"วสท." สรุป "ประมาท" ทำเครนก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงถล่ม ทำคนงานดับ 3 ราย พร้อมเรียกนายจ้างเข้าสอบข้อเท็จจริง
ที่อาคารวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ดร.ธเนศ วีระศิริ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ (วสท.) นายสุวิทยา จันทวงค์ รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน นายชัยธนา ไชยมงคล สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน (องค์การมหาชน) นายกำพล บุญชม รองวิศวกรใหญ่ฝ่ายโครงการพิเศษ และผู้อำนวยโครงการระบบรถไฟชาน เมืองสายสีแดง (บางซื่อ-รังสิต) การรถไฟแห่งประเทศไทย นางสาวบุษกร แสนสุข ประธานคณะกรรมการสาขาวิศวกรรมความปลอดภัย วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ ร่วมจัดงานแถลงสรุปกรณีฐานเกิดเหตุเครนก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง บริเวณวัดดอนเมือง ถล่มลงมา และมีคนงานผู้เสียชีวิต 3 คน เมื่อวันที่ 28 เม.ย. ที่ผ่านมา
ดร.ธเนศ กล่าวว่า จากสาเหตุสลดดังกล่าว เกิดจากความประมาทของวิศวกรควบคุมงานขณะนั้น เนื่องจากเครื่องจักรหรือเครนที่อยู่ระหว่างการทำงานเกิดผิดปกติ จึงต้องเปลี่ยนเป็นระบบใช้คนในบังคับเครื่องจักรแทน ทำให้ไม่รู้น้ำหนักที่เครนสามารถรับได้ มีการฝืนบังคับยกน้ำหนักที่เกินความจำเป็น ส่งผลให้ตัวเครนไปดึงเหล็ก ที่ใช้ยึดฐานรองรับกับเสาตอม่อขาด ทำให้ฐานรองรับแท่นเครนทั้งหมดหล่นลงมา พร้อมคนงาน 3 คนที่ยืนทำงานอยู่ในจุดเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตามหลังจากที่วสท.ได้ส่งชนิดเหล็กตัวรับน้ำหนักไปตรวจสอบแล้ว ขณะนี้ยังรอผลสรุปเพื่อประกอบกับสาเหตุซึ่งคาดว่าจะได้ผลทดสอบเหล็ก 1-2 สัปดาห์
ด้านนายสุวิทยา จันทวงศ์ รองอธิบดี กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวว่า ได้เชิญนายจ้างของพนักงานที่เสียชีวิต 3 คน มาพบด้วย เพื่อตรวจสอบว่า นายจ้างปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยในการทำงานหรือไม่ หากพบว่านายจ้างไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย มีระวางโทษ จำคุก และปรับ ขณะนี้ อยู่ระหว่างนายจ้างส่งหลักฐานเพิ่มเติม หลังจากนี้เจ้าหน้าที่รวบรวมหลักฐานและหากพบว่านายจ้างผิด จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป สำหรับความปลอดภัยในการทำงาน ภายใต้พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554มีกฎหมายเกี่ยวข้องที่สำคัญ ดังนี้ พ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 และมีกฎกระทรวงเกี่ยวกับการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง เกี่ยวกับเครื่องจักร และกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการ เพื่อให้นายจ้างได้มีการดำเนินการด้านความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ
ทั้งนี้ หากนายจ้างไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ มีบทกำหนดโทษสูงสุด จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ









