วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

“แอดพ็อคเก็ต”ขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งแอพโฆษณามือถือ

แอดพ็อคเก็ต โชว์ยอดดาวน์โหลดกว่า 2.2 ล้านยูเซอร์ใน 1 ปี ขึ้นแท่นเบอร์หนึ่ง แอพโฆษณามือถือ เดินหน้ายายฐานลูกค้าเจาะกลุ่มวัยทำงาน มุ่งตอบโจทย์ยอดขายให้ลูกค้าในยุคโมบาย เฟิร์ส

ปัจจุบันชีวิตประจำวันของผู้คนอยู่กับโทรศัพท์มือถือตลอด 7 วัน เกือบ 24 ชั่วโมง จนกลายเป็น “First Screen”แทนที่คอมพิวเตอร์ไปแล้ว ยิ่งในประเทศไทยมีสมาร์ทโฟนมากถึง 49 ล้านเครื่อง คนไทยใช้สมาร์ทโฟนโดยเฉลี่ยสูงถึง 6.2 ชั่วโมงต่อวัน มากกว่าการดูทีวีถึง 3 เท่า จึงกลายเป็นที่มาของ "AdPocket" สื่อโฆษณาที่มีประสิทธิภาพมากในยุค Mobile First เป็นสื่อที่จะตามติดผู้บริโภคไปในทุกที่ 24 ชั่วโมง เพราะทุกๆ ครั้งที่คุณหยิบมือถือขึ้นมาและคุณเห็นโฆษณาแล้ว ก็เหมือนการสร้างการรับรู้ และการจดจำไปเรื่อยๆ

อลิศรา ดำรงค์พานิช ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดโมบาย บริษัท แอดพ็อคเก็ต กล่าวว่าแอดพ็อคเก็ต(AdPocket) เป็นแอพพลิเคชั่นโฆษณาบนหน้าจอล็อคสกรีนมือถือ อันดับ 1 ของประเทศไทย เป็นแพลตฟอร์มสื่อดิจิทัลรูปแบบใหม่ที่ผู้ใช้ได้รับประโยชน์ตอบแทน จากการดูโฆษณาและการปลดล็อคหน้าจอบนมือถือ ทั้งในรูปแบบการสะสมแต้มแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดเพื่อซื้อของหรือแลกของ จ่ายบิล เติมเงินฯลฯ ซึ่งกำลังมาแรงทั้งในต่างประเทศและในประเทศไทย ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีทั้งจากนักการตลาด นักโฆษณา และผู้ใช้งาน

โดยใน 1 ปีที่ผ่านมามียอดดาวน์โหลดแล้วสูงกว่า 2.2 ล้านอินสตอล และการันตีความสำเร็จด้วยลูกค้าที่ใช้บริการแล้วกว่า100 ราย แอพพลิเคชั่นนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากประเทศเกาหลีใต้ และประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีคนเกาหลีใช้แอพ นี้กว่า 20 ล้านคน จากจำนวนประชากรกว่า 50 ล้านคน ถือเป็นแพลตฟอร์มหลักในการลงโฆษณาบนมือถือของที่นั่น ไทยนำเข้ามาเป็นประเทศที่2 ต่อจากเกาหลีใต้

“ที่ผ่านมาเวลาจะลงโฆษณาทางออนไลน์ มักนึกถึงแค่ไม่กี่ช่องทาง เช่น Facebook, Google, Line ฯลฯ แต่ยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่รู้จักหรือให้ความสำคัญกับการลงโฆษณาผ่านทางหน้าจอล็อคสกรีน ทั้งๆ ที่ตลาดการโฆษณาบนมือถือใหญ่มาก”

ปัจจุบันคนไทยใช้มือถือมากกว่าดูทีวี หรืออ่านนิตยสาร มือถือกลายเป็นปัจจัยที่คนไทยขาดไม่ได้ บริษัทจึงมองเห็นโอกาสพัฒนาแพลตฟอร์มแอดพ็อคเก็ตในไทย จึงได้นำ AdPocket เข้ามาทำตลาด เพราะเป็นแพลตฟอร์มที่อยู่ใกล้ชิดกับผู้คนมากที่สุด เข้าถึงง่าย สะดวก และรับรู้ผลเร็ว ฉะนั้นการโฆษณาผ่านทางหน้าจอล็อคสกรีนนี้จะช่วยให้นักการตลาดวางแผนการลงสื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการลงโฆษณาผ่านช่องทางออนไลน์อื่นๆ

อลิศรา กล่าวอีกว่าจุดเด่นของโฆษณาหน้าจอล็อคสกรีนมือถือ นับเป็นทางเลือกใหม่ที่มาแรงของการลงโฆษณาบนมือถือ ทำให้ แอดพ็อคเก็ต ก้าวขึ้นเป็น Media on Mobile อันดับ 1 ของประเทศไทย เนื่องจากมีประโยชน์มากในการช่วยสร้างการรับรู้แบรนด์ให้กับผู้บริโภค เพราะทุกครั้งที่เปิดมาก็จะเห็นโฆษณาขึ้นมาอยู่บนหน้าจอมือถือ

นั่นคือ High Reach เห็นโฆษณาทันทีก่อนปลดล็อคหน้าจอเห็นชัด จดจำได้ง่าย, Low Aversion การต่อต้าน หรือไม่ชอบโฆษณาค่อนข้างต่ำ เนื่องจากผู้ใช้ที่ไม่ชอบโฆษณาบนหน้าจอล็อคสกรีนจะไม่ลงแอพนี้แต่แรกอยู่แล้ว, Full Engagement แบนเนอร์จะแสดงเต็มหน้าจอมือถือ หากผู้ใช้สนใจโฆษณาตัวไหน ก็สามารถเอานิ้วแตะลากไปทางซ้าย นั่นหมายถึงว่าเขามีปฏิสัมพันธ์กับโฆษณาชิ้นนั้นแล้ว และ Massive Displayคือ การเห็นบ่อยๆ เปิดมาก็เห็นเลย

จากการสำรวจผู้ใช้ AdPocket พบว่ามีจำนวนการปลดล็อคหน้าจอของ 1 ยูสเซอร์โดยเฉลี่ย 47 ครั้งต่อวัน ทำให้แสดงโฆษณาได้บ่อยครั้งขึ้น นอกจากนี้ AdPocket ยังสามารถวิเคราะห์ได้ถึงความสนใจของผู้ใช้ถึง 12 หมวดหมู่ ได้แก่ เกม ไอที/เทเลคอม/อิเล็กทรอนิกส์ การเงิน ท่องเที่ยว อาหาร บันเทิง แฟชั่น/ความสวยความงาม ยานยนต์ ช้อปปิ้ง กีฬา/พักผ่อน การตกแต่งบ้าน/ลิฟวิ่ง และความสนใจเกี่ยวกับเด็ก

"การใช้งาน AdPocket ไม่ได้รบกวนการใช้งานของยูสเซอร์ เพราะโฆษณาไม่ได้ขึ้นมาแทรกในระหว่างที่ผู้ใช้งานกำลังเสพสื่อ”

ที่สำคัญคอนเทนต์ที่โชว์บนหน้าจอล็อคสกรีนนั้นก็ไม่ได้มีแค่แบนเนอร์โฆษณาแต่เพียงอย่างเดียว ยังมีคอนเทนต์ที่น่าสนใจจาก Ookbee comic, Online Station, Ladyissue, Spice, Pepper, ข่าวจาก INN, วิดีโอคลิปเทคนิคต่างๆ จาก C Channel ฯลฯ ซึ่งการพัฒนาเนื้อหาเหล่านี้ เราคำนึงถึง User Experience เป็นสิ่งสำคัญ เมื่อใช้งาน AdPocket แล้วไม่เบื่อ เกิดความรู้สึกที่ดี นั่นก็คือประสบการณ์ที่ดีนั่นเอง

สำหรับแนวทางการทำตลาดในปีนี้ อลิศรา ย้ำว่าปีนี้เตรียมรุกตลาดอย่างหนักผ่านสื่อต่างๆ มีแผนทำกิจกรรมตามสถานที่ต่างๆ ตลอดปี เพื่อขยายฐานผู้ใช้งานให้มีความเป็นแมสมากขึ้น โดยเน้นกลุ่มคนทำงานเพื่อเพิ่มยอดให้ได้ 5 ล้านอินสตอลในปีนี้ ควบคู่กับการทำ Customization เพื่อให้โฆษณา และคอนเทนต์สาระบันเทิงต่างๆ ที่นำเสนอตรงความต้องการและไลฟ์สไตล์คนผู้ใช้งานคนนั้นๆ

ปีนี้เริ่มต้นการโปรโมตแบรนด์ผ่านสื่อบนรถไฟฟ้า และยังคงเน้นการทำตลาดออนไลน์เช่นที่ผ่านมา ผ่านทางสื่อออนไลน์ต่างๆ รวมถึงการเข้าถึงกลุ่มคนกลุ่มต่างๆ ผ่านทาง Net Idol หรือ influencer ที่มีชื่อเสียง ในส่วนของตัวแอปพลิเคชั่น เรามุ่งเน้นฟีเจอร์ที่จะช่วยผลักดันกลุ่ม Direct Sale หรือ Coupon ให้เป็นหัวหอกหลัก เพื่อตอบโจทย์ด้านยอดขายให้กับแบรนด์สินค้าและบริการที่มาลงโฆษณา

“ฐานของยูสเซอร์ที่เรามีกว่า 2.2 ล้านคน และโดยเฉลี่ยจะมีเงินอยู่ในเครื่องประมาณ 100 บาท รวมทั้งหมดก็คือเงินกว่า 200 ล้านบาท ถือเป็นอีมันนี่ที่เขายังไม่เอาออกมา เป็นเงินที่เขาได้มาฟรี นอกจากนี้ยังมีแจกเป็น eCoupon เพื่อเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้ยูสเซอร์เต็มที่”

ส่วนเป้าหมายการเติบโตของ AdPocket นั้น อลิศรา ระบุต่อว่า ในปีนี้เตรียมขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มผลิตภัณฑ์สินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อให้สอดคล้องกับกลุ่มฟีเจอร์ที่เป็นหัวหอกหลักของเราและถ้าเป็นไปได้ในอนาคต อยากให้ผู้ใช้ AdPocket ไม่ต้องเสียค่าโทรศัพท์ โดยสามารถนำแต้มจากการปัดหน้าจอไปจ่ายค่าโทรศัพท์แทนได้ หรือนำแต้มที่เก็บได้ไปใช้ในการการกุศล หรือกิจกรรมอื่นๆ เป็นต้น

“จะเรียกว่าเป็นมิชชั่นของบริษัทฯ ก็ได้ที่อยากจะให้คนไทยใช้โทรศัพท์ฟรี เราเองมีพาร์ทเนอร์ที่แข็งแกร่ง อย่างเครือ Ascend นั่นหมายความว่าเงินใน AdPocket ก็อาจจะไม่ได้ลิงก์แค่กับ Truewallet แล้ว แต่ลิงก์กับ Alipay ด้วย”

ทั้งยังมีโอกาสต่อยอดไปได้ไกลอีกมากมาย และใน 3 – 5 ปีข้างหน้า ต้องการเป็นทางเลือกหนึ่งของการลงโฆษณาบนมือถือที่อยู่เคียงข้าง Facebook, LINE เพราะการสื่อสารการตลาดในยุคนี้ ลูกค้าไม่ได้ลงสื่อแพลตฟอร์มเดียวแต่ลงสื่อผสมผสาน เนื่องจากโปรดักส์แต่ละตัวมีกลยุทธ์ คุณลักษณะ และวัตถุประสงค์ หรือเป้าหมายไม่เหมือนกัน

ปัจจุบัน AdPocket มีผู้ใช้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดกว่า 2.2ล้านราย โดยมีสถิติที่สำคัญได้แก่ กลุ่มผู้ใช้ส่วนใหญ่เป็นผู้ชายที่ 53.5% กลุ่มผู้ใช้ส่วนใหญ่มีช่วงอายุ 15-19 ที่ 37% และช่วงอายุ 20-25 ที่ประมาณ 36% ในส่วนของความสนใจหลักของผู้ใช้ ได้แก่ เกมส์ 62%, ไอที 50%, การเงิน 44%, ช้อปปิ้งและเอนเตอร์เทนเม้น 42% และกีฬา 39% ซึ่งผู้ใช้แต่ละคนมีความสนใจได้หลายอย่าง

ในส่วนของพฤติกรรมการปลดล็อคมือถือ โดยเฉลี่ยแล้วคนไทยจะหยิบมือถือขึ้นมาปลดล็อคเพื่อใช้งานเฉลี่ยถึงวันละ 47 ครั้ง โดยผู้ชายจะมีพฤติกรรมปลดล็อคมากกว่าผู้หญิง โดยผู้ชายจะปลดล็อคเฉลี่ยวันละ 48 ครั้ง และผู้หญิงเฉลี่ยวันละ 46 ครั้ง ช่วงอายุที่มีการหยิบมือถือขึ้นมาปลดล็อคบ่อยครั้งที่สุด คือ 20-25 ปี โดยเฉลี่ยถึงวันละ 53 ครั้ง โดยคนกรุงเทพมีการหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาปลดล็อคใช้งานสูงสุดถึงวันละ 55 ครั้งต่อวัน

นอกจากนี้ Adpocket ยังพบว่าโฆษณาบนหน้าจอมือถือมีประสิทธิภาพสูงเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยมี CTR (click through rate) สูงถึง 5-10% สูงกว่าโฆษณาประเภท Display Banner ทั่วไปถึง 50 เท่า โดยอาจจะด้วยเพราะเป็นโฆษณาที่ปรากฏขึ้นในหน้าจอแรกของมือถือ ซึ่งผู้ใช้งานจะพบเห็นโฆษณาในความถี่ที่ค่อนข้างบ่อย โดยในด้านของปริมาณการใช้งานนั้น มีการแสดงโฆษณาบนจอมือถือถึงกว่า 300 ล้านวิวต่อเดือน