วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เจาะไฮเอนด์มาเลเซียหนุนท่องเที่ยวหาดใหญ่

สถานการณ์นักท่องเที่ยวมาเลเซียพื้นที่หาดใหญ่ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมายังคงอ่อนตัวต่อเนื่อง จากปัญหาเศรษฐกิจในประเทศ ส่งผลทำให้เงินริงกิตอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินบาทจนมาอยู่ที่ 7 บาทต่อ 1 ริงกิต ส่งผลให้ประชาชนระมัดระวังในการจับจ่ายเดินทาง

กฤษณ์ ประธานราษฎร์นิกร ที่ปรึกษานายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา กล่าวว่าเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมาตลาดท่องเที่ยว“หาดใหญ่” กระเตื้องขึ้นเล็กน้อย แต่ยอดจองโรงแรมที่ดีจะกระจุกตัวเฉพาะในตัวเมืองเท่านั้น มีเพียงไม่กี่แห่งที่ได้ยอดจองเกือบเต็ม ขณะที่โรงแรมรอบนอกยังมียอดเข้าพักอ่อนตัว ต่างจากช่วงสถานการณ์ปกติและการท่องเที่ยวเติบโตสูงสุดที่เทศกาลสงกรานต์ก็จะมียอดเข้าพักเต็มเกือบ 100%

ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา พบว่าตลาดคนไทยก็ซบเซาลงด้วย เนื่องจากยังมีปัจจัยเศรษฐกิจเฝ้าระวังเช่นกัน ประกอบกับอยู่ในช่วงใกล้กับช่วงเปิดเทอม ครอบครัวจึงประหยัดงบประมาณเพื่อเตรียมกับค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของบุตรหลาน ทำให้สถานการณ์ทั้งตลาดในและต่างประเทศซบเซาพอสมควร

ศรีสุดา วนภิญโญศักดิ์ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่าจากการสำรวจตลาดมาเลเซีย พบว่าได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ เนื่องจากราคาน้ำมันอ่อนตัว จึงมีผลโดยตรงในฐานะอุตสาหกรรมหลักที่ทำรายได้ให้กับประเทศ 

สำรวจอัตราแลกเปลี่ยนพบว่าทำให้ค่าใช้จ่ายมาท่องเที่ยวไทยแพงขึ้นแล้วกว่า 30% เนื่องจากค่าเงินริงกิตอ่อนตัวลงจาก 10 บาท เหลือ 7 บาทต่อ 1 ริงกิต ประชาชนจึงชะลอการจับจ่าย ประกอบกับรัฐบาลมาเลเซียรณรงค์ให้คนเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจซบเซา จึงทำให้ต้องจับตามองตลาดมาเลเซียอย่างใกล้ชิด

รายงานระบุว่านักท่องเที่ยวมาเลเซียเข้าไทยอย่างไม่เป็นทางการ เดือน ม.ค.มีการเดินทางเข้ามาราว 2.63 แสนคน ลดลง 4.5% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนเดือน ก.พ.มีจำนวน 2.43 แสนคน ลดไปราว 20.7% สาเหตุหนึ่งที่ลดลงมากเป็นเพราะช่วงตรุษจีนปีนี้ที่ไปตรงกับเดือน ม.ค. ส่วนเดือน มี.ค.มี 2.88 แสนคน ติดลบไปราว 4.9%

ททท.คาดการณ์ไตรมาส 2 ว่าตลาดมาเลเซีย จะยังเดินทางเข้าไทยกว่า 8.7 แสนคน เพิ่มขึ้น 2% โดยเป็นอันดับ 2 รองจากจีน แต่รายได้จะอยู่เป็นอันดับ 3 ที่ 2.3 หมื่นล้านบาท เติบโตราว 5% รองจากจีนและรัสเซีย 

ศรีสุดา กล่าวว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่เข้าไปยังหาดใหญ่ลดลง ส่วนมากเป็นตลาดที่เดินทางผ่านแดนด้วยรถโดยสารสาธารณะ ซึ่งช่วงที่ผ่านมาทางการไทยบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดมากขึ้นเพื่อดูแลความปลอดภัย จึงทำให้ไม่สามารถนำรถสาธารณะไปไกลกว่าพื้นที่ๆ กำหนดนอกตัวจังหวัด กลายเป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวในตลาดกรุ๊ปทัวร์ 

 แต่หากพิจารณาตัวเลขนักท่องเที่ยวที่มาทางเครื่องบินผ่านสนามบินหลักทั้งในหาดใหญ่และกรุงเทพฯ พบว่ากลุ่มเดินทางด้วยตัวเอง (FIT) ยังเดินทางเติบโตสูงแสดงให้เห็นว่า ยังมีกลุ่มที่มีกำลังซื้อเข้ามาต่อเนื่อง 

ดังนั้นการทำตลาดภายใต้ภาวะเศรษฐกิจนี้ ททท.จะเน้นเจาะกลุ่มตลาดไฮเอนด์มากขึ้น เพราะยังมีกำลังในการจับจ่ายและไม่ติดขัดเรื่องข้อจำกัดในการเดินทาง

ขณะเดียวกัน วางกลยุทธ์กระจายความเสี่ยงให้กับการท่องเที่ยวหาดใหญ่ ด้วยการส่งเสริมให้ตลาดอื่นเดินทางเข้ามาทดแทนเพิ่ม ในช่วงไตรมาส 2 ส่งเสริมสายการบินคุนหมิง แอร์ไลน์ จากจีนบินตรงเข้าหาดใหญ่ 3 เที่ยว/สัปดาห์ โดยวางโปรแกรมเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่ และใช้หาดใหญ่เป็นฮับในการเดินทางต่อไปยัง จ.ตรังและจ.สตูล ซึ่งมีหาดทรายชายทะเลเป็นที่ต้องการของนักท่องเที่ยว

“ตลาดมาเลเซียที่ลดลง ส่วนใหญ่จะเป็นกรุ๊ปทัวร์ที่เดินทางเข้ามาผ่านด่านชายแดน โดยปกติการทำทัวร์จะมีกำไรต่อหัวไม่สูงมาก และเมื่อมีปัญหาเศรษฐกิจส่งผลต่อการจับจ่าย ทำให้ค่าใช้จ่ายในไทยสูงขึ้น และการบริหารจัดการเส้นทางตามการบังคับใช้กฎหมายการขนส่งของไทยที่ต้องปรับตัวด้วย จึงส่งผลให้ตลาดแมสจากมาเลเซียหดตัวดังกล่าว”

ด้านสายการบินไทยแอร์เอเชีย รายงานสถิติสอดคล้องว่า ในช่วงไตรมาสแรก เส้นทางบินตรงหาดใหญ่-กัวลาลัมเปอร์ (มาเลเซีย) ซึ่งให้บริการ 1 เที่ยว/วัน มีอัตราบรรทุกเฉลี่ยสูงราว 80-85%