สำหรับในกทม.และอยู่ที่ 42 บาทต่อกก.สำหรับในต่างจังหวัด ในขณะที่ราคาลูกเจี๊ยบก็ยังยืนในระดับสูงเช่นกันที่ 18.25 บาท/ตัว เราเชื่อว่าราคาที่ยังคงยืนในระดับสูงอยู่ได้เป็นผลมาจากการส่งออกที่เพิ่มขึ้นซึ่งส่งผลโดยทางอ้อมให้อุปทานไก่ในประเทศตึงตัวมากขึ้น และเนื่องจากราคาวัตถุดิบข้าวโพดที่ยังคงทรงตัวที่ระดับ 8 บาท/กก. และราคากากถั่วเหลืองที่ลดลงต่อเนื่องมาอยู่ที่ 14-15 บาท/กก. (จากเฉลี่ยที่ 16.2 บาท/กก. ในไตรมาส 1/60) เราประเมินว่าต้นทุนการเลี้ยงไก่เป็นของ GFPT มีแนวโน้มลดลงเหลือ 35-36 บาท/กก. (หรือคิดเป็นกำไร 5-6 บาท/กก. หากเทียบกับราคาไก่มีชีวิตปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ 40-42 บาท/กก.)
ส่วนแบ่งกำไรจากจีเอฟเอ็นและแม็คคีย์ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2/60
และเนื่องจากราคาไก่ในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้นในไตรมาส 2/60 (มาอยู่ที่ 40 บาท/กก. เพิ่มขึ้น 9% YoY และ 5% QoQ) เราจึงคาดว่ากำไรของจีเอฟเอ็นในไตรมาส 2/60 มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น QoQ กำไรของแม็คคีย์ในไตรมาส 2/60 ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ เช่นกันเนื่องจากปริมาณยอดส่งไก่ปรุงสุกที่เพิ่มขึ้นรวมถึงเป็นช่วงไฮซีซั่นของแม็คคีย์ โรงงานผลิตไก่ปรุงสุกแห่งใหม่ของแม็คคีย์คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนส.ค. 2560 และจะเริ่มเดินเครื่องทดสอบในเดือนก.ย. 2560 เราคาดว่ากำลังการผลิตใหม่ของแม็คคีย์อีก 2 พันตันต่อเดือนจะส่งผลให้รายได้ของแม็คคีย์เพิ่มขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 4/60 เป็นต้นไป ซึ่งจะปัจจัยบวกที่จะหนุนกำไรของแม็คคีย์ให้เพิ่มขึ้นไปอีกในปี 2561






