วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

"ทีพีไอโพลีน" หวังรายได้ปีนี้โต15%

"ทีพีไอโพลีน" หวังรายได้ปีนี้โต15% ระบุกำไรบริษัทลูกช่วยหนุนธุรกิจ เผย "ทีพีไอพีพี"ต่ำจองเป็นเรื่องปกติ

“ทีพีไอ โพลีน” ประเมินความต้องการใช้ปูนซีเมนต์เพิ่มในครึ่งปีหลัง อานิสงส์รัฐเร่งการเบิกจ่าย หนุนรายได้ปีนี้โต 15% ขณะที่ ทีพีไอพีพี เข้าเทรดวันแรกต่ำจอง 4.29% หุ้นใหญ่ระบุเป็นเรื่องปกติ เหตุเป็นธุรกิจเกี่ยวเรื่องโรงไฟฟ้าซึ่งไม่หวือหวา ด้านบล.ทิสโก้ประเมินเป็นผลกระทบจากสภาพตลาด มั่นใจพื้นฐานระยะยาวยังแกร่ง

นายประเสริฐ อิทธิเมฆินทร์ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายบัญชีและการเงิน บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) TPIPL เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานรวมในปีนี้ เชื่อว่าจะเติบโตขึ้น โดยตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตจากปีก่อน 15 % จากปีก่อนที่มีรายได้ 31,540.56 ล้านบาท

โดยการรับรู้รายได้จากการขายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยจะเติบโตขึ้นตามการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ส่วนธุรกิจซีเมนต์จะได้รับผลดีจากรัฐบาลเร่งการเบิกจ่าย ดังนั้น บริษัทคาดการณ์ว่าในครึ่งปีหลังเห็นการเติบโตธุรกิจก่อสร้างที่สูงขึ้น ทำให้ความต้องการใช้ซีเมนต์เติบโตได้ดี ส่งผลบวกต่อยอดขาย

ด้านกำลังการผลิตซีนเมนต์ ปัจจุบันบริษัทกำลังการผลิต 9 ล้านตัน และจะเพิ่มกำลังการผลิตเป็น13.5 ล้านตัน เชื่อว่าจะมีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้น 

ส่วนแนวโน้มของกำไรบริษัททีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด(มหาชน) TPIPP ซึ่งเป็นบริษัทลูก จะมีกำไรก่อนหักภาษีและค่าเสื่อมราคาสูงมาก ประกอบกับบริษัทได้ปรับการรับรู้ค่าเสื่อมทางบัญชีใหม่ จึงเชื่อว่าทิศทางของบริษัทหลังจากนี้จะกลับมาสดใสอีกครั้ง

ความเคลื่อนไหวของการเข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยวันแรก ของบริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) TPIPP เปิดการซื้อขายที่ 6.75 บาทต่อหุ้น ปรับตัวลดลงจากราคาจองซื้อที่ 7 บาทต่อหุ้นลดลง 3.57%  และปิดการซื้อขายที่ 6.70 บาท ลดลง 0.30 บาท หรือ 4.29% มูลค่าการซื้อขาย 4,824 ล้านบาท 

นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ประธานกรรมการบริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) TPIPP กล่าวว่า ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นวันแรกที่ปรับตัวลดลงต่ำกว่าราคาจองซื้อนั้น มองว่าเป็นเรื่องที่ปกติและไม่น่ากังวล เนื่องจากเป็นหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจไฟฟ้า ซึ่งอาจจะไม่หวือหวามากนัก และเป็นผลจากการซื้อขายหุ้นตามปกติ

ด้านนายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่วยและประกันการจัดจำหน่าย กล่าวว่า ราคาหุ้นต่ำกว่าราคาจองซื้อ เกิดจากหลายสาเหตุ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ มีขนาดการระดมทุนที่สูงมาก และการเข้าจดทะเบียนอยู่ในช่วงที่มูลค่าการซื้อขายค่อนข้างต่ำ เนื่องจากเข้าใกล้เทศกาลสงกรานต์

“บริษัทยังมีพื้นฐานที่ดีในระยะยาว สะท้อนจากยอดจองของนักลงทุนสถาบันที่สูงกว่าจำนวนการจัดสรร 7 เท่าตัว ซึ่งการเข้าจดทะเบียนในวันนี้ที่ราคาปรับตัวลดลงมาก็หลายปัจจัย ซึ่งเป็นเพียงผลกระทบระยะสั้น”

หุ้น‘ทีพีไอพีพี’ ต่ำจองตัวแรกปีนี้

บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด(มหาชน) TPIPP เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยวันแรกวานนี้ (5เม.ย.) โดยราคาเปิดการซื้อต่ำกว่าราคาไอพีโอ เป็นตัวแรกของปี ส่วนราคาปิดการซื้อขายอยู่ที่ 6.70 บาท ลดลง 0.30 บาท หรือ 4.29% มูลค่าการซื้อขาย 4,824 ล้านบาท 

โดยตั้งแต่ต้นปี-5เม.ย. มีหุ้นไอพีโอเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ แล้ว 7 บริษัท (รวมทีพีไอพีพี) ซึ่ง 6 บริษัทก่อนหน้า  ล้วนแต่มีราคาเปิดการซื้อขายที่สูงกว่าราคาจองทั้งสิ้น

ทั้งนี้ บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทที่มีขนาดการระดมทุนสูงที่สุดในรอบ 10 ปี มีขนาดการระดมทุนสูงถึง 1.75 หมื่นล้านบาท บริษัทได้เสนอขายหุ้นไอพีโอจำนวน 2,500 ล้านบาท มูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1 บริษัท จัดสรรให้ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) TPIPL ซึ่งเป็นบริษัทแม่ และประชาชนทั่วไป รวมถึงนักลงทุนสถาบัน

ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ บริษัทมี 2 ธุรกิจหลัก โดยธุรกิจแรกคือธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค ดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงจากขยะ และโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนทิ้ง มีโรงงานไฟฟ้าที่เริ่มเดินเครื่อง 4 โรง กำลังการผลิต 150 เมกะวัตต์

ส่วนธุรกิจที่สอง คือ สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซธรรมชาติ มีจำนวนสถานีบริการ 12 แห่ง  

แผนงานในอนาคต บริษัทอยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงไฟฟ้าอีก 3 แห่ง คาดว่าจะเริ่มเดินกำลังการผลิตได้ภายในไตรมาส 4 ปี 2560 ส่งผลให้กำลังการผลิตของบริษัทปรับเพิ่มขึ้นอีก 290 เมกะวัตต์ รวมเป็น 440 เมกะวัตต์