วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน 2569

Login
Login

“หอม โฮสเทล” ปรุงกลิ่นมิตรธุรกิจในครัว

“หอม โฮสเทล” ปรุงกลิ่นมิตรธุรกิจในครัว

"หอม โฮสเทล แอนด์ คุกกิ้ง คลับ” แทรกตัวในตลาดโฮสเทลเกลื่อนกรุง ทว่าโฮลเทลแห่งนี้มีแรงดึงดูดผู้คน จากคอนเซ็ปต์โฮลเทลที่แตกต่าง เชื่อมโยงผู้ลุ่มหลงการทำอาหารให้มาเจอกัน จากมิตรแท้ในครัว กลายเป็นการต่อยอดธุรกิจก้นครัวไม่รู้จบ

ผ่านคำบอกเล่าของ ภาวลิน มาสะกี” เจ้าของ หอม โฮสเทล แอนด์ คุ้กกิ้ง คลับ เล่าว่า ธุรกิจนี้เกิดขึ้นจากความฝันในวัยเด็กที่อยากเป็น“เชฟกะทะเหล็ก” แต่กลับสอบติดคณะวิทยาศาสตร์ ทำให้เส้นทางอาชีพห่างจากครัวไปไกลถึงการเป็น “วิศวกร”ในแท่นขุดเจาะน้ำมันกลางอ่าวไทย นานกว่า 10 ปี 

ทว่า เจ้าตัวกลับไม่ยอมทิ้งความฝัน เพียงแต่ฝันต้องใช้เวลาตกผลึก ! 

จนวันหนึ่ง ได้มีโอกาส สลัดคราบวิศวกร มาผูกผ้ากั้นเปื้อนปรุงอาหารให้เพื่อนพ้องบนแท่นขุดเจาะลองลิ้มชิมรสอาหารเลิศ อยู่กลางทะเล ไอเดียธุรกิจจึงถูกจุดติด

ระหว่างที่ทำอาหารให้เพื่อน ทำให้รู้ว่าเพราะอาหารนี่แหละ ที่ทำให้ผู้คนมาเจอกัน พูดคุยปฏิสัมพันธ์ แบ่งปันเรื่องราวดีๆ ให้กันและกัน มิตรภาพสวยงามเกิดขึ่้นจากบทสนทนาไปพร้อมกับการทานอาหารรสชาตินุ่มลิ้น”  

เมื่อไอเดียบรรเจิดจึงไม่รอช้า ปัดฝุ่นที่ว่างชั้น 4 ใน “นานา สแควร์” หัวถนนสขุมวิท เดิมเป็นที่ตั้งของร้านทำผมและร้านนวดถูกปิดตายมาหลายปี มาทำโฮลเทล ให้ผู้คนตามกลิ่นความหอมจากรสชาติอาหาร

แม้ว่าทำเลที่ตั้ง จะเป็นจุดอ่อนสำหรับธุรกิจร้านทำผม เพราะบันไดเลื่อนขึ้นได้แค่ชั้น 3 ทำให้คนไม่ค่อยขึ้นมาถึงชั้น 4 ซึ่งเป็นชั้นบนสุด ทว่ากลับกลายเป็นจุดแข็งสำหรับการสร้างอาณาจักรโฮสเทล จากความเงียบที่หาได้ยากในย่านกลางเมือง กับธีมของการใช้คำว่า “อาหาร” ดึงดูดผู้คนมาเชื่อมกัน

โฮสเทล แห่งนี้จะมีครัวกลางให้นักเดินทางที่อาจไม่มีโอกาสประกอบอาหารกินเอง แต่มีใจรักทำอาหารได้เข้าครัวทำอาหารเองระหว่างทริป โดยจัดเตรียมวัตถุดิบพืชผักสวนครัว วัตถุดิบปลูกอยู่บนดาดฟ้าห้างให้ผู้เข้าพักไปเก็บมาปรุง

โดยระหว่างนักเดินทางมาพักที่ โฮสเทลแห่งนี้ ช่วงเช้าจะได้ชิมอาหารไทยแท้จากทีมงาน ส่วนช่วงเย็นจะเติมไฮไลท์ ให้จดจำ สำหรับการจัดเดโม สร้างชุมชนเล็กๆ (Community) โชว์ทำอาหาร ให้แขกให้มานั่งชม ชิม อาหาร และเสริมด้วยคอร์สทำอาหารหากอยากเรียนเป็นจริงๆจังๆ ระหว่างที่ไม่มีโปรแกรมไปเที่ยวที่ไหน

แขกบางคนเดินทางมานานได้ทำอาหารกินเอง มีสวนบนดาดฟ้าปลูกพืชผัก และมีครัวกลาง แล้วยังมีอีกภาคคือสอนทำอาหารไทยหากอยากเรียนจริงจังก็มีคลาสส่วนตัวหรือไพรเวท คลาส

ปรากฎว่าไอเดียนี้ ถูกจริตคนพัก สร้างจุดสนใจให้โฮลเทลแห่งนี้ ในช่วงไฮซีซันแขกเต็มทั้ง 7 ห้อง 2 ห้องนอนส่วนตัวและ อีก 5 ห้องรวม รองรับได้ 42 คนต่อวัน ได้คะแนนรีวิวจากหลากหลายสำนักด้วยสกอร์ เริ่มต้นที่ 9 กว่าๆ เช่น ทริปแอดไวเซอร์ให้คะแนน 9.4 ล่าสุดเว็บไซต์เดอะเทเลกราฟ จัดอันอันดับให้เป็น1ใน10 เดอะเบสต์ โฮสเทล ในกรุงเทพฯ

แขกชอบเพราะไม่มีใครทำแบบนี้ แฮปปี้เพราะมีที่นั่งเล่น ทำอาหาร กินข้าวแลกเปลี่ยนพูดคุยกันได้รู้จักคนดีๆ ที่คุยกันจนถูกคอ ถูกชะตา จนมีคู่รักที่เกิดขึ้นระหว่างคลาส 7-8 คู่ เพราะได้นั่งคุยกันทำให้รู้จักกันมากกว่าการไปปาร์ตี้ กิจกรรมดีๆ จึงชักนำแต่คนดีๆ เข้ามาหากัน” ภาวดี เล่าถึงเรื่องราวดีๆที่เกิดขึ้นในหอมโฮสเทล ที่จัดบรรยากาศเสมือนอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน 

เธอยังเล่าว่า คนส่วนมากมาพักเพราะมาตามรีวิวเพราะความแปลก แตกต่างคือในกรุงเทพฯจะเน้นสายปาร์ตี้ แต่เราฉีกอีกแนวอยากให้คนแฮปปี้เรื่องการท่องเที่ยวแบบไทย อาหารไทยความภูมิใจของชาติ

แม้ธุรกิจมีแนวโน้มเติบโตรวดเร็ว จากโมเดลที่ใหม่แกะกล่อง ไม่มีโฮสเทลแบบนี้ในโลก จึงมีผู้มาติดต่อขอซื้อแฟรนไชส์ไปทำต่อในต่างประเทศแล้ว 2-3 ราย

แต่ภาวลิน กลับปฏิเสธไม่ขายแฟรนไชส์ โดยยืนยันจุดยืนที่ชัดเจนว่า เริ่มต้นของธุรกิจที่พัก เพราะใจรักในการทำอาหาร การขยายธุรกิจที่พักจึงไม่ใช่เป้าหมาย เพราะหากคนที่หยิบไปทำยังไม่เข้าใจ และอินกับธุรกิจ ก็จะไม่ตรงกับเจตนา

คนที่จะไปทำต่อ ขอให้เข้าใจในคุณค่าของการทำอาหาร ต้องรักและชอบในการทำอาหาร หากไม่รักแล้วไปทำธุรกิจก็ไม่มีแพสชั่น ธุรกิจก็ไม่สนุก ไม่อิน” เจ้าของโฮสเทล เล่าถึงจุดยืนที่ไม่เน้นขยายสาขา 

แต่เป้าหมายคือการทำแบรนด์ให้ชัดเจน ให้คนเข้าใจว่า "หอม" คือกลิ่นของเครื่องเทศที่ดึงดูดให้คนมาปฏิสัมพันธ์ แบ่งปันเรื่องราวดีๆให้กัน ไม่ใช่การขยายในเชิงแฟรนไชส์ หากเกิดจากการต่อยอดจากคอนเซ็ปต์ของคนรักการทำอาหารมากกว่า

สิ่งที่จะขยายคือการพัฒนาเนื้อหา (Content)ในเพจ และเว็บไซต์ ให้เป็นสื่อกลางเรื่องอาหารให้ต่างชาติได้เข้าใจวิถีไทยและการท่องเที่ยวยั่งยืน เราเชื่อว่าคอนเซ็ปต์นี้จะทำให้เรายั่งยืนโดยไม่ต้องขยายแฟรนไชส์

สเต็ปต่อไปจึงต่อยอดธุรกิจโดยการเชื่อมต่อกับทัวร์ตลาด หรือ ซื้อวัตถุดิบ มาทำอาหารไอเดียหรือธุรกิจดีๆ จะเกิดขึ้นจากพันธมิตรที่เกิดขึ้นจากการเข้าครัว

ชเนษฐ์ ตันกุล อีกหุ้นส่วนอีกคนของหอม โฮสเทล ผู้ดูแลด้านบัญชีการเงิน เล่าว่า จากเงินลงทุน 5 ล้านบาท ตั้งเป้าหมายจะคืนทุนภายใน 5 ปีจากนี้ โดยกำไรจากการดำเนินธุรกิจนอกจากจะถูกนำไปปรับปรุงการให้บริการแล้ว

กำไรส่วนหนึ่งจะคืนกลับไปสร้างสมดุลสังคม ด้วยการได้ส่งต่อในสิ่งที่รักให้ผู้อื่น 

กำไรส่วนหนึ่งที่ได้เราก็ใช้ไปพัฒนาชุมชน ช่วยเหลือสังคม โดยที่บริษัทนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของการจรรโลงสังคม แม้กระทั่งพนักงานก็ให้โอกาสคนที่เคยถูกกุมขังเข้ามาทำงานในโฮสเทลแห่งนี้ เขากล่าว 

"การคืนทุนก้อนใหญ่เราตั้งไว้ 5 ปีกำไรไม่เยอะ ค่าห้องเริ่มต้นที่ 450 บาท แต่เรามีความสุขกับมัน เพราะนำเงินเก็บมาลงทุน และมีธุรกิจอื่นที่สร้างรายได้ เราจึงไม่ต้องรีบคืนทุนเพราะไม่ได้กู้ แต่ทำไปเรื่อยๆ เพื่อให้แบรนด์และธุรกิจแข็งแรงและยั่งยืน”

โดยย้ำว่า แบรนด์โพสิชันนิ่งของ"หอม” จะเป็นนิยามที่ต่อยอดให้ธุรกิจไม่รู้จบ ให้คนมาเชื่อมกัน (Connect people )ด้วยเรื่องอาหาร ธุรกิจที่ต่อยอดแบบไม่มีขีดจำกัดโดยมีหอมเป็นจุดตั้งต้น ไม่ว่าจะเป็น หนังสือ (Hom book), ขนมหวาน (Hom Dressert),ร้านอาหาร (Hom Restaurant) เป็นต้น