ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม
ประเด็นการลงทุน
เราคาดกำไรในช่วง 2H17 จะเติบโตโดดเด่นจากการเริ่มรับรู้รายได้งานใน backlog ที่มีอยู่ราว 1,200 ล้านบาท อย่างต่อเนื่อง และในระยะยาวในช่วง 1-3 ปีข้างหน้าเรามองภาพอุตสาหกรรมงานรากฐาน-เข็มเจาะ จะเข้าสู่ “ยุคทอง” เพราะจะมีแรงหนุนจากงานภาคเอกชนขนาดใหญ่ เช่น โครงการ mixed use บนถนนพระราม 4 ทั้ง 2 โครงการ ซึ่งมีมูลค่า
ก่อสร้างโครงการหลักหลายหมื่นถึงแสนล้าน ประกอบกับการประมูลงาน ภาครัฐฯเห็นความชัดเจนขึ้นในช่วงครึ่งหลังปีนี้ แม้ระยะสั้นคาดกำไร 2Q17 อ่อนตัวลงเรามองเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าสะสมหุ้นเพื่อลงทุนระยะยาว
2Q17 คาดกำไรอ่อนตัวลง …
ระยะสั้นเราคาดผลประกอบการใน 2Q17 มีแนวโน้มอ่อนตัวลง จาก 1Q17 จากวันหยุดเยอะในไตรมาสนี้ ส่งผลให้ผลผลิตของงาน (production) ลดลงจากช่วง 1Q17 ในขณะที่ต้นทุนคงที่ยังคงอยู่ส่งผลให้มาร์จิ้นอ่อนตัวลงด้วย นอกจากนี้ใน 1Q17 บริษัทมีรายได้อื่นๆจากการขายเครื่องจักรเก่าจำนวนเกือบ 10 ล้านบาท ซึ่งเรามองว่ารายการลักษณะนี้
ไม่น่าจะเกิดขึ้นอีกใน 2Q17
... ครึ่งปีหลังกลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง ...
คาดกำไร 2H17 จะกลับมาเติบโตโดดเด่นอีกครั้ง จากการเริ่มรับรู้รายได้งานใน backlog ที่มีอยู่ราว 1,200 ล้านบาท อย่างต่อเนื่อง (หลังจากขาดช่วงใน 2Q17 เพราะวันหยุดเยอะ) และตั้งแต่ช่วง 2H17 เป็นต้นไป บริษัทจะได้อานิสงส์บวกจากโครงการการก่อสร้างของทั้งภาครัฐ เช่น รถไฟฟ้าสายสีส้ม ที่คาดจะเริ่มงานฐานราดได้ปลาย 3Q17 นี้ และงานเอกชนที่จะเข้ามาพร้อมกันจำนวนมากจากผู้ประกอบการอสังหาฯหลาย รายวางแผนที่จะเริ่มเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ๆในเชิงรุกมากขึ้น โดยงานก่อสร้างน่าจะเริ่มได้ใน 2H17 เป็นต้นไป
... และปีหน้าจะเข้าสู่ “ยุคทอง”
สำหรับภาพระยะยาวในช่วง 1-3 ปีข้างหน้าเรามองภาพอุตสาหกรรมงานรากฐาน-เข็มเจาะ จะเข้าสู่ “ยุคทอง” เพราะจะมีแรงหนุนจากงานภาคเอกชนขนาดใหญ่ เช่น โครงการ mixed use บนถนนพระราม 4 ทั้ง 2 โครงการ (โครงการ One Bangkok (กลุ่มคุณเจริญ) และ โครงการดุสิตธานี) ซึ่งมีมูลค่าก่อสร้างโครงการหลักหลายหมื่นถึงแสนล้าน สำหรับการประมูลโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐฯ มีความชัดเจนมากขึ้น โดยโครงการต่อไปคือ 1) รถไฟรางคู่ช่วงหัวหิน-ประจวบฯ มูลค่าโครงการ 8.4 พันล้านบาท โดยคาด e-bidding วันที่ 27 ก.ค. 2) รถไฟ รางคู่นครปฐม-หัวหิน มูลค่า 8.5 พันล้านบาท สำหรับสัญญาที่ 1 และ 7.4 พันล้าน สำหรับสัญญาที่ 2 3) ยังมีสัญญาโครงการรถไฟรางคู่อีก 10 สัญญามูลค่ารวมอยู่ที่ 7.3 หมื่นล้านบาท โดย รฟท. จะขายเอกสารประกวดราคาใน 3Q17 และการคาดจะเห็นการ e-bidding ในช่วง 1Q18
สำหรับรถไฟฟ้าในกทม. โครงการสายสีม่วงใต้มูลค่า 1.31 แสนล้านบาท น่าจะเข้าสู่การพิจารณาของครม.ในเร็วๆนี้ ซึ่งอาจใช้เวลาประมาณ 7-8 เดือนก่อนที่จะรู้ผลผู้ชนะการประมูล สำหรับการประมูลสายสีส้มตะวันตกมูลค่าโครงการ 1.11 แสนบาท คาดจะเป็นโครงการถัดไปที่ตามมา






