วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

TMB - ถือ

กำไร1Q60ทรงตัว YoYเบื้องต้นคงประมาณการทั้งปีตามเดิม

ประเด็นสำคัญในการลงทุน:

- กำไร 1Q60ทรงตัว YoY แต่ลดลง 2%QoQ: TMBแจ้งกำไรสุทธิในช่วง 1Q60 เท่ากับ 2,096ล้านบาททรงตัว YoY แต่ลดลง 2%QoQกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักสำรองหนี้สูญเท่ากับ 4,764 ล้านบาท -1.5%QoQ+4.2%YoYเนื่องจาก 1) รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ -3.6%QoQ +3.9%YoYโดยมีส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ย (NIM) อยู่ที่ 3.21% ลดลงจาก 3.33% ใน 4Q59 แต่เพิ่มขึ้นจาก 2.98% ใน 1Q59 2) รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย -7%QoQจากการชะลอตัวของรายได้ค่าธรรมเนียม แต่ +10.5%YoYจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียม 3) ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญเท่ากับ 2,241 ล้านบาท ทรงตัว QoQแต่ +19%YoY4) อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 46.5% ลดลงจาก 48% ใน 4Q59 แต่เพิ่มขึ้นจาก 45.5% ใน 1Q59

- คงประมาณการกำไรสุทธิปี 60 ตามเดิม: กำไร 1Q60 คิดเป็น 21% ของประมาณการกำไรปี 60 ที่ราว 9.8 พันล้านบาทซึ่งพลิกกลับมาเติบโต 19% บนสมมติฐานค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญทั้งปีที่ราว 8 พันล้านบาท ลดลง 7.5% จากปี 59ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการตามเดิม

- สินเชื่อคุณภาพเติบโตเล็กน้อย คุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้นต่อเนื่อง : การเติบโตของสินเชื่อปลาย 1Q60 เพิ่มขึ้น 0.9%YTDจากการเติบโตของสินเชื่อรายย่อยเป็นหลักซึ่งเติบโต 4.2%YTD ตามการขยายตัวต่อเนื่องของสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ส่วนสินเชื่อลูกค้าธุรกิจทรงตัว สินเชื่อ SME ยังคงชะลอตัวด้านคุณภาพสินทรัพย์ทรงตัว โดยในไตรมาสนี้ธนาคารได้มีการตัดจำหน่าย NPL จำนวน 2.2 พันล้านบาทเพื่อลดความเสี่ยง ทำให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL)ทรงตัวเมื่อเทียบกับปลายปี 59 และส่งผลให้% Gross NPLทรงตัวที่ 2.53%ทั้งนี้อัตราส่วนสำรองฯต่อ NPL (Coverage Ratio) อยู่ที่ 144% ใกล้เคียงกับ 143% ณ ปลายปี 59

- คงคำแนะนำ “ถือ”ราคาเหมาะสม 2.53 บาท : ปัจจัยพื้นฐานของธนาคารดีขึ้นเป็นลำดับเมื่อเทียบกับในอดีตจากคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้นต่อเนื่องจากการบริหารจัดการ NPLขณะที่ความาสามารถในการทำกำไรค่อนข้างทรงตัวเนื่องจากสินเชื่อที่เติบโตดีมาจากสินเชื่อที่อยู่อาศัยแม้โดดเด่นเรื่องความเสี่ยงต่ำและก็มี yield ที่ต่ำเช่นกันด้านฐานะเงินกองทุนยังแข็งแกร่งโดยมีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (CAR) = 18.2% เงินกองทุนชั้นที่ 1 (Tier I) = 12.8% ราคาเหมาะสมปี 60ซึ่งอิงProspect PBV ที่ระดับ 1.2 เท่าKe =13%ได้เท่ากับ2.53 บาทซึ่งมี upside จากราคาล่าสุดไม่ถึง10%จึงคงคำแนะนำ “ถือ”