วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

LIT - ซื้อ

กำไร 1Q60 ทำสถิติสูงสุดใหม่ ปรับประมาณการกำไรปี 60 เพิ่มขึ้น 9%

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

- เป็นผู้ให้บริการสินเชื่อครบวงจรประเภท Non bank ที่มีศักยภาพเติบโดสูง : ลีซอิทดำเนินธุรกิจให้บริการสินเชื่อครบวงจรประเภท Non-Bank เริ่มต้นธุรกิจปล่อยสินเชื่อสนับสนุนการค้าของผู้ถือหุ้นใหญ่ (SVOA) ปัจจุบันมีการกระจายความเสี่ยงมากขึ้นในการปล่อยสินเชื่อนอกกลุ่ม โดยมีสัดส่วนลูกค้าในธุรกิจไอที 24% ลูกค้าที่ไม่ใช่ธุรกิจไอที 76% ลูกค้าของ LIT เป็นผู้ประกอบการ SMEs ที่มีลูกค้าเป็นบริษัทเอกชนขนาดใหญ่หรือหน่วยงานราชการทำให้มีความเสี่ยงต่ำและรายได้มีศักยภาพในการเติบโตสูง ปริมาณสินเชื่อคงค้าง ณ ปลาย 1Q60 เกือบ 2 พันล้านบาทเติบโต 69%YoY ทั้งนี้โครงสร้างพอร์ตสินเชื่อ ณ ปลายมี.ค.60 ประกอบด้วยสินเชื่อรับซื้อลูกหนี้การค้า 42% สินเชื่อโครงการในการจัดหาสินค้า 38% สินเชื่อสัญญาเช่าทางการเงินและเช่าซื้อ 18%

- กำไร 1Q60 +72%YoY +20%QoQ ทำสถิติสูงสุดรายไตรมาสต่อเนื่อง : ในช่วง 1Q60 รายงานกำไรสุทธิ 34 ล้านบาท +72%YoY +20%QoQ โดยได้รับปัจจัยหนุนจากพอร์ตลูกหนี้สินเชื่อคงค้าง ณ ปลาย 1Q60 เติบโต 69%YoY สู่ระดับเกือบ 2 พันล้านบาทส่งผลให้มีรายได้รวมเติบโต 70%YoY เป็น 96 ล้านบาท ด้านคุณภาพหนี้อ่อนแอลงเล็กน้อย โดยมีลูกหนี้ที่ค้างชำระเกิน 3 เดือนเพิ่มขึ้น 24%YTD อย่างไรก็ดี บริษัทได้เพิ่มอัตราการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญเป็น 2.9% เพิ่มขึ้นจากระดับ 2.81% ณ ปลายปี 59

- ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 60-61 เพิ่มขึ้น 9% และ 6% ตามลำดับ : กำไร 1Q60 คิดเป็น 25% ของประมาณการกำไรทั้งปี 60 ที่ราว 137 ล้านบาท เราเห็นถึงสัญญาณการเติบโตของสินเชื่อที่สูงกว่าประมาณโดยเฉพาะกลุ่มสินเชื่อในโครงการจัดหาสินค้าที่ปลายมี.ค. 60 เติบโตสูง 144%YoY ทั้งนี้ในเดือนพ.ค. ได้เซ็นสัญญาให้กู้ยืมเงิน-สินเชื่อรับซื้อหนี้การค้าเพิ่มอีก 1 โครงการระยะเวลาราว 2 ปีโครงการระบบชลประทาน ห้วยโสมงมูลค่า 215.7 ล้านบาท ฝ่ายวิจัยได้ปรับประมาณการรายได้รวมเพิ่มขึ้น 8% ส่งผลให้ประมาณกำไรสุทธิปี 60 เพิ่มขึ้น 9% เป็น 150 ล้านบาทซึ่งเติบโต 49% จากปี 59 สำหรับประมาณการกำไรปี 61 เพิ่มขึ้น 6% เป็น 188 ล้านบาท +26%YoY

- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับเพิ่มราคาเหมาะสมเป็น 14.20 บาท : การจ่ายหุ้นปันผลและออก LIT-W1 ส่งผลให้ฐานทุนกว้างขึ้นคาดว่าช่วยลด D/E เหลือ 2.9 เท่า ณ ปลายปี 60 จาก 3.2 เท่า ณ ปลายปี 59 สำหรับประมาณการกำไรที่ปรับเพิ่มขึ้นส่งผลให้ราคาเหมาะสมตามมูลค่าพื้นฐานซึ่งอิง Prospect PE ที่ระดับ 25 เท่า (เท่ากับค่าเฉลี่ยของหุ้นใน SET และ MAI ที่ทำธุรกิจคล้ายกัน) และคำนวณ EPS แบบ Fully diluted เพิ่มจากเดิม 0.53 บาทเป็น 0.57 บาทเพิ่มขึ้นเป็น 14.20 บาทจากเดิม 13.20 บาทซึ่งยังมี upside จากราคาปิดล่าสุด จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”