วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

4 ธุรกิจวาดฝันฟุ้ง มุ่งสู่แบรนด์พันล้าน

ความฝัน ความกดดัน ความเชื่อ และความรัก ส่งพลังสร้างไอเดียธุรกิจให้โลดแล่น บางคนทดลองก่อน บางคนใช้สัญชาตญาณตัวเองล้วนๆ บางคนก็ผสมกับรสนิยมคนอื่น เปิดวิธีคิด 4 ธุรกิจชิคคนรุ่นใหม่

ส่วนผสมในธุรกิจที่ลงตัวไม่ใช่มีแค่ไอเดียแปลกแหวกล้ำ เพราะระหว่างทาง ต้องมีวิถีทางสร้างความแตกต่างด้วยความเชื่อ ถอดรหัสความฝันมาสู่โลกความจริงในสนามธุรกิจที่ ล้มจริง เจ็บจริง เกือบฝันสลาย ก่อนพบความสำเร็จใน 4 ธุรกิจ ที่ธนาคารออมสิน เชิญผู้บริหารแต่ละรายมาบอกเล่าแผนปั้นแบรนด์จากธุรกิจเล็ก สู่การเป็นเจ้าของกิจการที่ประสบความสำเร็จ ในงานสัมมนา “ธุรกิจที่ไม่ธรรมดา เส้นทางตัวจริง สู่ธุรกิจหมื่นล้าน”

"รวิศ หาญอุตสาหะ” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีจันทร์ สหโอสถ จำกัด ทายาทรุ่นที่ 3 ของแบรนด์ผงหอม “ศรีจันทร์” แป้งผงหอม ผสมทานาคา แบรนด์เก่าแก่อายุกว่า 69 ปี เปลี่ยนตัวเองรีแบรนด์ปรับแพ็คเกจให้ทันสมัย อย่างเดียวที่ไม่ยอมเปลี่ยนคือ “ชื่อ” สู้ศึกแป้งผงหลากหลายชนิดเต็มเชลฟ์ จนในที่สุดยอดขายตีตื้นขึ้น ทำให้ภาพลักษณ์แบรนด์เก่าแก่ที่คนมองว่าเชย ดูดี ทันสมัยขึ้น

ทายาทรุ่นที่ 3 กล้าเปลี่ยนโปรดักท์เก่าจากรุ่นบรรพบุรุษเพื่อเอาใจตลาด เล่าถึงการแปลงไอเดียความคิดที่ใครต่อใครคิดว่าเป็นไปไม่ได้ โดยบอกว่า ต้องทดลองความคิดนั้น กับผู้คนกลุ่มเล็กๆก่อน เช่น ผ่านช่องทางการค้าออนไลน์ โดยเลือกกลุ่มลูกค้าเฉพาะ เช่น กลุ่มที่รักและนิยมในแบรนด์อยู่แล้ว

“เมื่อผลการทดลองได้รับการตอบรับดี ค่อยขยายสเกลใหญ่ขึ้น” เขาเล่า

รวิศ ยังมองว่าปีนี้เป็นปีหฤโหดอีกปีของคนทำธุรกิจ จึงเป็นช่วงของการเปลี่ยนผ่านการทำการตลาด ที่ปรับจากสื่อดั้งเดิม เป็นสื่อดิจิทัล รวมถึงโซเชียลมิเดีย

“ศรีจันทร์ทดลองการตลาดในหลากหลายสื่อ เพื่อดูว่าเวิร์คหรือไม่ ปรากฎว่าบางช่องทางที่ไม่คิดว่าเวิร์คกลับตรงกลุ่มเป้าหมาย เช่น โรงหนัง ดังนั้น จึงเป็นปีที่ธุรกิจเลือกทำการแบบใช้สื่ออย่างระมัดระวัง แม้สื่อจะมีให้เลือกมากขึ้น แต่ก็ต้องวางแผนให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากที่สุด

เช่นเดียวกับแผนขยายธุรกิจของศรีจันทร์ แม้จะอยากเดินไปให้ไกลกว่าเดิม แต่ก็ต้องประเมินสถานการณ์ให้ดี หากตลาดยังไม่เศรษฐกิจเอื้อ ก็ไม่ใช่เวลาที่ต้องรีบขยายธุรกิจ

“แผนขยายธุรกิจปีนี้จะไม่บุ่มบ่ามต้องมีแผนรองรับเสมอ หลีกเลี่ยงโครงการที่เสี่ยงเกินไป อะไรหวือหวามากๆ ลงทุนมากๆ ก็ระงับไว้ก่อน”

ขณะที่ “แม่ทัพ ต.สุวรรณ” กรรมการผู้จัดการ บมจ. อาฟเตอร์ ยู (AU) ลูกพี่ลูกน้องกับ “เมย์-กุลพัชร์ กนกวัฒนาวรรณ” รองกรรมการผู้จัดการ บมจ.อาฟเตอร์ ยู เล่าว่า ร้านขนมนั่งทานเช่นนี้เป็นความฝันของเมย์ตั้งแต่ยังเล็ก ซึ่งเขาและเมย์เป็นส่วนผสมที่ลงตัว ในความแตกต่างคนสองวัย ที่อายุห่างกัน 7-8 ปี ตอนเมย์มาปรึกษาอยากทำร้านขนม เธอเป็นเด็กวัยรุ่นที่มีความฝัน รักความสนุกสนาน ขณะที่ตัวเขาเอง ต้องการความมั่นคงในชีวิต หาอาชีพเลี้ยงครอบครัว ที่สำคัญเคยเจ็บและเจ๊งมากับธุรกิจร้านอาหารซีฟู้ดมาแล้ว ธุรกิจต่อไปจึงเป็นไปด้วยความระมัดระวัง กลายเป็นการเติมเต็มซึ่งกันและกัน

“สิ่งที่ผมชอบไอเดียของเมย์คือ ร้านขนมที่นั่งได้ทั้งวันสำหรับคนไม่ดื่ม เป็นสิ่งที่ในประเทศไม่มี และในต่างประเทศก็ไม่มี” 

เขาจึงแปลงความฝันของเมย์เป็นความจริง แต่เดินไปแบบค่อยเป็นค่อยไป ล่าสุดนำบริษัทเข้าจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ  มีมูลค่าสูงสุดแตะหมื่นล้านเมื่อปลายปีที่ผ่านมา 

“ทุกสิ่งที่ทำท้าทายตัวเอง และตลาดมาตลอด เพราะเป็นผสมผสานระหว่างสิ่งที่เราเชื่อ และสิ่งที่เรามองเห็น เราต้องใช้ตัวเองเป็นบรรทัดฐาน เมื่อเราชอบและเชื่อ ก็หาช่องทางทำให้เวิร์ค ปาให้เข้าเป้าหมาย”

สำหรับอาฟเตอร์ ยู เริ่มธุรกิจในยุค 6 ปีแรกเติบโตอย่างคาดเดาได้ แต่ 3 ปีล่าสุดธุรกิจเปลี่ยนแปลงเร็วมาก

การเปลี่ยนแปลงธุรกิจที่เกิดขึ้น เป็นเพราะพฤติกรรมของคน รักง่ายหน่ายเร็ว

“เป็นปีที่ต้องระมัดระวังกับความเปลี่ยนใจอย่างเร็วของผู้บริโภค เช่น เราเตรียมวางโปรดักท์เตรียมเปิดตัว แต่หากดูแล้วกระแสไม่แรง ดูจืด จาง ก็ดึงออกเลย ในวงการตลาดเป็นเช่นนี้ ทุกอย่างเร็วมากจนธุรกิจต้องปรับเปลี่ยนให้ทันกับพฤติกรรมลูกค้า” เขาเล่าแผนการตลาด

ธุรกิจอาฟเตอร์ยู เป็นไปตามแผนที่วางไว้หลังจากได้เงินทุนพร้อมขยายธุรกิจ ระหว่างทางจะมีโปรเจคใหม่ๆ เกิดขึ้นมาเซอร์ไพรส์ลูกค้า เช่น คาเฟ่ทุเรียน ซึ่งผลตอบรับดีเยี่ยม ลูกค้าแน่นร้าน

เรื่องราวของ แบรนด์กระเป๋าและรองเท้าหนัง น้องใหม่แบรนด์ "โอแอนด์บี" (O&B) ที่โด่งดังในโลกออนไลน์ “รรินทร์ ทองมา” เจ้าของแบรนด์ เล่าว่าธุรกิจของเธอเริ่มต้นจากความต้องกากรหาเงินมาใช้หนี้เพื่อนหลักแสนบาท หลังจากเจ็บตัว ล้มจากธุรกิจเสื้อผ้าเด็ก

รรินทร์เริ่มต้นธุรกิจใหม่ด้วยความกดดันจากหนี้ก้อนเก่าพร้อมกับหนี้ก้อนใหม่ ยืมเงินจากเพื่อน 9 หมื่นเพื่อลงทุนในแบรนด์กระเป๋าเครื่องหนัง โดยใช้ความรู้จากการจบ โปรดักส์ดีไซน์ จากมหาวิทยาลัยศิลปากร และจบแฟชั่น มาร์เก็ตติ้ง จากอิตาลี ลองอีกสักตั้ง

ปรากฎว่าธุรกิจใหม่ประสบความสำเร็จงดงาม เพราะเป็นสินค้าคุณภาพ และดีไซน์ระดับหมื่น แต่ราคาหลักพัน

เธอบอกว่า ธุรกิจของเธอ ใช้ใจล้วนๆ เพื่อรับรู้ความรู้สึก (Feeling) ของผู้บริโภค ว่าจะชอบหรือไม่ชอบอะไร ซึ่งมีสินค้าบางตัวปล่อยสู้ตลาดแล้วยอดขายตก นั่นก็เป็นตัวทดลองที่คิดไว้แต่แรกอยู่แล้ววางไม่เวิร์คแล้วก็จริง ตั้งแต่นั้นมาเธอจึงเชื่อสัญชาตญาณตัวเองมาโดยตลอด

“เริ่มธุรกิจแบบไม่มีเหตุผลเพราะว่า กลุ่มลูกค้าเป็นแฟชั่น ผู้หญิงมักซื้อโดยไร้เหตุผล จึงใช้อารมณ์ความรู้สึกล้วนๆ ธุรกิจจึงเกิดจากความรู้สึกให้หัวใจนำไป ซึ่งเราจะรู้ตั้งแต่วินาทีแรกเลยว่าใช่หรือไม่ใช่ คิดว่า ปัง ซัคเซส ก็ใช่ ตั้งแต่นั้นจึงเชื่อสัญชาตญาณตัวเอง” เจ้าตัวย้ำ 

เป็นคนตัวเล็กที่ก้าวขึ้นมาเป็นแบรนด์ที่คนถามหาในโลกออนไลน์ เพราะเชื่อว่ายุคนี้ไม่ใช่ยุคที่แข่งกันที่ความ ใหญ่ เล็ก หรือทุนหนา หากแต่แข่งกันที่ “ไอเดียธุรกิจและการสื่อสารในโลกออนไลน์” ทำให้ทุกคนเป็นซุปเปอร์สตาร์ได้ชั่วข้ามคืน

โดยปีนี้โอแอนด์บีเดินหน้าขยายแบรนด์เครื่องหนังในไทยไปบุกอาเซียน หลังจากเคยทดลองตลาดไปก่อนหน้านี้ ปรากฎว่ามีลูกค้าจากอาเซียนจำนวนไม่น้อยซื้อเข้ามา พร้อมกันกับขยายหน้าร้านกลับไปหาช่องทางเดิม โดยใช้ช่องทางออนไลน์เป็นตัวดึงคนเข้าร้าน

ชายหนุ่มที่หันเข้าหาธุรกิจเพื่อสร้างมั่นคงให้กับรากฐานชีวิต หลังจากเติบโตและโด่งดังสร้างชื่อเสียงด้วยการเป็นนักแสดงบนหน้าจอ และนักร้องหน้าบนเวที “กอล์ฟ พิชญะ นิธิไพศาลกุล” สกินแคร์จากโปรตีนใยแมงมุม แบรนด์ “NETZ”

กอล์ฟรู้ว่าอาชีพในวงการบันเทิงไม่ยั่งยืน มียุครุ่งเรืองและร่วงหล่น แต่ธุรกิจคือ สิ่งที่มาจากความเป็นตัวตนของเราที่จะอยู่ไปกับมันไปตลอด และเป็นสิ่งที่สร้างรากฐานอนาคตชีวิตตามที่พ่อ (เป็นนักธุรกิจ)แนะนำ

“อยากทำอะไรที่ขายได้ คนใช้จริง และต้องแตกต่างจากคนอื่น จึงเลือกครีมบำรุงผิว(สกินแคร์) ผสมกับ ครีมรองพื้น (เป็นเครื่องสำอางค์) เพราะศึกษาได้นวัตกรรมโปรตีนจากใยแมงมุมมาจากเยอรมัน”

นั่นจึงเป็นที่มาของการคลอดสินค้านวัตกรรม ที่นำเข้าครีมรองพื้นที่บำรุงผิวไปพร้อมกัน โดยมีส่วนผสมนวัตกรรมโปรตีน ใยแมงมุมจากเยอรมัน ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษนอกเหนือจากความเหนียวกันแดดแล้ว แล้วยังป้องกันแสงจากหลอดไฟด้วย

เมื่อสินค้าพร้อมจึงจ้างทีมการตลาดลุยทำการบ้าน แบบเน้นการใช้สื่อทางเลือกอย่างดิจิทัล เน้นสื่อสารผ่านออนไลน์อย่างจริงจัง

นี่ไม่ใช่ธุรกิจแรกในชีวิตของนักแสดงอย่างกอล์ฟ ก่อนมาถึงธุรกิจล่าสุดเขาเป็นคนหนึ่งที่ผ่านมาจุดล้มเหลวมาแล้ว

ธุรกิจล่าสุดจึงเกิดขึ้นพร้อมบทเรียนในอดีต จึงผสมผสาน 2 ด้านระหว่างความเชื่อตัวเอง และความเชื่อคนอื่น ปรึกษาคนรอบข้าง

“ผมเป็นคนทำกราฟฟิกภาพโปรดักท์เอง และออกแบบทดลองสีก่อน ปรึกษาหลายๆคน เพราะเคยเชื่อตัวเองแล้วเละมาแล้ว จึงถามหลายคนเพื่อให้ตอบโจทย์กับคนหลากหลาย เริ่มจากกลุ่มเป้าหมายก่อนแล้วขยายไปกลุ่มอื่น สิ่งที่สำคัญคือเราต้องชอบและพร้อมจะอยู่กับมัน จึงเติบโตไปพร้อมกันได้ "

กอล์ฟ คิดกลยุทธ์การตลาดมาเล่นกับพฤติกรรมผู้บริโภค ในยุคที่เปลี่ยนใจเร็ว จะต้องมีแคมเปญใหม่ๆ กิมมิคใหม่ๆ ชวนให้มาปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ตลอดเวลา ให้แบรนด์มีชีวิตชีวา พร้อมกันกับเตรียมเพิ่มโปรดักท์ใหม่ในปลายปี

และนี่คือ 4 ธุรกิจที่กำลังไปได้สวย โดยพวกเขาเริ่มต้นจากความคิดที่ใช่ ผสมกับความเข้าใจลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ก่อนคว้าชัยสนามการค้า 

----------------------------

Key to Success 

แปลงไอเดียเป็นภาพจริง

-ทดลองตลาดกลุ่มเล็กๆ ก่อนขยายใหญ่ขึ้น

-นำด้วยความรัก และความเชื่อ

-มีทีมวิจัยและพัฒนาสินค้า

-สวมวิญญาณเป็นผู้บริโภค

-ความผิดพลาดครั้งก่อนเป็นบทเรียนครั้งใหม่