“ไออาร์พีซี” คงเป้าอีบิทด้า เร่งสรุปขายที่ดินไตรมาส3
ไออาร์พีซีคงอีบิทด้าปีนี้1.8 หมื่นล้าน แม้กำลังการผลิตลด จากแผนหยุดซ่อม คาดค่าการกลั่นน่าจะยืนระดับสูงใกล้เคียงปีก่อนที่ 13 ดอลลาร์ พร้อมเดินหน้าโครงการเอเวอร์เรสต์ เร่งสรุปขายที่ดินเขตอีอีซีไตรมาส 3 ปีนี้ หวังรับรู้กำไรสิ้นปี
นางรัชดาภรณ์ ราชเทวินทร์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายบัญชีและการเงิน บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) IRPC กล่าวว่า แนวโน้มของผลการดำเนินงานของปีนี้ คาดว่า กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษีนิติบุคคล ค่าเสื่อม และค่าจัดจำหน่าย (อีบิทด้า) จะปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อนที่ 17,681.45 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ 1.8 หมื่นล้านบาท เนื่องจากค่าการกลั่นที่อยู่ในระดับที่สูงจากปีก่อนอยู่ที่ 13 ดอลลาร์ ประกอบกับจะได้รับอานิสงส์จากการปรับปรุงประสิทธิภาพของบริษัทในโครงการเอเวอร์เรสต์ ซึ่งจะมีการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต และควบคุมค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพ โดยในไตรมาส1ปีนี้ บริษัทสามารถทำอีบิทด้าได้จากส่วนดังกล่าว 700 ล้านบาท และเป้าหมายปีนี้ต้องการให้มีอีบิทด้าที่ 7,000 ล้านบาท
“เราประเมินว่าค่าการกลั่นในปีนี้จะมีทิศทางที่ดีขึ้น หลังจากที่หลายโรงกลั่นได้หยุดซ่อมบำรุงประจำปี ซึ่งลักษณะดังกล่าวจะช่วยรักษาระดับค่าการกลั่นให้อยู่ในระดับปัจจุบันจนถึงช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ ซึ่งช่วงดังกล่าวจะถือว่าเป็นไฮซีซั่นของธุรกิจ”
ขณะที่ปีนี้บริษัทคาดกำลังผลิตจะลดลงเหลือ 1.78 แสนบาร์เรลต่อวัน จากปกติจะอยู่ที่ 1.8-1.85 แสนบาร์เรลต่อวัน และจากปีก่อนที่มีกำลังผลิต 1.83 แสนบาร์เรลต่อวัน แต่ในไตรมาส1ปี2560 มีการปิดซ่อมโรงกลั่น 34 วัน เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ จะทำให้เพิ่มกำลังการผลิตเป็น1.96 แสนบาร์เรลต่อวัน
ราคาน้ำมันดิบในปีนี้ยังแกว่งตัวอยู่ในระดับต่ำ โดยอยู่ที่ 52-53 ดอลลาร์ ต่อบาร์เรล โดยบริษัทคาดว่าหลังจากนี้ความต้องการใช้น้ำมันดิบจะเริ่มกลับมามีเสถียรภาพหากกลุ่มโอเปค และนอนโอเปค สามารถควบคุมการผลิตได้ ซึ่งจะช่วยให้ราคาน้ำมันกลับมาที่ระดับ 57 ดอลลาร์ต่อ บาร์เรล
นอกจากนี้บริษัทจะเดินเครื่องโรงกลั่น ยูเอชวี ที่มีมูลค่าการลงทุน 1 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งหากโรงงานดังกล่าวเดินเครื่องเต็มที่ จะช่วยยกระดับค่าการกลั่นให้ปรับเพิ่มขึ้นสูงกว่าตลาด 1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยปีนี้คาดว่าจะมีกำลังการผลิตทั้งสิ้น 1.78 แสนบาร์เรล และหลังจากปรับปรุงกระบวนการผลิตคาดว่าจะมีกำลังการผลิตทั้งสิ้น 1.9 แสนบาร์เรล
บริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับที่ดินในเขตพื้นที่อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยองที่มีพื้นที่ 2,000 ไร่ เป็นที่ดินตั้งอยู่ในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี คาดว่าจะได้ข้อสรุปไตรมาส3ปีนี้ โดยบริษัทเปิดกว้างข้อเสนอทั้งการขายที่ดินรวมถึงการหาพันธมิตรพัฒนาให้ที่ดินมีมูลค่าสูงขึ้น









