"กลุ่มเครื่องดื่ม" หวังยอดขายไตรมาส2พุ่ง "อิชิตัน" มั่นใจรายได้ทั้งปีแตะ 6.5พันล้าน เดินหน้าลงทุน 800 ล้านเพิ่มกำลังการผลิต
กลุ่มชาเขียว-เครื่องดื่มฟังค์ชั่น หวังยอดขายไตรมาส 2 โต อานิสงส์ไฮซีซันและสินค้าใหม่เริ่มออกสู่ตลาด อิชิตันมั่นใจรายได้ทั้งปีแตะ 6.5 พันล้านบาท เหตุตลาดชาเขียวทั้งในและต่างประเทศขยายตัวสูง ขณะที่เซ็ปเป้ยันเป้ารายได้ปีนี้โต 10%
นายตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ICHI กล่าวว่า บริษัทคาดรายได้ปีนี้อยู่ที่ 6.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้ 5.26 พันล้านบาท เนื่องจาก เน้นทำการตลาดชาเขียวในประเทศมากขึ้น โดยจะออกสินค้าใหม่ นอกจากนี้เครื่องจักรใหม่ของบริษัทจะติดตั้งเสร็จในเดือนส.ค.2560 ซึ่งจะทำให้บริษัทมียอดขายที่ดีขึ้นต่อเนื่อง ส่วนตลาดส่งออกชาเขียวในประเทศแถบซีแอลเอ็มวีนั้น ยังมีการเติบโตที่ดี โดยปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้จากประเทศซีแอลเอ็มวีที่ 700 ล้านบาท จากเดิมที่คาดอยู่ที่ 500 ล้านบาท เฉพาะในไตรมาส 1 ปี 2560 มียอดขายแล้ว 249.5 ล้านบาท
“ภาพรวมตลาดชาเขียวในปีนี้จะทรงตัว หรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อน ซึ่งในส่วนชาเขียวที่มีการเติบโตจะอยู่ในประเทศ โดยชาเขียวที่มีการใส่ชิ้นเนื้อผลไม้ เช่น วุ้นมะพร้าว มีการเติบโตปีละ 30-40% และ ชาสุขภาพ ซึ่งปีนี้เราจะมีการทำตลาดในสินค้าดังกล่าวเพื่อทำให้ตลาดรวมชาเขียวปีนี้ไม่ลดลงจากปีก่อน”
งบลงทุนปีนี้ อยู่ที่ 800 ล้านบาท เพื่อซื้อเครื่องจักรในการเพิ่มกำลังผลิตที่สามารถผลิตสินค้าที่มีการใส่ชิ้นเนื้อผลไม้ เช่น วุ้นมะพร้าวได้ จากที่ผ่านมาบริษัทมีการจ้างผลิต ซึ่งจะทำให้บริษัทมีต้นทุนการดำเนินงานที่ดีขึ้น โดยจะเพิ่มกำลังผลิตอีก 300 ล้านขวดต่อปี เริ่มผลิตในเดือน ส.ค.นี้ จากปัจจุบันที่มีกำลังผลิต 1.2 พันล้านขวด
สำหรับบริษัทร่วมทุนที่อินโดนีเซีย ปี 2560 ยอมรับว่าจะยังคงขาดทุนใกล้เคียงปี 2559 ที่ขาดทุน 95 ล้านบาท โดยไตรมาส 1 ปี 2560 มีผลขาดทุน 43.8 ล้านบาท และคาดหวังว่าจะพลิกมีกำไรได้ในปี 2562 เพราะปัจจุบันบริษัทได้มีการจัดกิจกรรมการตลาด โดยเดือนก.พ.ที่ผ่านมาได้รับการตอบรับที่ดี และ ร้านค้าปลีกรายใหญ่ของอินโดนีเซีย นำสินค้าไปวางขายแล้ว ทั้งนี้จึงตั้งเป้ายอดขายที่ 2.2 ล้านลัง คิดเป็นรายได้ 400 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีเพียง 6.8 แสนลัง
“ที่ผ่านมากำไรเราลดลงเพราะตัดสินใจผิดพลาดในการออกสินค้าขนาดเล็กทำให้มีต้นทุนสูงและยอดขายไม่เป็นตามเป้า ซึ่งตอนนี้แก้ไขเพื่อให้ธุรกิจฟื้นกลับมา โดยการเน้นทำตลาดสินค้าชาเขียวในประเทศ เช่น สินค้าเพื่อสุขภาพ และ ชาเขียวที่ใส่ชิ้นเนื้อผลไม้ พวกวุ้นมะพร้าว ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างรอเครื่องจักรใหม่ จากเดิมสินค้าดังกล่าวรับจ้างผลิตทำให้ยังไม่กล้าทำตลาดมาก เพราะทำให้มีต้นทุนสูง ส่วนราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลงมานั้นเป็นไปตามตลาด”
ขณะที่บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด(มหาชน) SAPPE ระบุว่า แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2560 คาดการณ์ว่าจะดีกว่าไตรมาส 1 ปี 2560 เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซัน ทำให้มีความต้องการซื้อเครื่องดื่มฟังค์ชั่นเพิ่มทั้งในและต่างประเทศ ขณะเดียวกัน บริษัทได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในแบรนด์บิวตี้ดริงค์ และLemoPlay ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี โดยทั้งปีนี้ ยังคงเป้าหมายรายได้เติบโต 10%





