วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Daily Market Outlook (9 พ.ค.60)

รอปัจจัยใหม่

คาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในกรอบแคบวันนี้ อยู่ในทิศทางเดียวกับหุ้นในภูมิภาคส่วนใหญ่เช้านี้ที่อารมณ์ตลาดนำโดยการขยายทำกำไรหลังชัยชนะของ Macron ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสเมื่อวันอาทิตย์ความเสี่ยงทางการเมืองในยุโรปที่ลดลงมากอาจทำให้ ECB เริ่มเพิ่มความเข้มงวดในนโยบายการเงินหลังจากที่แนวโน้มเศรษฐกิจและกำไรบริษัทในยุโรปมีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นชัดเจขน ทำให้ความกลัวเงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่เพิ่มขึ้นนอกเหนือจากเหตุที่ Fed กำลังเพิ่มความเข้มงวดทางการเงินอยู่แล้ว ราคาน้ำมันที่ขยับขึ้นกลายเป็นปัจจัยหนุนตลาด ปัจจัยภายในประเทศเป็นบวกเล็กน้อยรัฐบาลออกมาตรการช่วย SME ภาคเกษตรผ่านเงินให้กู้ยืมของ ธกส. 7.2 หมื่นล้านบาท ICAO มีความเป็นไปได้สูงที่จะยกเลิกธงแดงเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยของการบินพาณิชย์ของไทยในเดือน มิ.ย.

หุ้นเด่นวันนี้: IVL (ราคาปิด 36 บาท; ซื้อ; ราคาเป้าหมาย 46 บาท)

IVL ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1/60 ออกมาน่าประทับใจ เท่ากับ 4.4 พันล้านบาท (EPS 0.87 บาทต่อหุ้น) เพิ่มขึ้น 7.8%YoYและเพิ่มขึ้น 21.5%QoQ โดยเมื่อเปรียบเทียบเป็นกำไรปกติจากการดำเนินงานถือว่ากำไรสุทธิไตรมาสนี้เติบโตมากถึง 442%YoY และ 49% QoQ ผลการดำเนินงานในไตรมาสนี้สะท้อนถึง Outlook ที่ดีขึ้นอย่างมากของธุรกิจปิโตรเคมีทุกผลิตภัณฑ์ ที่ดีขึ้นทั้งปริมาณขาย ราคาและสเปรดของผลิตภัณฑ์ โดย Core EBITDA ของ IVL ในไตรมาสนี้เป็นระดับที่สูงสุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ได้รับประโยชน์จากการมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ HVA และการเข้าซื้อสินทรัพย์ หลายแห่งในยุโรป และเอเชีย รวมถึงปรับโครงสร้างธุรกิจในช่วงปี 2559 นอกจากนี้โรงงาน EOEG ในสหรัฐฯ ยังกลับมาดำเนินการผลิตตามปกติ ทำให้ IVL มีปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้น 24%YoY ในขณะที่รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 25%YoY และ 10% QoQ ส่วน Core EBITDA เพิ่มขึ้น 60%YoYและ 6%QoQ เป็น 7,681 ล้านบาท โดยอัตรา EBITDA margin ในงวด 12 เดือนย้อนหลังถึงสิ้นไตรมาส 1/60 เพิ่มขึ้นเป็น 11.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 6.4% เราคาดอัตราการเติบโตของกำไรจากการดำเนินงานแท้จริงในปี 2560 และ 2561 เท่ากับ 12% และ 24% ตามลำดับ เราแนะนำซื้อ IVL เนื่องจากมองเห็นการฟื้นตัวของกำไรแท้จริงที่เด่นชัดมากในปีนี้ โดยให้ราคาเป้าหมาย 46 บาท อิงค่า EV/EBITDA ที่ 12x ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ค่า PER 15.5 เท่า ในปี 2560 และ 12.5 เท่าในปี 2561 Price Pattern ของ IVL มีความแข็งแกร่งอย่างมากในแนวโน้มหลักอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) จากการเกิดทั้ง Daily, Weekly, &Monthly Buy Signal เมื่อพิจารณา Price Pattern ของ IVL ที่สามารถ Break เป้าหมายเบื้องต้นที่ 32.75 บาทไปได้ระยะหนึ่งแล้ว จึงมีเป้าหมายถัดไปอยู่ที่ 38 บาท และมีเป้าหมายสำคัญอยู่ที่ 43.25 บาท ตามลำดับ ทั้งนี้ IVL มีจุด Stop Loss ระยะสั้นอยู่ที่ 35.25 บาท (Resistance: 36.25, 36.50, 37.25; Support: 35.75, 35.50, 34.75)

ปัจจัยสำคัญ

ประเด็นในประเทศ:

• ธกส. เตรียมให้สินเชื่อ SME 7.2 หมื่น ลบ.ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) มีแผนที่จะให้สินเชื่อการเกษตรวงเงิน 7.2 หมื่น ลบ. แก่ SME และมุ่งผลิตผู้ประกอบการ SME ด้านการเกษตรอย่างน้อย 1 รายในทุกตำบลทั่วประเทศสำหรับปีงบประมาณปัจจุบัน (1 เม.ย. 60 ถึง 31 มี.ค. 61) น่าจะให้สินเชื่อแก่ SME ด้านการเกษตรได้ 3 หมื่นราย (Bangkok Post)

• พาณิชย์สั่งดูแลสินค้าขึ้นราคาทางอ้อม รมว.พาณิชย์ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในไปตรวจสอบมาตรการดูแลราคาสินค้าปัจจุบัน เพราะมีข้อมูลว่าผู้ค้าบางรายใช้การขึ้นราคาทางอ้อมโดยลดปริมาณลงสำหรับสินค้าควบคุมบางรายการ (ข่าวสด) ความเห็น: เป็นข่าวสะท้อนว่าเงินเฟ้อทำท่าจะขึ้นแล้ว

• กพท.มั่นใจปลดธงแดง ICAO มิ.ย.นี้ตามกำหนดหลังแก้ปัญหาความปลอดภัยคืบหน้า และวานนี้ได้มอบใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศใหม่ (AOC Re-certification) ให้แก่ THAI (19.70 บาท) (ไทยโพสต์)

• KBANK (ราคาปิด 192.50 บาท; ซื้อ; ราคาเป้าหมายปี 60 ของ AWS 217.00 บาท) คาดสินเชื่อ SME ปีนี้จะเติบโตช้ากว่าระดับ 4-6% ในปี 59 โดยรองกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย นายพัชร สมะลาภา คาดว่าสินเชื่อ SME ปี 60 อาจเติบโตใกล้เคียงระดับ 1-2% ในไตรมาส 1/60 (Bangkok Post) ความเห็น: หนึ่งในเหตุผลน่าจะมาจากนโยบายการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดของธนาคารเพื่อจัดการกับปัญหาคุณภาพสินทรัพย์ อย่างไรก็ตาม เรามองว่าถ้าการส่งออกของประเทศรวมถึงสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมสามารถคงการเติบโตไปได้เรื่อยๆ สถานการณ์กลุ่ม SME น่าจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้น ทั้งในแง่ของความต้องการสินเชื่อและคุณภาพสินทรัพย์

• TU (22.60 บาท) ประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/60 ที่ 1.47 พันล้านบาท กำไรปกติเพียง 843 ล้านบาท เป็นกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 590 ล้านบาท และกำไรจากการดำเนินงานที่ยกเลิก 36 ล้านบาท ต่ำกว่าที่เราคาดไว้ที่ 1.1 พันล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นเพียง 13.8% แย่กว่าที่เราคาดไว้ที่ 14.1% และต่ำกว่า 4Q59 ที่ 14.0% และ 1Q59 ที่ 15.5% กำไรที่เป็นบวกมาจากการลงทุนใน Red Lobster ผ่านการปันส่วนกำไร 266 ล้านบาท และรายได้ดอกเบี้ยจาก Preferred Bond ของ Red Lobster ที่ 454 ล้านบาท ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าการลงทุนใน Red Lobster ถูกทาง และเป็นผลบวกต่อผลการดำเนินงานของ TU มากกว่าที่ตลาดคาดไว้ และน่าจะดีตลอดช่วงที่เหลือของปีด้วย (SET)ความเห็น: เราแนะนำซื้อ TU ราคาเป้าหมายที่ 25 บาท เแต่ Upside เหลือน้อยแล้วเพียง 10.6% เท่านั้น

ต่างประเทศ:

• อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับตัวขึ้นเมื่อวันจันทร์ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 สัปดาห์หลังจากนายเอมมานูเอล มาครอง ซึ่งมีแนวคิดทางการเมืองเป็นกลางได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีปรับตัวขึ้น 2 bps อยู่ที่ระดับ 2.374% หลังจากแตะที่ระดับ 2.390% ก่อนหน้านี้ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับแต่วันที่ 10 เม.ย. (Reuters)

• ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น เงินยูโรปรับตัวลงจากระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือนเทียบกับดอลลาร์สหรัฐเมื่อวันจันทร์หลังจากชัยชนะของนายมาครอง นักลงทุนขายทำกำไรได้ราว 3% นับแต่นายมาครองชนะการเลือกตั้งรอบแรกเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน เงินยูโรอ่อนค่า 0.6% สู่ระดับ 1.0932 ดอลลาร์สหรัฐ และอ่อนค่าลง 0.4% เทียบกับเงินเยนที่ระดับ 123.56 เยน ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ซึ่งวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุล ปรับตัวขึ้น 0.4% อยู่ที่ 99.067 (Reuters)

สหรัฐ:

• ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวกเล็กน้อยเมื่อวันจันทร์ โดยดัชนี S&P500 แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เป็นเวลาสั้น ๆ ในขณะที่ดัชนี CBOE Volatility index (VIX) ที่เป็นตัวสะท้อนความกังวลของนักลงทุน ลดลง 0.8 จุด อยู่ที่ 9.77 จุด ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1993 หลังนักลงทุนโล่งใจกับชัยชนะของนายมาครอง เช่นเดียวกับรายงานผลประกอบการรายไตรมาสที่แข็งแกร่งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา (Reuters)

• ผลประกอบการของบริษัทต่าง ๆ แข็งแกร่งแต่หุ้นยังแพงอยู่ ฤดูประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/60 ใกล้จะสิ้นสุดแล้ว กำไรของบริษัทใน S&P500 โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 14.4% และคาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 2/60 โดยเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้น 8.6% จากข้อมูลของ Thomson Reuters I/B/E/S หุ้นในสหรัฐยังคงแพงอยู่ เนื่องจากดัชนี S&P500 เทรดอยู่ที่ค่าพีอีล่วงหน้าที่ 17.8 เท่า เทียบกับค่าพีอีเฉลี่ย 10 ปีที่ 14.2% จาก Thomson Reuters Datastream (Reuters)

ยุโรป:

• หุ้นยุโรปปรับตัวลงเล็กน้อยวานนี้จากการขายทำกำไร หลังจากที่ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสเป็นไปตามคาด โดยในช่วงแรกตลาดยังปรับขึ้นอยู่ก่อนที่จะปิดลบ ฉุดโดยหุ้นธนาคารและหุ้นเกี่ยวเนื่องกับทรัพยากร (Reuters)

• อารมณ์ตลาดยุโรปกำลัง bullish แม้ตลาดจะปรับตัวลงวานนี้แต่นักลงทุนยังคงมองบวกต่อแนวโน้มตลาดหุ้นยุโรป ซึ่งเริ่มเติบโตเร็วกว่าตลาด Wall Street หนุนโดยผลการดำเนินงานที่ออกมาดีในรอบหลายปี รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจที่ดูสดใส ชัยชนะของ Macron น่าจะเป็นปริศนาสุดท้ายของ ECB ก่อนที่ธนาคารกลางจะเริ่มลดนโยบายผ่อนคลายทางการเงิน (Reuters)

• ผลการดำเนินงานแข็งแกร่งมาก ข้อมูลของ Thomson Reuters เผย จากประมาณครึ่งนึงของบริษัทที่ได้รายงานผลการดำเนินงานไปแล้วนั้น 72% แสดงผลกำไรที่ดีกว่าคาด ขณะที่ 7% เป็นไปตามคาด กำไรไตรมาส 1/60 โดยรวมเติบโต 17.6% YoYเพิ่มขึ้นจาก 17.0% เมื่อวันศุกร์ และ 10% เมื่อวันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา (Reuters)

เอเชีย:

• อัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่นลดลง 0.8% YoYในเดือน มี.ค.ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่ช้าที่สุดในรอบเกือบ 2 ปี (Reuters)ความเห็น: เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อแท้จริงและอัตราเงินเฟ้อที่คาดยังอยู่ในระดับต่ำ นโยบายการเงินที่เชิงปริมาณที่ผ่อนคลายและท่าทีทางการเงินของ BOJ คาดว่าจะยังคงดำเนินต่อไปสักระยะ

• การรณรงค์ของรัฐบาลจีนเพื่อลดการใช้ประโยชน์จากระบบการธนาคารและจำกัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงบางอย่างดูเหมือนจะเริ่มเห็นผล ธนาคารพาณิชย์ในไตรมาส 1/60 ลดจำนวนการกู้ยืมและการยืมเงินจากสถาบันการเงินอื่น ๆ ลง ในขณะที่การเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจะทำให้อัตราดอกเบี้ยในตลาดระหว่างธนาคารเพิ่มขึ้นและอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ก็กำลังได้รับผลกระทบ อัตราดอกเบี้ย repo หยวนเจ็ดวันซึ่งเป็นตัวบ่งชี้อัตราดอกเบี้ยในตลาดปรับตัวสูงขึ้นนับตั้งแต่ต้นปี (Reuters)

• จีนรายงานตัวเลขเกินดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 19 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาส 1/60และขาดดุล 19 พันล้านดอลลาร์ในบัญชีเงินทุนและการเงินของจีน การบริหารงานของ State Exchange of Foreign Exchange (SAFE) กล่าวว่าการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดยังคงอยู่ในช่วงที่เหมาะสม (Reuters)

• ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดทำการในวันอังคารเพื่อเลือกตั้งประธานาธิบดี ซึ่งเป็นที่คาดว่านายมูน แจ อิน จะชนะการเลือกตั้ง หลังจากที่เกิดภาวะสูญญากาศทางผู้นำเป็นเวลาหลายเดือนนับแต่อดีตประธานาธิบดี ปาร์ค กึน เฮ ถูกถอดถอนจากตำแหน่งในเดือนมี.ค. ในข้อหารับสินบนและใช้อำนาจในทางมิชอบ (Reuters)

สินค้าโภคภัณฑ์:

• น้ำมันดิบบวก 1.5% วันศุกร์ ดีดกลับจากจุดต่ำสุดรอบ 5 เดือนตามตัวเลขการจ้างงานสหรัฐที่เป็นบวกและเพราะซาอุยืนยันว่ารัสเซียพร้อมร่วมมือ OPEC ในการลดกำลังการผลิตเพื่อลดอุปทานที่ล้นเกินมาอย่างยาวนาน น้ำมันดิบ Brent ล่วงหน้าบวก 72 เซนต์ (1.5%) ปิด 49.10 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล น้ำมันดิบสหรัฐล่วงหน้าบวก 70 เซนต์ (1.5%) ปิด 46.22 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (Reuters)

• ทองคำบวกแล้วย่อลงวันศุกร์ หลังตัวเลขชี้ว่าการจ้างงานสหรัฐมีการเติบโตใน เม.ย. และนับแต่การลดลงรายสัปดาห์มากสุดในรอบหกเดือนเพราะมีการเก็งมากขึ้นว่าสหรัฐจะขึ้นดอกเบี้ยใน มิ.ย. และความเสี่ยงด้านการเมืองในยุโรปผ่อนคลาย ทองคำตลาดจรบวก 0.05% ปิด 1,227.89 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ แต่รายสัปดาห์ลงไปถึง 3.2% ลดมากสุดนับแต่ พ.ย. ทองคำล่วงหน้าส่งมอบ มิ.ย. ลบ 0.14% ปิด 1,226.90 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (Reuters)