วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน (7 มิ.ย.60)

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังถูกกดดันจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

+ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยมีแรงหนุนจากปัจจัยเชิงเทคนิคในการกลับเข้ามาลงทุนของนักลงทุน หลังราคาน้ำมันดิบปรับลดลงมาอยู่ในระดับ 47 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความกังวลต่อความขัดแย้งในตะวันออกกลางและปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐ ที่ยังอยู่ในระดับสูง

+ นาย Essam al-Marzouq รัฐมนตรีกระทรวงน้ำมันของคูเวตได้ให้สัมภาษณ์ว่า กาตาร์ยังคงปฏิบัติตามข้อตกลงในการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบของผู้ผลิตน้ำมันทั้งในและนอกกลุ่มโอเปค ที่ได้มีการแถลงขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิตไปเมื่อวันที่ 25 พ.ค. 60 แม้ว่ากาตาร์จะถูกตัดสัมพันธ์ทางการทูตจากกลุ่มประเทศอาหรับ นำโดยซาอุดิอาระเบีย อียิปต์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และบาห์เรนก็ตาม

+ การตัดความสัมพันธ์ทางการทูตต่อกาตาร์ได้สร้างความยากลำบากในการส่งออกน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ เนื่องจากกลุ่มประเทศที่ตัดสัมพันธ์ทางการทูตได้ยกเลิกการอนุญาตให้เรือขนส่งน้ำมันที่เข้า-ออกจากกาตาร์ผ่านน่านน้ำของประเทศ

+ ภายหลังตลาดปิดการซื้อขาย ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงหนุนจากสถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานสหรัฐ (API) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 2 มิ.ย. 60 ปรับตัวลดลง 4.62 ล้านบาร์เรล ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้


ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงกดดันจากอุปทานจากไต้หวันและยุโรป อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันเบนซินยังมีแรงหนุนจากการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นในภูมิภาคและอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นจากอินโดนีเซียและตะวันออกกลาง

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากถูกกดดันจากการห้ามทำประมงในทะเลจีนใต้ อย่างไรก็ดี อุปสงค์ของน้ำมันดีเซลในภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังอยู่ในระดับสูง


ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

         ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 46-51 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล  

         ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 48-53 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล 

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ มีแนวโน้มปรับตัวลดลงต่อเนื่อง หลังโรงกลั่นยังคงอัตราการกลั่นในระดับสูง ตามความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปที่เพิ่มมากขึ้นในช่วงฤดูกาลขับขี่ โดยล่าสุด สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ สิ้นสุด ณ วันที่ 26 พ.ค. 2560 ปรับลดลง 6.4 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 509.9 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นการปรับลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 8 ติดต่อกัน

- การขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคคาดว่าจะช่วยให้ปริมาณน้ำมันคงคลังโลกปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด สำนักงานพลังงานสากล (IEA) รายงานปริมาณน้ำมันคงคลังของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (OECD Oil Stocks) ในเดือนมี.ค. ปรับลดลง 32.9 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 3,025 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นการปรับลดลงเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน

- ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของผู้ผลิตกลุ่มโอเปคในเดือนพ.ค. ปรับเพิ่มขึ้นราว 250,000 บาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา มาอยู่ที่ระดับ 32.22 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยหลักๆ ปรับเพิ่มขึ้นจากไนจีเรีย ซึ่งท่อขนส่งน้ำมันดิบ Forcados กำลังการผลิต 200,000-250,000 บาร์เรลต่อวัน เริ่มกลับมาดำเนินการอีกครั้ง และลิเบีย หลังสถานการณ์ความไม่สงบคลี่คลายลง โดยล่าสุดปริมาณกำลังการผลิตปรับเพิ่มขึ้นแตะระดับ 827,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบ 3 ปี เนื่องจากปัญหาทางด้านเทคนิคที่แหล่งผลิตน้ำมันดิบ Sharara และปัญหาไฟฟ้าขัดข้องที่แหล่งผลิตน้ำมันดิบ Messla และ Sarir คลี่คลายลง นอกจากนี้ยังคาดว่าปริมาณการผลิตจะปรับเพิ่มขึ้นไปสู่ระดับ 1.1 – 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในเดือน ส.ค. 60

--------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

โทร.02-797-2999