คาดกำไรปี 60 +42%YoYจากการปรับเพิ่มราคาสินค้าและเพิ่มสินค้าใหม่
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
- ผู้นำเข้าและจำหน่ายเครื่องมือ และวัสดุสิ้นเปลืองทางการแพทย์ : บริษัทจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์โดยแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มสินค้าดังนี้ 1) กลุ่มอุปกรณ์ทางการแพทย์และวัสดุสิ้นเปลืองที่ใช้ในห้องผ่าตัดคิดเป็นสัดส่วนรายได้ 48% ของรายได้รวม 2) กลุ่มอุปกรณ์ทางการแพทย์และวัสดุสิ้นเปลืองที่ใช้ในหน่วยจ่ายกลางของโรงพยาบาลคิดเป็นสัดส่วนรายได้ 17% ของรายได้รวม 3) กลุ่มอุปกรณ์ทางการแพทย์และวัสดุสิ้นเปลืองที่ใช้ในห้องปฏิบัติการและธนาคารเลือดคิดเป็นสัดส่วนรายได้ 9% ของรายได้รวม 4) กลุ่มอุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์เฉพาะทางเกี่ยวกับการผ่าตัดหัวใจและเครื่องมือผ่าตัดทั่วไปคิดเป็นสัดส่วนรายได้ 26% ของรายได้รวม และ 5) กลุ่มอุปกรณ์ครุภัณฑ์ทางการแพทย์เริ่มตั้งทีมงานใน 4Q59 จึงยังไม่มีรายได้
- ปี 59 รายงานกำไร 27 ล้านบาทหดตัว 7%YoY : ปี 59 บริษัทมีรายได้ 556 ล้านบาทเติบโต 9%YoY จากการเติบโตของกลุ่มสินค้าอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์เฉพาะทางเกี่ยวกับการผ่าตัดหัวใจ และกลุ่มอุปกรณ์ทางการแพทย์และวัสดุสิ้นเปลืองที่ใช้ในหน่วยจ่ายกลางของโรงพยาบาลที่เติบโต 45%YoY และ 39%YoY ตามลำดับ อย่างไรก็ตามสินค้ากลุ่มอุปกรณ์ทางการแพทย์และวัสดุสิ้นเปลืองที่ใช้ในห้องผ่าตัดยอดขายหดตัวลง 13%YoY ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวลง 3% สู่ 41% เนื่องจากต้นทุนการนำเข้าปรับตัวขึ้น อีกทั้งมีการตั้งค่าเผื่อสินค้าล้าสมัยอีก 4 ล้านบาท ด้านค่าใช้จ่ายในการขายปรับตัวขึ้น 12%YoY สู่ระดับ 112 ล้านบาทเพราะรับรู้ค่าใช้จ่ายในการขายของกลุ่มอุปกรณ์ครุภัณฑ์ทางการแพทย์แล้วแต่ยังไม่มีการขายสินค้า ส่งผลให้ปี 59 บริษัทมีกำไรอยู่ที่ 27 ล้านบาทหดตัว 7%YoY
- คาดกำไรปี 60 เติบโต 42%YoYจากการขึ้นราคาสินค้าและขยายกลุ่มสินค้าใหม่ : ฝ่ายวิจัยคาดว่ารายได้ปี 60 จะเติบโต 10%YoY สู่ 611 ล้านบาทโดยเน้นการเติบโตในกลุ่มอุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์เฉพาะทางเกี่ยวกับการผ่าตัดหัวใจ อีกทั้งบริษัทเตรียมขยายสินค้าไปยังกลุ่มโรคไต การขายสินค้าออนไลน์ และขาย/เช่าอุปกรณ์ดูแลผู้ป่วยครบวงจรเพิ่มเติม ขณะที่คาดว่าอัตรากำไรขั้นจะปรับตัวขึ้นสู่ 44% เนื่องจากบริษัทจะปรับราคาสินค้ากับคู่ค้าเพิ่มขึ้นตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในปี 59 ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ด้านค่าใช้จ่ายในการขายคาดว่าจะปรับตัวขึ้น 11% สู่ 125 ล้านบาทเนื่องจากมีการเพิ่มกลุ่มสินค้าใหม่ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการตลาดเพิ่มขึ้น ฝ่ายวิจัยคาดว่าการปรับเพิ่มราคาสินค้าและการขยายกลุ่มสินค้าใหม่จะหนุนให้กำไรเติบโตสู่ 38 ล้านบาทเติบโต 42%YoY
- แนะนำ “ถือ” ที่ราคาเหมาะสม 3.78 บาท : ฝ่ายวิจัยประเมินมูลค่าพื้นฐานด้วยวิธี PE Ratio อิง Prospective PE ที่ 27 เท่าซึ่งเท่ากับค่าเฉลี่ยของ PE อุตสาหกรรม Consumer Product/MAI แต่ต่ำกว่า PE ของตลาด MAI ที่ 90 เท่า เพราะเรามีมุมมองเชิงอนุรักษ์นิยม (conservative) เนื่องจากคาดว่าค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น จากการขายสินค้าใหม่ ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไรต่อหุ้นปี 60 อยู่ที่ 0.14 บาทต่อหุ้น และประเมินราคาเหมาะสมที่ 3.78 บาท(ราคาเหมาะสมหลังจ่ายหุ้นปันผล 10: 1 อยู่ที่ 3.44 บาท) ซึ่งสูงกว่าราคาปิดล่าสุดเล็กน้อยจึงแนะนำเพียง “ถือ”
ปัจจัยเสี่ยง
• การรุกตลาดสินค้าใหม่มียอดขายต่ำกว่าที่ประเมินไว้
• ไม่สามารถปรับเพิ่มราคาสินค้าได้ตามที่คาดหวัง








