Let the bull run
ประเด็นการลงทุน
ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 30% นับตั้งแต่เราออกรายงานเมื่อวันที่ 17 มีค. 17 เราคาดว่าราคาหุ้นมีโอกาสแรลลี่ขึ้นต่อ สะท้อนแนวโน้มกำไรที่คาดจะสร้างสถิติสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง และยังมีอัพไซด์ในการปรับประมาณการกำไรของเราขึ้นในอนาคต จากการศึกษา Sensitivity analysis ภายใต้สมมติฐานกำไรปี 2017 เติบโตสูงกว่าคาด กรณี Best case และ Bull case คาดกำไรปี 2017 เติบโต 48% (จากกรณี Base case ที่ 33%) คาดราคาเป้าหมายใหม่ที่ 8.40 และ 10 บาท อิง PE 21-25 เท่า ซึ่งสะท้อน PEG ในกรณีของ Best Case และ Bull Case ที่ 0.44-0.52 เท่า Vs. ค่าเฉลี่ยกลุ่มเครื่องสำอางค์ และผลิตภัณฑ์อาหารและยา ที่เทรด PEG เกิน 1 เท่า ทำให้เรามองว่าราคาหุ้นปัจจบันยังมีความน่าสนใจในการ “ซื้อ” เพิ่ม
Base case เราคงคาดกำไรหลักปีนี้เติบโต 33% YoY
กรณี Base case scenario เราประเมินกำไรหลักปี 2017 ที่ 108 ล้านบาท หรือ เติบโต 33% YoY บนคาดการณ์รายได้รวมเติบโต 14% และ สมมุติฐานอัตรากำไรขั้นต้น 24% หนุนโดย 1) ฐานรายได้ผลิตภัณฑ์หลักจากกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม HPC สารตั้งต้นและส่วนผสม ของสินค้าอุปโภคในชีวิตประจำวัน (เช่น แชมพู สบู่ โลชั่น เครื่องสำอางค์ เป็นต้น)
และ 2) รายได้กลุ่ม FBS (Foods& Beverage and Supplementary) โดยมีผลิตภัณฑ์สารให้ความหวานแทนน้ำตาล (หญ้าหวาน) ที่ขายให้กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม โดยรายได้จากทั้งสองส่วนจะเป็นแรงขับเคลื่อนรายได้และกำไร ที่สำคัญในปีนี้
Best Case scenario: การเติบโตของสินค้าใหม่ดีเกินคาด
เราเชื่อว่าจากสมมติฐานในปัจจุบันของเรา ยังคงมี Upside ในการปรับประมาณการกำไรขึ้นในอนาคตจากสินค้าใหม่ทั้งในส่วนของกลุ่ม FBS และการรุกเข้าทำธุรกิจในส่วนของ Brand owner และ OEM มากขึ้น ซึ่งจะช่วยหนุนทั้งรายได้และอัตรากำไรให้ปรับตัวสูงขึ้น เราประเมินกำไรในกรณี Best Case จากการรวม Upside ผลิตภัณฑ์ใหม่ทีมีโอกาสดีกว่า
คาด คาดกำไรราว 120 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโต 48% YoY และราคาเป้าหมายใหม่ในกรณี Best Case อยุ่ที่ 8.40 บาท อิง PE +0.5SD ที่ 21 เท่า และคิดเป็น PEG เพียง 0.44 เท่า
Bull Case scenario: โอกาส Re-rate PE ขึ้น
กรณี Bull Case scenario เรารวม Upside จากกำไรตามกรณี Best Case และให้ Re-rate PE ขึ้นตามค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 25 เท่า ในกรณีของ Bull Case scenario คาด Target price 10 บาท ซึ่งมีโอกาสที่ราคาหุ้นจะ Re-rate ขึ้นได้ เนื่องด้วยมีอัตราการเติบโตของกำไรที่ 33-48% ดีกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 15-20%









