คลื่นลูกใหม่...ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีเพื่อสิ่งแวดล้อม
ประเด็นการลงทุน
โดยปัจจัยพื้นฐานเราชื่นชอบหุ้น GGC เนื่องจากเป็นธุรกิจปิโตรเคมีเพื่อสิ่งแวดล้อมที่มีโมเดลเป็นเอกลักษณ์ กอปรกับมีแนวโน้มการเติบโตระยะยาวมั่นคงจากการขยายกำลังการผลิตและอัตรากำไรที่มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น ปัจจัยดังกล่าวหนุนให้คาดการณ์อัตราการเติบโตของกำไรหลักเฉลี่ยสะสมต่อปีในปี 2560-2562 อยู่ที่ 14% เทียบกับอัตราการเติบโตของกำไรหลักเฉลี่ยสะสมต่อปีของตลาดซึ่งอยู่เพียง 8% นอกจากนั้นเรามองว่ามีโอกาสปรับเพิ่มประมาณการกำไรของบริษัทจากปริมาณขายและ/หรือ ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่สูงกว่าคาด รวมทั้งจากการลงทุนเพิ่มเติมในอนาคต ทั้งนี้ราคาหุ้นยังไม่แพงนัก โดยปัจจุบันซื้อขายกันอยู่ที่ PER ณ สิ้นปี 2560 ที่ 13.1 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่ม ปิโตรเคมีในภูมิภาคที่ 13.2 เท่าเล็กน้อย แต่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาคของกลุ่มผลิตภัณฑ์ oleochemical ที่ 17.3 เท่าค่อนข้างมาก ดังนั้นเราจึงเริ่มคำแนะนำของเราที่ ซื้อ
ได้รับประโยชน์อย่างมากจากนโยบายพลังงานของไทย
ขณะนี้ภาครัฐได้แสดงออกถึงการสนับสนุนอุตสหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพอย่างชัดเจน ทั้งด้านเงินทุนและด้านกฏเกณฑ์ ผลิตภัณฑ์หลักของ GGC คือ เมทิล เอสเตอร์ (B 100) ซึ่งเป็นส่วนผสมของน้ำมันไบโอดีเซล โดยกระทรวงพลังงานเป็นผู้กำหนดสัดส่วนการผสม B100 ในน้ำมันดีเซลที่จำหน่ายภายในประเทศและกำหนดราคาขายอ้างอิงจากต้นทุน ดังนั้นอัตรา
กำไรจากยอดขาย B100 ของ GGC จึงเป็นบวกเสมอ นอกจากนั้นในช่วงที่มีปริมาณวัตถุดิบล้นตลาด บริษัทอาจสามารถสร้างกำไรเพิ่มขึ้นจากการต่อรองราคาวัตถุดิบได้
เจ้าแรกที่เป็นผู้ผลิตแฟตตี้แอลกอฮอล์
นอกจากนี้บริษัทยังเป็นผู้ผลิตแฟตตี้แอลกอฮอล์เพียงรายเดียวในประเทศไทย จึงทำให้มีสถานะที่แข็งแกร่งพร้อมรับมือต่อตลาดแฟตตี้แอลกอฮอล์ ในภูมิภาคเอเชียที่เติบโตอย่างรวดเร็ว การเป็นผู้ผลิตที่ครบวงจรทำให้ GGC มีอุปสงค์ภายในบริษัทเอง ซึ่งส่งผลให้ GGC รักษาอัตราการใช้กำลังการผลิตให้อยู่ในระดับสูงได้ต่อเนื่อง, มีความมั่นคงทางด้านอุปทานของ วัตถุดิบ รวมทั้งการลดต้นทุนค่าขนส่ง ส่วนในอนาคต
ไทยแลนด์ 4.0 สร้างโอกาสในการเติบโตอย่างมากในอนาคต
รัฐบาลได้ริเริ่มยุทธศาสตร์การลงทุน “ไทยแลนด์ 4.0” โดยมีเศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลัก ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ GGC ในการเป็นผู้นำผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีเพื่อสิ่งแวดล้อมที่มีการเติบโตอย่างยั่งยืน บริษัทกำลังศึกษาแผนการลงทุนในโครงการร่วมทุน Biocomplex ซึ่งจะใช้อ้อยเป็นวัตถุดิบหลัก โครงการดังกล่าวจะเป็นอัพไซด์ต่อการเติบโตของกำไรในระยะยาวของบริษัท
แนวโน้มกำไรในไตรมาส 2/60 เติบโตแข็งแกร่ง
ต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นกอปรกับการหยุดซ่อมบำรุงโรงงานตามแผนเป็นปัจจัยกดดันกำไรไตรมาส 1/60 อย่างไรก็ตามภาวะอุปทานตึงตัวของวัตถุดิบได้คลี่คลายลงแล้ว ในขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวลดลง แต่ราคาขายยังไม่ปรับลดลงมากนัก รวมทั้งอุปสงค์ต่อ B100 ที่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้แนวโน้มกำไรหลักในไตรมาส 2/60 แข็งแกร่ง โดยเราคาดว่ากำไรหลัก
ไตรมาส 2/60 ของ GGC จะเติบโตทั้ง YoY และ QoQ









