background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

เปิดชื่อหุ้นเข้าคำนวณ 'เซ็ท50’ รอบใหม่

เปิดชื่อหุ้นเข้าคำนวณ 'เซ็ท50’ รอบใหม่

เปิดชื่อหุ้นเข้าคำนวณ "เซ็ท50" รอบใหม่ ธุรกิจพลังงานทดแทนจ่อเข้ากลุ่ม 3 บริษัท สำรวจพบผู้ถือหุ้นเบอร์ลี่ยุคเกอร์เปลี่ยนมือต่อเนื่อง

บล.ทรินิตี้เผยรายชื่อหุ้นที่มีแนวโน้มถูกเข้าคำนวณดัชนีเซ็ท50 รอบก.ค.-ธ.ค.2560 พบกลุ่มพลังงานจ่อเข้าคำนวณอีก 3 บริษัท ขณะที่สำรวจรายงานก.ล.ต.พบผู้ถือหุ้นเบอร์ลี่ยุคเกอร์เปลี่ยนมือต่อเนื่อง

ฝ่ายวิจัย บล.ทรินิตี้ เปิดเผยข้อมูลผ่านบทวิเคราะห์ ระบุว่า กลุ่มที่มีแนวโน้มถูกนำเข้าคำนวณดัชนี SET50 ในรอบถัดไป ได้แก่ เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC), พลังงานบริสุทธิ์ (EA), บ้านปู เพาเวอร์ (BPP), ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง, เมืองไทย ลิสซิ่ง, ปูนซีเมนต์นครหลวง, ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป และ จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล

ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ได้กำหนดให้มีการพิจารณาปรับรายการหลักทรัพย์ที่ใช้ในการคำนวณ SET50 Index และ SET100 Index ทุกๆ 6 เดือน ทั้งนี้เพื่อความเหมาะสมและสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นกับภาวการณ์ในตลาดหลักทรัพย์ เช่น กรณีที่มีบริษัทจดทะเบียนเข้าใหม่ หรือกรณีที่มีการเพิ่มทุนของบริษัทจดทะเบียนซึ่งอาจส่งผลให้หุ้นสามัญบางตัวที่ไม่ได้ถูกคัดเลือกมาก่อนมีคุณสมบัติครบถ้วนขึ้น และสามารถนำมาใช้ในการคำนวณ SET50 Index และ SET100 Index ได้

การพิจารณาปรับรายการหลักทรัพย์ทุก 6 เดือน ประกอบด้วย รอบทบทวนเดือนมิ.ย. สำหรับข้อมูลที่ใช้ในการคำนวณ ช่วงระหว่างเดือนก.ค.-ธ.ค.ปีเดียวกัน และรอบทบทวนเดือนธ.ค. สำหรับข้อมูลที่ใช้ในการคำนวณ ช่วงระหว่างเดือนม.ค.- มิ.ย. ปีถัดไป

โดยพบว่าหุ้นที่มีแนวโน้มจะถูกเข้าคำนวณดัชนีเซ็ท50 ในเดือนมิ.ย. นี้ มีหุ้นที่อยู่ในกลุ่มพลังงาน 3 บริษัท โดยประกอบการธุรกิจโรงไฟฟ้า

นักวิเคราะห์บล.ทิสโก้ ระบุว่า ฝ่ายวิจัยยังคงรายได้และประมาณการสำหรับปี 2560-2561 ของบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ (BPP) โดยประมาณการการเติบโตที่ 18% และ 2% ตามลำดับ อิงรายได้ที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5% ต่อปี และ Cagr สำหรับปี 2558-2562 ที่ 27% และคาดว่าจะมีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนใน BLCP และโรงไฟฟ้าหงสา 3.9-4 พันล้านบาทต่อปี

บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ รายงานผลประกอบการปี 2559 ที่ 4.14 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 100% จากปีก่อน โดยเพิ่มขึ้นจากส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนคิดเป็น 85% ของผลประกอบการ

ขณะที่บล.เอเซียพลัส ประเมินว่า ผลประกอบการบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) ยังเติบโตได้ดีในช่วงที่เหลือของปี 2560 ปัจจัยบวกหลักในไตรมาส 2 ปี2560 คือดอกเบี้ยจ่ายจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากการทยอยชำระหนี้โดยการนำเงินเพิ่มทุน 2 รอบมาคืนเงินกู้ระยะสั้น (Bridge Loan) ที่นำมาซื้อ BIGC 2.1 แสนล้านบาท จนลดเหลือราว 1.3 แสนล้านบาท ขณะที่ครึ่งปีหลัง 2560 เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จะได้ปัจจัยหนุนโดยยอดขาย BIGC กลับมาเติบโตจากกำลังซื้อดีขึ้นและการเปิดสาขาใหม่ปีนี้ Synergies จากการเพิ่มสัดส่วน Private Brand สินค้าอุปโภคบริโภค BJC ขึ้นมาไม่ต่ำกว่า 10 จากเดิม 6 ประเภท ขณะที่ธุรกิจเดิม BJC คาดเติบโต 5%-10% ตลอดปี คงประมาณการกำไรปีนี้เติบโต 71%

ขณะที่รายงานจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รับแบบรายงานการจำหน่าย หุ้นของบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) โดยบริษัท อรุณสิริพัฒน จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นการจำหน่าย เมื่อวันที่ 28 เม.ย.2560 จำนวนหลักทรัพย์ที่จำหน่ายคิดเป็น 2.76% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ จำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการจำหน่ายคิดเป็น 68.67% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ

และรายงานการได้มา หุ้นของบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ โดย EVER BEST ENTERPRISE LIMITED ซึ่งเป็นการได้มา เมื่อวันที่ 28 เม.ย.2560 จำนวนหลักทรัพย์ที่ได้มาคิดเป็น 2.76% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการจำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการได้มาคิดเป็น 6.14% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ