"คริสเตียนี" หวังลงทุนภาครัฐฟื้น เตรียมเพิ่มเป้าหมายรายได้ในไตรมาส 3 จากเดิมคาด8พันล้าน คาดอัตรากำไรปีนี้ดีกว่าปีก่อนหลังเน้นงานมาร์จินสูง
คริสเตียนีและนีลเส็นจ่อเพิ่มเป้าหมายรายได้ปีนี้ หลังเห็นสัญญาณโครงการลงทุนภาครัฐฟื้นตัว เผยมีแผนประมูลงานรัฐ-เอกชน 4-5 หมื่นล้านบาท ดันแบ็คล็อกสิ้นปีนี้แตะ 1 หมื่นล้าน ซึ่งสูงสุดรอบ 8 ปี ขณะแนวโน้มอัตรากำไรเพิ่มขึ้นจากปีก่อน จากการเน้นงานมาร์จินสูงและการบริหารจัดการที่รัดกุม
นายสุรศักดิ์ โอสถานุเคราะห์ กรรมการและผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น (ไทย) จำกัด (มหาชน) CNT กล่าวว่า บริษัทคาดว่ารายได้ปีนี้อยู่ที่ 8 พันล้านบาท หรือเติบโต 15 % จากปีก่อนที่มีรายได้ 7,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทมีทบทวนเป้าหมายรายได้อีกครั้งในไตรมาส 2 ปี 2560 เนื่องจากเชื่อว่าจะมีความชัดเจนในการเข้าประมูลงานต่างๆ
ในส่วนของมูลค่างานในมือ (Backlog) คาดว่าในสิ้นปีมีมูลค่างานในมือ 8,000- 10,000 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นมูลค่างานในมือสูงสุดรอบ 8 ปี โดยปัจจุบันบริษัทมีงานในมืออยู่ที่ 8,810 ล้านบาท ซึ่งจะรับรู้ปีนี้ 50-60% ทำให้บริษัทต้องประมูลเข้ามาเพิ่ม โดยในช่วงที่เหลือของปีนี้บริษัทสนใจเข้าประมูลงานโครงการภาครัฐ และเอกชน ที่ออกมาจำนวนมาก มูลค่ารวมประมาณ 40,000-50,000 ล้านบาท
โดยขณะนี้ อยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเข้าประมูลงานขนาดใหญ่ของภาครัฐ เช่น โครงการรถไฟฟ้า รถไฟทางคู่ การพัฒนาสนามบิน ฯลฯ คาดว่าจะได้ข้อสรุปเมื่อรัฐบาลเปิดให้ยื่นประมูล
นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างการศึกษาเรื่องการจัดตั้งบริษัทย่อย ที่ประเทศกัมพูชา เบื้องต้นคาดว่าจะมีความชัดเจนในช่วงไตรมาส 2-3 ปี 2560 หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้จัดตั้งบริษัทย่อยที่ประเทศเมียนมาไปแล้ว ซึ่งเป็นเพราะลูกค้าของบริษัทในไทยมีการขยายการลงทุนในประเทศเมียนมาเพิ่มขึ้น
รวมทั้งขณะนี้ลูกค้ามีแผนที่จะลงทุนจัดตั้งโรงงานในประเทศลาวเช่นกัน หากมีข้อสรุปบริษัทจะเข้ารับงานก่อสร้างในไตรมาส 3 ปี 2560 ซึ่งจะทำให้ปีนี้บริษัทจะมีรายได้จากงานรับเหมาก่อสร้างในต่างประเทศเป็นหลัก 100 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีเพียง 10 ล้านบาท
“แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2560 คาดการณ์ว่าจะไม่ต่ำกว่าไตรมาส 1 ที่ผ่ามา ซึ่งมีรายได้ 1,390 ล้านบาท เนื่องจากมีการรับรู้รายได้จากงานในมือตามความสำเร็จของโครงการอย่างต่อเนื่อง”
บริษัทคาดการณ์อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin)และ อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ปีนี้สูงกว่าปีก่อนที่มีอัตรากำไรขั้นต้น 6.33 % และอัตรากำไรสุทธิ 2.01% เนื่องจากบริษัทรับงานที่มีมาร์จินดีขึ้น และได้งานใหม่เพิ่มขึ้น









