นักวิเคราะห์คาดหุ้นไทย "ผันผวนกรอบแคบ" ปัจจัยต่างๆ ยังไม่ชัด โดยเฉพาะปัจจัยต่างประเทศ
นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินทิศทางตลาดไทยวันนี้ (3 พ.ค.) ว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ขยับตัวสูงขึ้นจากเรื่องของผลประกอบการที่รายงานออกมาดี ด้านตลาดหุ้นยุโรป ดัชนีฯปรับตัวสูงขึ้น ตอบรับกับการการบรรลุตกลงเงินกู้งวดใหม่ของกรีซ
นอกจากนี้การประชุม ธนาคารกลางสหรัฐที่จะทราบผลประชุมในวันนี้ ที่คาดกันว่าคณะกรรมการจะตัดสินใจคงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 0.75-1.0% ส่งผลให้มีแรงซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯเข้ามาในตลาด เราประเมินว่า วันนี้ตลาดจะให้ความสนใจและการรอคอยผลการประชุม ที่จะทราบผลช่วงเช้า รวมถึงการโต้วาที ของผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศสด้วย ขณะที่ ราคาน้ำมันดิบ ดับบลิวทีไอปรับตัวลงไปแตะระดับต่ำสุด 47.36 ดอลลาร์ต่อบาเรล บ่งชี้ความกังวลที่มีต่อ กำลังการผลิตของน้ำมันดิบจากการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันของสหรัฐฯและบางประเทศ เช่นลิเบีย เรามองตัวแปรนี้ว่าจะเป็นลบต่อผู้ผลิตน้ำมันและโรงกลั่นน้ำมัน
ทั้งนี้ปัจจัยในประเทศ การเข้ามาเก็งงบไตรมาส 1 จะยังมีผลต่อหุ้นเป็นรายตัว ด้านเศรษฐกิจเองกำลังถูกจับตามองในเรื่องแรงส่งทางเศรษฐกิจจากปัจจัยหนุนภาครัฐว่าจะต่อเนื่องหรือไม่ และ เอ็นพีแอลของธนาคารยังอยู่ในระดับสูง
ดังนั้นทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ยังขาดแรงซื้อและนักลงทุนเข้ามาเก็งกำไรและเล่นในลักษณะของการ สลับตัวเล่นและเลือกเป็นรายตัว ซึ่งจะเป็นผลให้ดัชนีฯ มีแนวโน้มที่จะผันผวนในกรอบแคบๆอยู่ต่อไป ส่วนหนึ่งมาจากการรอคอยตัวแปรหลายๆตัวที่ยังไม่ชัดเจน ทั้งนี้เรื่อง เกาหลีเหนือ , ประชุมธนาคารกลางสหรัฐและเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส
แนวโน้มดัชนี ที่จะแกว่งตัวแบบแกว่งตัวออกข้างไปอีกระยะหนึ่ง นักลงทุนอาจเลือกที่จะปรับลดพอร์ตลง เพื่อลดความเสี่ยงลง สำหรับนักเก็งกำไร ควรจับจังหวะเป็นรอบเน้นเล่นสั้นแบบ “ลงซื้อ ขึ้นขาย”








