"หุ้นกลุ่มนิคม" บวกรับ "ปลดล็อกอีอีซี" ผู้ประกอบหวังยอดขายกระเตื้องหลังรัฐผลักนโยบาย
โบรกระบุกำไรสุทธิเริ่มโดดเด่นไตรมาส 2
หุ้นกลุ่มนิคมขานรับม.44 ปลดล็อกข้อติดขัดอีอีซี 3 เรื่องดันราคาหุ้นบวก ขณะผู้ประกอบการมั่นใจอานิสงส์นโยบายรัฐดันยอดขาย อมตะเชื่อยอดขายปีนี้เข้าเป้า 1 พันไร่ ขณะที่นักวิเคราะห์ลุ้นดับบลิวเอชเอกำไรไตรมาส2 ฟื้น
ความเคลื่อนไหวราคาหุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมวานนี้( 23พ.ค.) หุ้นอมตะ คอร์ปอเรชัน (AMATA) ปิดการซื้อขายที่ 16.80 บาท เพิ่มขึ้น 1.30 บาท หรือ 8.39% มูลค่าการซื้อขาย 160.71 ล้านบาท หุ้นดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) ปิดที่ 3.08 บาท เพิ่มขึ้น 0.02 บาท หรือ 0.65% มูลค่าการซื้อขาย 84.95 ล้านบาท ขณะที่หุ้นไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น (TICON) ปิดการซื้อขายที่ 14.10 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท หรือ 1.44% มูลค่าการซื้อขาย 12.20 ล้านบาท
โดยวานนี้ ราคาหุ้นเริ่มปรับตัวในทิศทางบวก หลังจากโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. บ่ายวานนี้ ว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกม.44 ปลดล็อกข้อติดขัดอีอีซีใน 3 เรื่อง ทั้งด้าน EIA - เลือกเอกชนร่วมลงทุนได้เป็นการพิเศษ
นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด(มหาชน) AMATA กล่าวว่า บริษัทคาดรายได้ปี 2560 จะเติบโตไม่ต่ำกว่าปี 2559 ที่มีรายได้ 5,057 ล้านบาท โดนได้รับอานิสงส์จากโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC ซึ่งรัฐบาลจะต้องเร่งเดินหน้าให้กฎหมายดังกล่าวประกาศออกมาใช้โดยเร็ว ไม่เช่นนั้นอาจกระทบกับการลงทุนได้ โดยกฎหมายดังกล่าว ขณะนี้อยู่ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาในรายละเอียด หลังจากนั้นจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี หรือ ครม.พิจารณา และเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. ก่อนขึ้นทูลเกล้า ก่อนประกาศลงราชกิจจานุเบกษา เพื่อประกาศใช้ต่อไป
บริษัทตั้งเป้าปีนี้ขายที่ดินได้ 1,000 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ขายได้ 638 ไร่ โดยขณะนี้มีลูกค้าจากญี่ปุ่น จีน เกาหลี ยุโรป เริ่มเจรจาเพื่อซื้อพื้นที่แล้วหลายร้อยไร่ ขณะที่ไตรมาส 1 ที่ผ่านมา บริษัทขายที่ดินได้ประมาณ 60 ไร่ สำหรับปัจจุบันบริษัทมียอดขายรอโอน ทั้งสิ้น 1,157 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้
ฝ่ายวิจัย บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส ระบุว่า แนวโน้มผลประกอบการของดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) หากงวดไตรมาส 2 ปี 2560 มีการโอนนิคมฯได้ 500 ไร่จริง จะทำให้มีรายได้จากการโอนเป็น 1.9 พันล้านบาท เมื่อใช้ราคาเฉลี่ยนิคมฯที่ 3.8 ล้านบาทต่อไร่ เทียบกับงวดเดียวกันปีก่อน และไตรมาสที่แล้ว ที่บันทึกรายได้ในส่วนธุรกิจนี้ 132 ล้านบาท และ 461 ล้านบาท ตามลำดับ







