ภาคการศึกษา วิจัย และองค์กรสื่อมวลชน ร่วมเสวนา “ทิศทางหลังประเทศไทย 4.0 ภายใต้การสื่อสารยุคสื่อดิจิทัลใหม่” สร้างการพัฒนาเนื้อหาข่าว “ยุคคนทั่วไปกลายเป็นสื่อ”
เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 60 ที่ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ - คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จัดเสวนาเรื่อง “ทิศทางหลังประเทศไทย 4.0 ภายใต้การสื่อสารยุคสื่อดิจิทัลใหม่” โดยมี ศาสตราจารย์ นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการ สกว. ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และรองศาสตราจารย์ จุมพล รอดคำดี ประธานกรรมการนโยบายองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) ร่วมเสวนา ซึ่งดำเนินรายการโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชุติสันต์ เกิดวิบูลย์เวช สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)
เริ่มจาก ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ กล่าวถึงสื่อออนไลน์ยอดนิยมในปัจจุบันว่า Facebook เป็นสื่อหนึ่งที่สังคมเข้าถึง และมีจำนวนประชากรอย่างก้าวกระโดด ซึ่งตนก็ได้ใช้สื่อออนไลน์ประเภทนี้สื่อสารสังคม เผยแพร่ผลงานวิชาการ และทัศนะต่างๆที่เป็นองค์ความรู้แก่ลูกศิษย์ นอกจากผลงานทางวิชาการแล้ว ปัจจุบันตนยังได้ร่วมเขียนคอลัมน์ และให้ความเห็นด้านต่างๆ ก็ใช้พื้นที่ของสื่อใหม่ ส่ง แชร์ ข้อความประโยชน์ แก่สมาชิกแฟนเจน ที่มีอยู่มากกว่า 20 กลุ่ม ทั้งหมดคือการใช้ประโยชน์จากสื่อในการสื่อสาร
“อย่างไรก็ตาม หากวิเคราะห์ตามพฤติกรรมการเสพสื่อจะพบว่า Google และ Facebook รู้จักเรา มากกว่าตัวเรา รู้จักตัวเองเสียอีก เพราะอย่าลืมว่า Google และ Facebook มีระบบการจำตำแหน่ง ที่อยู่ และการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ของผู้ที่เข้าไปใช้งานที่แม่นยำ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถนำมาตรวจสอบการใช้งาน และวิเคราะห์ข้อมูลที่เรานำไปแชร์สู่สาธารณะเป็นลักษณะใด ซึ่งสามารถนำมาวิเคราะห์พฤติกรรมตัวเราเองได้ระดับหนึ่ง โดยที่เราไม่สามารถโกหกสื่อใหม่เหล่านั้นได้เลย ดังนั้นเราควรใช้สื่อในทางสร้างสรรค์และเป็นประโยชน มากกว่าการใช้เพื่อความสนุก” อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวถึงการใช้สื่อใหม่
ทั้งนี้ เราสามารถพัฒนาสื่อใหม่ ให้เอื้อประโยชน์แก่การศึกษา ซึ่งจะเป็นความรู้ระหว่างกลางที่จะส่งต่อสาธารณชนที่มีการเปิดรับข่าวสารจำนวนมากในแต่ละวัน ซึ่งในประเด็นดังกล่าวโดยส่วนตัวมองว่าประเทศไทยยังไม่การกล่าวถึงที่จริงจัง ทั้งที่งานวิชาการจะช่วยสนับสนุนให้ข้อมูลที่ไหลบ่าเข้ามามีความน่าเชื่อถือมากขึ้น
ด้าน รองศาสตราจารย์ จุมพล รอดคำดี กล่าวFacebook ที่ทำให้คนทั่วไปกลายเป็นสื่อมวลชนที่ไม่มีสังกัดได้ ว่า แม้ยุคการสื่อสารจะเปลี่ยนไปจากเดิม ดังนั้นบทบาทหน้าที่ของสื่อหลักจะไม่ใช่แค่รายงานสถานการณ์ และทำให้สังคม เห็นถึงความต่างระหว่างข่าวของคนทั่วไป และข่าวของมืออาชีพ โดยการเคราะห์ อ้างอิง สอดแทรกความรู้ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างมีเหตุ มีผล ขณะเดียวกันผู้บริโภคเอง จะต้องเลือกที่จะรับสื่อย่างรู้เท่าทันว่าสิ่งไหนคือข่าวจริง หรือ ข่าวลวง
“แม้ผู้เสพจะรู้เท่าทันสื่อ แต่ที่สำคัญอีกประการคือ เราต้องรู้จักตนเองว่าเราต้องการอะไร ไม่ต้องการอะไร มากกว่าการเข้าถึงเทคโนโลยีและสื่อใหม่ที่เปิดช่องให้คนทั่วไปกลายเป็นสื่อซึ่งเพิ่มจำนวนอย่างกล่าวกระโดด เพราะตามที่กล่าวมาในข้างต้นว่า ข้อมูลบนโลกออนไลน์นั้นมีทั้งจริงและเท็จ ในส่วนนี้จึงอยากประสารความร่วมมือไปยังอาจารย์มหาวิทยาลัย และองค์กรวิจัย อย่าง สกว. ที่จะค้นคว้าข้อมูล มาสนับสนุนการรายงานข่าวในบางเรื่อง” รองศาสตราจารย์ จุมพล กล่าว
ขณะที่ ศาสตราจารย์ นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ กล่าวยืนยันถึง ภารกิจ สกว. ว่า มีหน้าที่สนับสนุนการวิจัยในทุกระดับ และหลากหลายมิติ เพราะองค์ความรู้จากงานวิจัยจะนำไปสู่การพัฒนา ซึ่งเป็นแนวทางของการแก้ปัญหาแก่สังคมปัจจุบันและอนาคต หรือตามบริบทของสังคมที่เปลี่ยนแปลง โดยสื่อมวลชน หรือ กองบรรณาธิการที่ได้นำเสนอเนื้อหาอันเป็นประโยชน์ ที่จะนำไปสู่การพัฒนาในทุกภาคส่วน
“สำหรับการสื่อสารในอนาคต จะต้องนำกระบวนการคิดแบบ “ปัญญาประดิษฐ์” มาประยุกต์ใช้ให้มากขึ้น และ สกว. พร้อมที่สนับสนุนการวิจัย และส่งต่อข้อมูลที่จะสนับสนุนการรายงานข่าวแก่สื่อมวลชน ภายใต้ยุทธ์ศาสตร์การสื่อสารขององค์กรสื่อ” ผู้อำนวยการ สกว.





