“กสิกร”ปรับกลยุทธ์เอสเอ็มอี ไม่เร่งสินเชื่อ-ใช้โมบายแบงกิ้งเจาะตลาด
“กสิกรไทย” รับสินเชื่อเอสเอ็มอีปีนี้เติบโตต่ำ เอ็นพีแอลยังทรงตัวในระดับสูง เหตุผู้ประกอบการยังอ่อนแอ ต้องรอให้เศรษฐกิจฟื้นตัวแรงๆ หรือเติบโตในระดับ 5% ถึงจะฟื้นตัว ปีนี้ไม่จำเป็นต้องกระตุ้น แต่ให้สินเชื่อตามความต้องการ พร้อมพลิกโฉมโมบายแบงกิ้งเจาะกลุ่มรายย่อยและเอสเอ็มอี
นายพัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ภาพรวมสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอี ยังเติบโตในระดับต่ำ โดยไตรมาสแรกของปีนี้โตเพียง 1-2% จากปกติจะมีการเติบโตได้ในระดับ 4-6% เนื่องจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีส่วนใหญ่ยังอ่อนแอ แข่งขันกับผู้ประกอบการรายใหญ่ไม่ได้ ขณะที่ตัวเลขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอลก็ยังทรงตัวในระดับสูงหรือ 5% ของสินเชื่อเอสเอ็มอีทั้งหมด ผลจากการลงทุนสูงในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทำให้มีสต็อกสินค้าจำนวนมาก ซึ่งราคาสินค้าต่ำลงทำให้เอสเอ็มอีประสบกับปัญหาขาดทุน
“เศรษฐกิจยังเติบโตช้าอยู่ ต้องรอให้เศรษฐกิจฟื้นตัวแรงๆ หรือเติบโตในระดับ 5% กลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีถึงจะมีการฟื้นตัวเต็มที่ โดยในส่วนของธนาคารกสิกรไทย ก็ได้มีการปรับกลยุทธ์ จะไม่เร่งกระตุ้นให้สินเชื่อเอสเอ็มอี แต่จะให้ตามความต้องการของลูกค้า เพราะหากเสนอสินเชื่อโดยที่ลูกค้าไม่จำเป็นต้องใช้ ก็มีโอกาสที่จะนำเงินไปใช้อย่างอื่น นอกจากนี้ยังพยายามใช้ช่องทางโมบายแบงกิ้งในการเข้าถึงและให้บริการลูกค้าเอสเอ็มอี”
นายพัชร กล่าวว่า ล่าสุดธนาคารได้รีแบรนดิ้ง แอพพลิเคชั่นธนาคารบนมือถือ หรือ โมบายแบงกิ้ง จากชื่อและโลโก้เดิมคือ K-Mobile Banking PLUS เป็น K PLUS เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำซึ่งในช่วงไตรมาสแรกของปี 2560 มียอดผู้ใช้แล้วกว่า 5 ล้านคน เติบโตขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 65% และเป็นผู้ใช้งานอย่างสม่ำเสมอถึง 80% โดยมีจำนวนการทำธุรกรรมในไตรมาสนี้เพิ่มขึ้น 102% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ของปีก่อน
นอกจากความง่ายในการใช้งานแอพฯ แล้ว ยังเพิ่มความสะดวกที่ทำให้ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมการเงินได้ทุกที่ ทุกเวลา เช่น การขอออกบัตรเดบิตผ่าน K PLUS แล้วรอรับบัตรได้เลยที่บ้าน หรือซื้อประกันเดินทางระหว่างประเทศได้ ทั้งนี้ ธนาคารมีแผนเพิ่มลักษณะการใช้งานที่ให้ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมได้โดยไม่ต้องไปที่สาขา เช่น การเปิดบัญชีกองทุน ซื้อขายสับเปลี่ยนกองทุน อายัดบัตรเครดิต โอนเงินต่างประเทศ การขอรายการเดินบัญชีย้อนหลัง 2 ปีได้ทันที ซึ่งคาดว่ารายการใช้งานเหล่านี้จะทำให้มีผู้ใช้งานธนาคารบนมือถือเพิ่มขึ้นเป็น 7 ล้านคนภายในสิ้นปีนี้
สำหรับกลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการ หรือเอสเอ็มอีธนาคารได้เปิดตัวแอพพลิเคชั่นบนมือถือ K PLUS SME เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าเอสเอ็มอีอย่างแท้จริง เนื่องจากในปัจจุบันปัญหาของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีส่วนใหญ่ คือ มีความต้องการตรวจสอบยอดเงินเข้าออกบัญชีเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นเงินที่เข้ามาจากการโอนเงินหรือการรับจ่ายเช็ค
นายพัชร กล่าวว่า แอพพลิเคชั่นนี้ จะช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สามารถบริหารเงินและธุรกิจได้อย่างมืออาชีพ เช่น การจัดการกลุ่มบัญชีเพื่อดูภาพรวมของแต่ละธุรกิจได้อย่างง่ายดาย การตรวจสอบสถานะเช็คทั้งขารับและขาจ่าย พร้อมการแจ้งเตือนในกรณีที่เช็คมีปัญหา มีรายงานสินเชื่อที่จะรวบรวมข้อมูลรายงานสินเชื่อทุกประเภท ทั้งโอดี ตั๋วสัญญาใช้เงิน เงินกู้ หรือหนังสือค้ำประกัน รวมถึงสามารถดูการเคลื่อนไหวบัญชีแบบเรียลไทม์เพื่อช่วยให้ชีวิตธุรกิจง่ายขึ้น







