เพิ่มความเชื่อมั่นต่ออัตรากำไรขาขึ้น
ประเด็นการลงทุน
เรามีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นสำหรับการเติบโตของกำไรหลักของ SIRI ในปี 2560 เนื่องจากเราเชื่อว่ากำไรหลักของบริษัทจะทำสถิติสูงสุดใหม่ได้ในปีนี้ โดยความฝันอันสูงสุดของบริษัทที่ต้องการผลักดันให้กำไรหลักเป็นตัวเลขสองหลักนั้นน่าจะกลายเป็นจริงในปี 2560 และต่อเนื่องไปจนถึงปี 2561 จากกลยุทธ์การควบคุมประสิทธิภาพและผลตอบแทนจากโครงการ
คอนโดร่วมทุน โดยเราปรับเพิ่มคำแนะนำมาเป็น ซื้อเก็งกำไร จาก ถือ ด้วย ราคาเป้าหมายใหม่ ณ สิ้นปี 2560 ที่ 2.30 บาท (เพิ่มขึ้นจาก 2.10 บาท เพื่อสะท้อนการปรับเพิ่มประมาณการกำไร) อ้างอิงจากเป้าหมายค่า PER คงเดิมที่ 9.0 เท่า โดยมูลค่าหุ้นเริ่มผ่อนคลายความตึงตัวลงมากหลังจากที่ราคาหุ้นปรับตัวลงมาพอสมควรจากจุดสูงสุดในต้นเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา โดย SIRI ปัจจุบันซื้อขายอยู่ในระดับ PBV ที่ต่ำกว่า ณ มูลค่าทางบัญชีสิ้นปี 2560 เล็กน้อยที่ 2.10บาทต่อหุ้น และมีอัตราปันผลตอบแทนปี 2560 ที่ดึงดูด 6.7%
ปรับเพิ่มประมาณการกำไรจากประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้น
เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรหลักขึ้น 7% สำหรับปี 2560 และ 6% สำหรับปี 2561 เพื่อสะท้อนกำไรหลักที่สูงกว่าคาดการณ์ในไตรมาส1/60 โดยล่าสุด SIRI สามารถรายงานอัตรากำไรขั้นต้นจากธุรกิจที่อยู่อาศัยสูงสุดสามปีในไตรมาส1/60 และสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้ลดลง YoY แม้ว่ารายได้จะปรับตัวลดลง YoY ก็ตาม โดยเราปรับเพิ่ม
ประมาณการกำไรหลักปี 2560 มาอยู่ที่ 11.3% จาก 10.6% เพื่อสะท้อนอัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้น 100bp และสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้ที่ลดลง 20bp โมเดลใหม่ของเราประมาณการกำไรหลักปี 2560 เติบโต 9% โดดเด่นกว่าการเติบโตของกลุ่มที่ 7% ทั้งนี้ เรายังคงประมาณการรายได้ที่อยู่อาศัยเชิงอนุรักษ์นิยมที่ 2.7 หมื่นล้านบาทในปีนี้ ลดลง 10% (ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายของ SIRI อยู่ที่ 2.8 หมื่นล้านบาท) โดยยอดขายรอรับรู้รายได้ในต้นเดือนพ.ค. นั้นคิดเป็น 57% ของประมาณการรายได้ที่อยู่อาศัยในปีนี้ของเรา สำหรับระยะสั้นกำไรหลักไตรมาส2/60 น่าจะโดดเด่นกลุ่ม โดยสามารถเติบได้ทั้ง YoY และ QoQ (เทียบกับกลุ่มที่กำไรหลักน่าจะลดลง YoY) จากฐานต่ำสำหรับ SIRI ในไตรมาส 2/59
ธุรกิจร่วมทุนจะเริ่มออกดอกออกผลในไตรมาส 4/60 และจะเบ่งบานในปี 2561
กุลยุทธ์การร่วมทุนกับกลุ่ม BTS เพื่อพัฒนาคอนโดในสัดส่วน 50:50 จะหนุนกำไรของ SIRI ในระยะยาว เนื่องจากมีแผนการพัฒนาคอนโดร่วมทุน 25 โครงการ ในระยะยาว (โดยล่าสุดมี 9 โครงการแล้ว ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2560) โดยโครงการคอนโดร่วมทุนจะหนุนมูลค่างานในมือที่รอรับรู้เป็นรายได้ใหสูงขึ้นมาอยู่ที่ 2.3 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นเดือน มิ.ย. ทั้งนี้โครงการ เดอะไลน์ จัตุจักร-หมอชิต (โครงการมูลค่า 5.9 พันล้านบาท, จองเต็มแล้ว) จะเริ่มโอนในไตรมาส 4/60 และต่อเนื่องในปี 2561 มูลค่าโครงการร่วมทุนรอรับรู้รายได้จะมากขึ้นกว่าเท่าตัวมาอยู่ที่ 6 พันล้านบาท ดังนั้น เราคาดส่วนแบ่งกำไรตามวิธีส่วนได้เสียของบริษัทจะพลิกเป็นกำไรจากเดิมขาดทุน 78 ล้านบาทในปี 2559 โดยเราประเมินกำไรที่ 53 ล้านบาทในปี 2560 และกระโดดขึ้นเป็น 384 ล้านบาทในปี 2561
ยอดจองซื้อดีขึ้นในไตรมาส 2/60 แต่จะดีที่สุดของปีในไตรมาส 4/60
การเปิดตัวโครงการใหม่ในปี 2560 จะสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากเพียง 94 ล้านบาทในไตรมาส 1/60 มาอยู่ที่ 5.2 นล้านบาทในไตรมาส 2/60, 4.6 พันล้านบาทในไตรมาส 3/60 และจะสูงสุดที่ 3.1 หมื่นล้านบาทในไตรมาส 4/60 ทำให้เราคาดยอดจองซื้อเติบโตดีในไตรมาส 2/60 ที่ 10-15% YoY และ 30-35% QoQ โดยเรามองว่ายอดจองซื้อในไตรมาส 3/60 จะอยู่ในระดับกลางๆ ก่อนที่จะดีที่สุดในปีนี้ในไตรมาส 4/60 – คาดมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท
ธุรกิจยังราบรื่นแม้ไม่มีเงินทุนจากการแปลงสภาพวอร์แรนท์
เราไม่ได้นำปัจจัยการแปลงสภาพ SIRI-W2 มาคิดในประมาณการ เนื่องจากวอร์แรน์ดังกล่าว out of the money (3,406 หน่วย, อัตราการแปลงสภาพ 1:1 ที่ราคา 2.50 บาท, ครบกำหนดวันที่ 24 พ.ย. 2560) เรามองว่า SIRI จะดำเนินธุรกิจได้ตามปกติแม้ไม่มีเงินทุนจากการแปลงสภาพ SIRIW2 เป็นหุ้นสามัญ เนื่องจาคาดบริษัทจะสามารถรักษาอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนในช่วง 1.0-1.3 เท่าได้ ซึ่งต่ำกว่าจุดสูงสุดเดิมที่ 2 เท่าในปี 2557 และเงื่อนไขทางการเงินที่ 2.5 เท่าอยู่มาก โดยกลยุทธ์สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการพัฒนาโครงการคอนโดขนาดใหญ่ผ่านการร่วมทุนกับพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่าง BTS จะหนุนให้ SIRI สามารถขยายธุรกิจได้สามารถรักษาสภาพงบดุลได้โดยไม่ต้องเพิ่มทุน







