วันพุธ ที่ 22 เมษายน 2569

Login
Login

งัดกลยุทธ์COOLบูมรายได้ท่องเที่ยวอีสาน

งัดกลยุทธ์COOLบูมรายได้ท่องเที่ยวอีสาน

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จุดหมายที่มีความสมบูรณ์ทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมมากที่สุด แต่โจทย์ใหญ่ด้านท่องเที่ยวที่ยังท้าทาย คือรายได้ต่อหัวที่ยังต่ำที่สุดเทียบกับทุกภูมิภาค ในปี 2559 มีรายได้ 6.9 หมื่นล้านบาท จากนักท่องเที่ยว 23.39 ล้านคนครั้ง

                อย่างไรก็ตาม สัญญาณในเชิงบวกที่เริ่มชัดขึ้นคือ การเติบโตในเชิงรายได้ปีก่อนที่สูงถึง 12.9% มากกว่าเป้าหมายที่คาดการขยายตัวไว้เพียง 6.2% และในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ มีการเดินทางเติบโตกว่า 9% เป็นรองเพียงกรุงเทพฯ ที่ขยายตัว 12% ขณะที่ความต้องการเดินทาง ขยายตัวสูงเป็นอันดับ 2 รองจากภาคเหนือเท่านั้น แสดงให้เห็นถึงทิศทางนักท่องเที่ยวไทยที่เริ่มเปิดมุมมองตอบรับภาคอีสานมากขึ้น

สมฤดี ชาญชัย ผู้อำนวยการภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า 2 ปัจจัยท้าทายในเชิงโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาภาคอีสานมาโดยตลอด เรื่องแรก คือ ขาดการพัฒนาสินค้าด้านการท่องเที่ยวให้เหมาะสมกับตลาด ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยว หรือกระทั่งการผลิตสินค้าของที่ระลึก รวมถึงแหล่งชอปปิงต่างๆ ทำให้ไม่มีแรงจูงใจขับเคลื่อนการใช้จ่าย เช่น การพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกของแหล่งท่องเที่ยวยังไม่ตอบโจทย์กลุ่มผู้สูงวัย การออกแบบยังไม่มีอารยะสถาปัตย์ที่รองรับทุกกลุ่มเดินทาง เช่น ผู้พิการ เป็นต้น

เรื่องต่อมา คือ การเดินทางเชื่อมต่อระหว่างจังหวัด ซึ่งแม้ปัจจุบันจะมีสนามบินถึง 8 แห่ง และมีเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ และหัวเมืองในภูมิภาคบินตรงเข้าเชื่อมเป็นใยแมงมุมมากขึ้น แต่เมื่อเดินทางมาถึงแล้ว การร้อยเรียงเป็นเส้นทางเชื่อมจังหวัดยังไม่สะดวก เพราะพื้นที่แต่ละแห่งยังห่างไกลมาก การเข้าถึงแต่ละแหล่งท่องเที่ยวของกลุ่มที่เดินทางด้วยตัวเอง (FIT) เพราะต้องพึ่งพาบริการเหมารถตู้ หรือเช่ารถยนต์ขับ ทำให้ไม่สอดรับกระแสที่ไม่สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเดินทางสู่กลุ่มย่อย และเดินทางด้วยตัวเองมากขึ้น โดยการเดินทางด้านท่องเที่ยวที่ยังต้องพึ่งระบบขนส่งสาธารณะของท้องถิ่นที่ยังต้องโดยสารหลายทอดกว่าจะถึงจุดหมาย อาจจะสะดวกเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวเจนเนอเรชั่นวายเท่านั้น แต่ตัดการมีส่วนร่วมของกลุ่มผู้สูงอายุไปทันที

ผลดังกล่าวบ่งชี้ทางสถิติชัดเจนว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ตลาดผู้สูงอายุ เดินทางเข้ามาภาคอีสานมีสัดส่วนเพียง 8% เท่านั้น ต่างโดยสิ้นเชิงกับกลุ่มเจนวายและเจนเอ็กซ์ ที่รวมกันมีสัดส่วนถึง 60-70% ถือเป็นการเสียโอกาสการทำตลาดที่มีสัดส่วนใหญ่ เนื่องจากไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และยังถือเป็นเซกเมนต์ที่มีศักยภาพการใช้จ่ายสูงเมื่อเทียบกับกลุ่มอื่น

นอกจากนั้น ยังขาดการ “เล่าเรื่อง” ที่สร้างแรงจูงใจให้เกิดการเดินทาง และสินค้าบริการที่ยังไม่ได้มาตรฐานและราคาไม่สูง จึงไม่สามารถครองใจกลุ่มที่มีรายได้สูงมากเพียงพอด้วย

ด้วยปัจจัยท้าทายดังกล่าว จึงวางทิศทางการทำตลาดให้สอดรับกับการที่รัฐบาลต้องการส่งเสริมเศรษฐกิจในภาคอีสานมากขึ้นนั้น เริ่มตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณ 2560 นี้เป็นต้นไป ททท.จะชูแนวคิด Cool อีสาน” ปรับการรับรู้การท่องเที่ยวให้ร่วมสมัยโดยยังคงเน้นเอกลักษณ์และคุณค่าท้องถิ่นไว้ ภายใต้แนวคิด “นำวิถีอีสานสู่วิถีเทรนด์” เน้นการสื่อโดยใช้ความหมายกลบภาพลักษณ์การเป็นภูมิภาคที่ร้อนและแล้งที่ติดอยู่ในการรับรู้ของคนไทยมานาน โดยมีที่มาของการเจาะตลาดด้วย 4 จุดเด่นตามตัวอักษร

ได้แก่ C : Cuisine Special วางจุดขายเรื่องอาหารถิ่น, ร้านอาหารริมทาง, ร้านอาหารหรือร้านกาแฟเท่ เก๋ ชิค ทีคนรุ่นใหม่กลับไปเปิดกิจการจำนวนมาก ด้วยการร่วมมือกับโครงการอะเมซิ่ง ไทย เทสต์ ส่งเสริมสินค้าอาหารเป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยว

ส่วน O : Oriental Heritage เน้นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม, ศาสนา, เส้นทางตามรอยอารยธรรม ด้วยการต่อยอดชื่อเสียงหลังจากที่ซีเอ็นเอ็น จัดโครงการแนะนำแหล่งท่องเที่ยว The Best Place of I-San โดยใช้การบอกเล่าผ่านมุมมองใหม่ที่น่าสนใจ

ตามด้วย O : Outstanding Look หรือการนำวัฒนธรรมประเพณีที่คนยังไม่รู้จัก ออกมาเผยแพร่มากยิ่งขึ้น เช่น ฮีต 12 คอง 14 ซึ่งมีตลอดปี ผูกโยงเรื่องศาสนาเข้ากับประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตชุมชน, ธรรมชาติชุมชนริมโขง หรือประเพณีที่ไม่ค่อยได้เห็นหรือรู้จักในหมู่กว้าง เช่น แห่นาคโหด, แห่ต้นดอกไม้, แห่ต้นกระธูป เป็นต้น

และสุดท้าย คือ L : Linkage Travel วางเส้นทางเชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เส้นทางระเบียงเศรษฐกิจแนวทางตะวันออก-ตะวันตก (R9) หรือผูกเรื่องราวให้เกิดการเดินทางระหว่างประเทศโดยการใช้สินค้าถิ่นที่มีร่วมกัน เช่น เส้นทางข้าว, เส้นทางไหม, เส้นทางภูเขาไฟ, เส้นทางผ้าคราม เป็นต้น

“จุดแข็งของภาคอีสานคือ มีแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่ยังไม่ได้รับการปรุงแต่ง (Unexplored) ที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการประสบการณ์แตกต่าง มีอารยธรรมเก่าแก่ที่ยังผูกโยงกับวิถีถิ่น และแสดงออกผ่านกิจกรรมประเพณีที่มีให้เข้าร่วมตลอดปี ขณะที่อาหารถิ่นมีชื่อเสียงเป็นที่นิยมไปทั่ว, มีอุทยานแห่งชาติ 24 แห่ง มีด่านสากล 8 ด่าน และระบบถนนเชื่อมโยง 3 ประเทศ อีกทั้งมีสนามแข่งรถและสนามฟุตบอลระดับโลกได้มาตรฐาน ดังนั้น ด้วยพื้นฐานดังกล่าว หากสามารถส่งเสริมการรับรู้และบอกเล่าเรื่องราวตรงความสนใจ เชื่อว่าจะนำไปสู่การเดินทางเข้า และเพิ่มรายได้ให้กับอีสานในระยะยาวได้”