วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘ออริจิ้น’ แชมป์หุ้นพุ่งรอบ 5 เดือน

"ออริจิ้น" แชมป์หุ้นพุ่งรอบ5เดือน ซื้อ "พราวด์เรสซิเดนซ์" ดึงเชื่อมั่นเพิ่ม โบรกแห่เพิ่มเป้าหมายกำไรปีนี้ 

ราคาหุ้นออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เพิ่มขึ้นมากสุดช่วง 5 เดือน บวก 148.50% อานิสงส์เข้าซื้อพราวด์ เรสซิเดนซ์ สร้างความเชื่อมั่นเพิ่ม ดันราคาหุ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ด้านโบรกเกอร์เดินหน้าเพิ่มเป้าหมายกำไรปีนี้ ขณะที่กระดานเอ็มเอไอ หุ้นซีซีเอ็น-เทคบวก 229.34% ในช่วง 5 เดือนแรกปีนี้ 

สำรวจความเคลื่อนไหวราคาหุ้นรอบ 5 เดือนแรกปีนี้ (ม.ค.-25พ.ค.) พบว่า ราคาหุ้นออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI) ปรับเพิ่มขึ้นมากสุดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้น 148.50% รองมาคือหุ้นห้องเย็นเอเชี่ยน ซีฟู้ด (ASIAN) ซึ่งราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้น 140% และ อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง (AMANAH) ซึ่งราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้น 133.33% ในช่วงเดือนม.ค.-พ.ค.2560 

นักวิเคราะห์รายหนึ่งระบุว่า ราคาหุ้นออริจิ้น(ORI) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญภายหลังบริษัทประกาศการเข้าซื้อธุรกิจบริษัท พราวด์ เรสซิเดนซ์ โดยราคาหุ้นได้ปรับเพิ่มขึ้นทำราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 14.30 บาท เมื่อวันที่ 25 พ.ค.2560 

บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส ประเมินว่า หากออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI) ซื้อหุ้นจากพราวด์ เรสซิเดนซ์ สำเร็จ ได้นำคอนโดพาร์ค 24 มาจัดทำงบรวม ก็จะมีอัตราการเติบโตกำไรสูงสุดในกลุ่มที่อยู่อาศัย ตั้งแต่ปี 2560 ถึงปี 2562 ด้วย CAGR ปี 2559-2562 เฉลี่ยที่ 73% ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยได้ปรับประมาณการกำไรปีนี้และปีหน้าเพิ่มสูงถึง 32%  และ 73% ตามลำดับ หลังได้ PARK 24 และกำไรไตรมาส 3 หรือ ไตรมาส 4 ปีนี้ จะโตสูงเป็นพิเศษ

ขณะที่ราคาหุ้นห้องเย็นเอเชี่ยน ซีฟู้ด (ASIAN) มีความเคลื่อนไหวเชิงบวกต่อเนื่อง และได้ทำราคาสูงสุดในรอบ 1 ปี 1 เดือน ที่ราคา 8.90 บาท เมื่อวันที่ 19พ.ค. และราคาล่าสุด (26 พ.ค.) ปิดการซื้อขายที่ 10.40 บาท โดยบริษัทได้รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2560 มีกำไรสุทธิ 106 ล้านบาท ยอดขาย 2,482 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% จากช่วงเดียวกันปีก่อน 

ขณะที่ผู้บริหารบริษัท ให้ข้อมูลว่า บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ในปี 2563 ที่ 1.4 - 1.5 หมื่นล้านบาท จากปีก่อนที่มีรายได้ 9,347.97 ล้านบาท โดยปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตที่สามารถรองรับออเดอร์ได้หลักหมื่นล้าน จึงยังไม่มีความจำเป็นต้องลงทุนเพิ่มมีเพียงงบลงทุนปกติ 100 ล้านบาทต่อปี

ทั้งนี้บริษัทจะหันไปผลิตสินค้าที่มีอัตรากำไรสูง โดยเฉพาะในธุรกิจอาหารสัตว์พรีเมียม เพราะมีความต้องการจากต่างประเทศสูง และได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบต่ำส่วนกุ้งแช่แข็งเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น หลังจากภาวะโรงกุ้งในไทยเริ่มคลี่คลายในทิศทางที่ดี อีกทั้งราคากุ้งยังอยู่ในระดับที่สูง เช่นเดียวกันผลิตภัณฑ์ปลาทูน่า

ขณะที่หุ้นในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ที่ราคาเพิ่มขึ้นมากสุดในรอบ 5 เดือน คือซีซีเอ็น-เทค (CCN) โดยราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้น 229.34% และ ธนาสิริ กรุ๊ป ซึ่งปรับเพิ่มขึ้น 90.80% ข้อมูลล่าสุดบริษัท ซีซีเอ็น-เทค (CCN) แจ้งว่า ได้ดำเนินการเพิ่มทุนเพื่อเสนอขายแก่ผู้ถือหุ้นเดิม จำนวน 54.2 ล้านหุ้น อัตราส่วน 5 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นใหม่ ราคาใช้สิทธ 6 บาท ส่วนราคาหุ้น ณ วันที่ 26 พ.ค. ปิดการซื้อขายที่ 10.80 บาท

ส่วนหุ้นธนาสิริ กรุ๊ป (THANA)ราคาปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงกลางเดือนพ.ค. และทำราคาสูงสุดที่ 3.44 บาท เมื่อวันที่ 25 พ.ค. ส่วน ณ วันที่ 26 พ.ค. ราคาหุ้นปิดการซื้อขายที่ 3.28 บาท 

ขณะเดียวกัน บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป แจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่า ตามที่ในช่วงวันที่ 22-26พ.ค. สภาพการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เพื่อให้ผู้ถือหุ้นและนักลงทุน ได้มีข้อมูลในการประกอบการตัดสินใจลงทุนอย่างครบถ้วน บริษัทขอชี้แจงว่า บริษัทยังไม่มีข้อมูลหรือพัฒนาการใดที่สำคัญ ที่ยังไม่ได้เปิดเผย ทั้งนี้ หากบริษัท มีข้อมูลหรือพัฒนาการใด ที่อาจส่งผลกระทบต่อปัจจัยพื้นฐานของราคาหลักทรัพย์