วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แอร์เอเชียหนุนลงทุนระบบรางเชื่อม'อู่ตะเภา’

ไทยแอร์เอเชีย หนุนสร้างระบบรางเชื่อม 3 สนามบินหลัก ย้ำศักยภาพอู่ตะเภา “ฮับการบิน” ขยาย 9 เส้นทางใน-ต่างประเทศ 

นายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า  การที่รัฐบาลผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) การบินในภูมิภาคและเปิดรับการลงทุนด้านธุรกิจการบินผ่านสนามบินอู่ตะเภาภายใต้แผนส่งเสริมเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก กลุ่มแอร์เอเชียเห็นศักยภาพและใช้สนามบินอู่ตะเภาเป็นฮับการบินที่ 4 ใน 5 ฮับ ต่อจากดอนเมือง ภูเก็ต เชียงใหม่ กระบี่ ล่าสุด ฮับหาดใหญ่

ปัจจุบัน มี 9 เส้นทาง ให้บริการโดยไทยแอร์เอเชีย 8 เส้นทาง แอร์เอเชีย มาเลเซีย 1 เส้นทาง เชื่อมภูมิภาคในไทย 5 เส้นทาง ได้แก่ เชียงใหม่ อุดรธานี อุบลราชธานี ภูเก็ต หาดใหญ่ และต่างประเทศ 4 เส้นทาง คือ หนานหนิง และหนานชาง ในจีน มาเก๊า และกัวลาลัมเปอร์

“ตามแผนรัฐบาลต่อไปจะมีการคมนาคมระบบรางด้วยรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน สุวรรณภูมิ ดอนเมือง อู่ตะเภา ส่วนตัวมองว่าระบบรางที่มีมาตรฐานอาจมีจุดแวะพักบ้างแต่สะดวกในการเดินทางระหว่างสนามบินก็ส่งเสริมการคมนาคม 3 จุดเชื่อมโยงกันได้มีประสิทธิภาพแล้ว”

สำหรับผลประกอบการสายการบินไทยแอร์เอเชียไตรมาสแรกปีนี้อัตราบรรทุกเฉลี่ย 89% เพิ่มขึ้น 1 จุดเทียบช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว บรรทุกผู้โดยสารไปแล้ว 4.85 ล้านคน เพิ่ม 11% สูงกว่าการเพิ่มอัตรารองรับของที่นั่งอีก 9% เส้นทางใหม่ที่เปิดให้บริการช่วงดังกล่าว ได้แก่ อู่ตะเภา-อุบลราชธานี และอู่ตะเภา-ภูเก็ต พร้อมรับมอบเครื่องบินใหม่ 2 ลำ ทำให้ไทยแอร์เอเชียมีฝูงบินเพิ่มเป็น 53 ลำ  มีเครื่องบินจอดประจำการที่ฮับอู่ตะเภา  2 ลำ

ส่วนผลประกอบการกลุ่มแอร์เอเชีย  ประกอบด้วย 5 สายการบินในมาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และอินเดีย มีอัตราบรรทุกเฉลี่ยรวมไตรมาสแรก 89% ผู้โดยสารรวมเพิ่มขึ้น 13% เป็น 15.23 ล้านคน สูงกว่าการเพิ่มขึ้นของที่นั่งโดยสารซึ่งอยู่ที่ 9% ขณะที่ฝูงบินของกลุ่มอยู่ที่ 176 ลำ

สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (ไออาต้า) เปิดเผยสถิติการขนส่งของสายการบินในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกประจำเดือน มี.ค. เติบโต 9.1% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ที่นั่งรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 7.4% อัตราบรรทุกเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 1.2% เป็น 78.7%

การเติบโตของภูมิภาคนี้ได้รับการสนับสนุนจากเส้นทางเชื่อมต่อเอเชีย-ยุโรป ที่ฟื้นตัวอย่างมากหลังได้รับผลกระทบจากปัญหาก่อการร้ายเมื่อต้นปี 2559 ความต้องการเส้นทางนี้เพิ่มขึ้น 22% ตั้งแต่เดือน พ.ย. ที่ผ่านมา