วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘ซีไอเอ็มบี’ สินเชื่อรายย่อยทะลุเป้า

"ซีไอเอ็มบี" สินเชื่อรายย่อย "ทะลุเป้า" ไตรมาสแรกโต 10% ผลจากการรุกตลาดผ่านช่องทางออนไลน์

“ซีไอเอ็มบีไทย” คาดสินเชื่อรายย่อยปีนี้โตเกินเป้า หลังไตรมาสแรกพุ่ง 10% ผลจากการใช้กลยุทธ์ตลาดรุกช่องทางออนไลน์ แถมเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ชี้ผลอนุมัติสินเชื่อผ่านช่องทางออนไลน์สูงกว่าช่องทางอื่นๆ ตั้งเป้ารายได้จากธุรกิจรายย่อยโต 15%

นายอดิศร เสริมชัยวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจรายย่อย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ CIMBT เปิดเผยว่า สินเชื่อรายย่อยช่วงไตรมาสแรกของปีนี้เติบโตเกินเป้าหมายที่วางไว้ โดยเติบโตสูงถึง 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า หรือคิดเป็นเม็ดเงิน 4,800-4,900 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นช่วงเดือนม.ค.ได้ประมาณ 1,100 ล้านบาท เดือนก.พ.ที่ 1,400 ล้านบาท เดือนมี.ค. 2,300 ล้านบาท ซึ่งมาจากสินเชื่อที่อยู่อาศัย 3,300 ล้านบาท และสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน 1,600 ล้านบาท

“สินเชื่อรายย่อยช่วงที่ผ่านมาโตดีเกินคาดเมื่อเทียบกับภาพเศรษฐกิจในเบื้องต้นที่มองว่าน่าจะเติบโตไม่ดีนัก จึงคาดว่าปีนี้สินเชื่อรายย่อยน่าจะเกินเป้าหมายที่วางไว้ หรือเติบโตประมาณ 12-13% จากเดิมคาดว่า 5-10% ด้วยโปรโมชั่น และ การทำการตลาดของธนาคาร อีกทั้งเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ความเชื่อมั่นฟื้นส่งผลให้ความต้องการสินเชื่อกลับมาเติบโตได้ดีเกินกว่าที่คาดไว้มาก”

ธนาคารตั้งเป้าหมายสินเชื่อที่อยู่อาศัยปีนี้เติบโตประมาณ 14,500 ล้านบาท ส่วนสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันเติบโตราว 8,400 ล้านบาท รวมเป็นสินเชื่อรายย่อยปล่อยใหม่ทั้งสิ้นประมาณ 23,000 ล้านบาท ส่งผลให้สินเชื่อคงค้างสิ้นปีนี้แตะ 84,000 ล้านบาท จากสิ้นปี 2559 ที่อยู่ 77,000 ล้านบาท 

สำหรับหนี้ที่มิก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ปีนี้ธนาคารตั้งเป้าควบคุมให้ไม่เกิน 3.5% จากการที่ธนาคารจะขาย NPL ออกไปมูลค่า 500-1,000 ล้านบาท จากสิ้นปี 59 ที่อยู่ 4.1% โดยไตรมาส 1/60 ธนาคารมี NPL ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 4.3%

เขากล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนลูกค้า Wealth ในไตรมาส 1/60 มีจำนวนลูกค้า 61,000 ราย จากสิ้นปี 59 ที่อยู่ 57,000-58,000 ราย ส่วนเงินฝากทั้งหมดของธนาคารในปัจจุบันอยู่ที่ 190,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นของรายย่อย 100,000 ล้านบาท ซึ่งไตรมาส 1 มีเงินฝากเข้ามาแล้ว 1 หมื่นล้านบาท

นอกจากนี้ ในปัจจุบันธนาคารได้ดำเนินการขออนุญาตธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการเปิดสาขาในเซเว่นอีก 2-3 แห่งในชานเมืองที่มีจำนวนประชากรสูง จากปัจจุบันธนาคารมีอยู่ 1 สาขา โดยธุรกรรมยังไม่ได้รับการตอบที่ดี เนื่องจากพื้นที่โดยรอบอยู่ระหว่างปรับปรุงพื้นที่ ซึ่งธนาคารคาดว่าสาขาใหม่จะเปิดดำเนินการได้ในไตรมาส 2 โดยการเปิดสาขาในเซเว่นสามารถลดต้นทุนได้เป็นอย่างดีเมื่อเทียบกับการเปิดสาขาทั่วไป

ทั้งนี้ สายธุรกิจรายย่อยตั้งเป้าหมายสร้างรายได้ในปีนี้ ให้เติบโตอีก 15% จากปีที่แล้ว โดยจะเดินหน้าทำสิ่งที่เราทำมาตลอด นั่นคือ ยึดประโยชน์ของลูกค้าเป็นที่ตั้ง เป็นที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ลงทุนผลตอบแทนสูง เป็นแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ ก้าวให้ทันกับความต้องการลูกค้าที่เปลี่ยนไป ให้ลูกค้าเข้าถึงบริการทางการเงินด้วยความสะดวก ง่าย และ เร็ว

นายอดิศร กล่าวว่า ส่วนผลิตภัณฑ์สินเชื่อ ธนาคารเสนอแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำกว่าอัตราตลาดให้ลูกค้าสินเชื่อได้สำเร็จ เพราะธนาคารไม่คิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบเหมาเข่ง การจัดกลุ่มลูกค้าตามความเสี่ยง (risk base pricing) ทำให้ลูกค้าคุณภาพไม่ต้องแบกรับต้นทุนที่ไม่คู่ควร สุดท้าย credit cost โดยรวมจึงค่อยๆ ขยับลดลงมา และเมื่อคุณภาพของลูกหนี้ในพอร์ตสินเชื่อดีขึ้น โดยภาพรวมธุรกิจสินเชื่อรายย่อยจึงกลับมามีกำไร และเป็นรายได้หลักของธุรกิจสินเชื่อรายย่อยของธนาคาร

“ยุทธศาสตร์หลักของสินเชื่อรายย่อยปีนี้ คือ การบุกช่องทางขายออนไลน์เพิ่มขึ้น หลังบุกได้ระยะหนึ่งพบว่าอัตราการสมัครจนถึงขั้นตอนอนุมัติสินเชื่อผ่านช่องทางออนไลน์สูงกว่าช่องทางอื่นๆ ได้แก่ direct sale, telesales และสาขา ถึง 30-40% ขณะเดียวกัน ธนาคารพัฒนาช่องทางสร้างความสะดวกสบาย ง่าย และเร็ว ผ่านนวัตกรรมการให้บริการมาอย่างต่อเนื่อง ทั้ง DSE Beat Banking ขณะที่ลูกค้า Wealth จะได้รับความสะดวกสบายผ่านสาขาที่ได้รับการปรับปรุงให้มีพื้นที่รองรับการให้คำปรึกษา” นายอดิศร กล่าว