คาดกำไรปี 60 เติบโตตามการขยายตลาดกาวร้อนและกาวน้ำ
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
- SELIC ผู้ผลิตกาวอุตสาหกรรมครบวงจร : บริษัทผลิตและจำหน่ายกาวสำหรับอุตสาหกรรมซึ่งปี 59 มีลูกค้า 3 อุตสาหกรรมหลักดังนี้ รองเท้าและผลิตภัณฑ์หนัง อาหารและเครื่องดื่ม และเคมีภัณฑ์ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนยอดขาย 32% 27% และ 10% ตามลำดับ โดยผลิตภัณฑ์ของบริษัทสามารถแบ่งได้เป็น 4 กลุ่มหลัก 1) กาว Solvent มีตัวทำละลายเป็นน้ำมันหรือสารระเหย 2) กาวร้อนหรือกาวเทอร์โมพลาสติก(ใช้ความร้อนในการละลายกาว) 3)กาวน้ำมีตัวทำละลายเป็นน้ำ และ4) ผลิตภัณฑ์อื่น(น้ำยาฟอกหนัง) ซึ่งมีสัดส่วนรายได้ปี 59 อยู่ที่ 61% 28% 6% และ 5% ตามลำดับ โดยบริษัทเน้นขยายฐานลูกค้าในผลิตภัณฑ์กาวร้อนและกาวน้ำซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่ากาวชนิดอื่นๆ เนื่องจากบริษัทเน้นการมีส่วนร่วมออกแบบขั้นตอนบรรจุภัณฑ์ร่วมกับลูกค้าเพื่อพัฒนาคุณสมบัติของกาวให้เหมาะสมกับการทำงานของเครื่องจักร ส่งผลให้สามารถขึ้นราคาขายสินค้าและสร้างลูกค้าประจำได้ โดยกาวทั้ง 2 ชนิดมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปีที่ 11% และ 22% ต่อปีตามลำดับ ขณะที่ยอดขายกาว Solvent และผลิตภัณฑ์อื่นย้อนหลัง 3 ปีหดตัว 10% และหดตัว 52% ตามลำดับ
- คาดกำไรปี 60 เติบโต 19%YoY และเติบโตต่อเนื่อง 25%YoY ในปี 61 : ฝ่ายวิจัยคาดรายได้ปี 60 จะเพิ่มขึ้นสู่ 595 ล้านบาทเติบโต 7%YoY เนื่องจากบริษัทเน้นขยายตลาดกาวร้อนและกาวน้ำคุณสมบัติพิเศษ(สมมติฐานการเติบโตของยอดขายที่ระดับ 15% และ 25% ตามลำดับ) โดยกาวทั้ง 2 ชนิดมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงซึ่งจะช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นรวมของบริษัทที่ระดับ 29%ได้ ขณะที่คาดว่าค่าใช้จ่ายในการบริหารจะลดลงจาก 19% ของยอดขายเหลือ 16.8% ของยอดขายเพราะไม่มีค่าใช้จ่ายการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เหมือนปี 59 อีกทั้งไม่มีค่าใช้จ่ายทางการเงินหลังได้รับเงินจากการระดมทุนฯ ทำให้บริษัทมีเงินสดมากกว่าหนี้สิน (Net Cash Company) ซึ่งเราประเมินกำไรปี 60 อยู่ที่ราว 46 ล้านบาทเติบโต 19%YoY และคาดรายได้ปี 61 อยู่ที่ 655 ล้านบาทเติบโต 10%YoY จากการขยายตลาดไปยังญี่ปุ่น จีน เกาหลี สหรัฐ และยุโรป โดยเราคาดกำไรปี 61 อยู่ที่ราว 58 ล้านบาทเติบโต 25%YoY
- แนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเหมาะสม 3.65 บาท : ฝ่ายวิจัยมีมุมมองเชิงบวกต่อกลยุทธ์การตลาดของบริษัทในการขยายสู่ตลาดต่างประเทศซึ่งทำให้ยอดขายมีศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง โดยเราประเมินมูลค่าเหมาะสมด้วยวิธี PEG Ratio ที่อัตราการเติบโตของกำไรเฉลี่ยในปี 60-61 ที่ 22% และประเมินกำไรต่อหุ้นปี 60 อยู่ที่ 0.166 บาทต่อหุ้น ได้ราคาเหมาะสมที่ 3.65 บาทซึ่งสูงกว่าราคาปิดล่าสุดจึงแนะนำ “ซื้อ”
ปัจจัยเสี่ยง
• การเจาะตลาดกาวร้อนชนิด PURและกาวน้ำล่าช้ากว่าแผน






