“แฮปปี้เฟรช”ปรับกลยุทธ์การตลาด รุกธุรกิจไทยเติบโต 500% ปีนี้ ชูแอพมือถือ-เว็บไซต์ จับจ่ายสินค้า “แสนรายการ”จากซูเปอร์มาร์เก็ตพันธมิตร
นายเบนจมิน โคลล์แมนน์ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทและอดีตประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของสำนักงานใหญ่ ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างปี 2557 – 2559 กลับเข้าทำงานกับแฮปปี้เฟรชอีกครั้งในตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ ประเทศไทย ตั้งแต่ต้นปี 2560 เปิดเผยว่าปีนี้ ได้วางแนวกลยุทธ์หลักเน้นไปที่การสร้างการรับรู้ของแบรนด์และส่งเสริมการตลาดของธุรกิจแฮปปี้เฟรช เพื่อตอกย้ำแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในระดับกว้างมากยิ่งขึ้น รวมถึงการปรับจุดตำแหน่งแบรนด์แฮปปี้เฟรช ให้กลายเป็นเจ้าตลาดซูเปอร์มาร์เก็ตออนไลน์อันดับหนึ่งของคนกรุงเทพฯ
บริษัทตั้งเป้าหมายการขยายธุรกิจปีนี้เติบโตเพิ่มขึ้นอีก 5 เท่า โดยลงทุนกว่า 200 ล้านบาท เพิ่มทีมงานจัดส่งสินค้าขึ้นเป็นอีกกว่า 3 เท่า พร้อมทั้งได้ปรับคุณภาพการจัดส่งสินค้าถึงมือลูกค้าทันเวลาขึ้น มากกว่าจากเดิมถึง 90% อีกทั้งยังเป็นหุ้นส่วนและพันธมิตรกับซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำใหม่ๆ หลายแห่ง เพื่อเพิ่มปริมาณรายการสินค้า อาทิ จาก เทสโก้ โลตัส ที่นำเสนอรายการสินค้าบนแฮปปี้เฟรช จากเดิม 8,000 รายการ เพิ่มเป็น 20,000 รายการ เป็นต้น
ปัจจุบันบริษัทแฮปปี้เฟรช ประเทศไทย ได้เข้าเป็นพันธมิตรกับซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำหลายแห่ง อาทิ Gourmet Market (The Mall Group) Tesco Lotus และ Big C โดยนำเสนอรายการสินค้าจากร้านค้าปลีกของพันธมิตรอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าเป็น ผลิตภัณฑ์ของสดและของแช่แข็ง พร้อมบริการจัดส่งในวันเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีพันธมิตรด้านบริการสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตอื่นๆ ได้แก่ Bei Otto German Delicatessen, Company B, Sunshine Market, Jagota Gourmet Experience, Food Glorious Food, Wine Now และกลุ่มร้านค้าเฉพาะ อีกมากมาย อาทิเช่น สินค้าออร์แกนิก สินค้าอาหารและเครื่องดื่มนำเข้า เป็นต้น
“แฮปปี้เฟรชให้บริการสินค้าจากหน้าร้านและความรวดเร็วในการจัดส่ง รายการสินค้ากว่า 100,000 รายการ จากตั้งแต่สินค้าสดและแช่แข็ง อาหารและเครื่องดื่ม อาหารแห้ง อาหารกระป๋อง ขนมขบเคี้ยว ของหวาน ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม ของใช้ในบ้าน ทุกรายการที่สามารถซื้อหาได้จากหน้าร้านค้าจริงของพันธมิตร สามารถซื้อหาสินค้าดังกล่าวได้ผ่านทางแฮปปี้เฟรชด้วยเช่นกัน”
สำหรับบริหารสั่งซื้อสินค้าผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือและเว็บไซต์ของแฮปปี้เฟรช มีให้เลือกทั้งในภาษาอังกฤษและภาษาไทย เจาะกลุ่มคุณแม่บ้าน กลุ่มคนทำงาน ไปจนถึงลูกค้าชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ โดยลูกค้าส่วนใหญ่นั้นมีอายุอยู่ระหว่าง 25-45 ปี โดยจัดส่งสินค้าทุกเขตทั่วกรุงเทพฯ ทั้งนี้จุดที่เรียกใช้บริการจัดส่งเป็นจำนวนมากที่สุด คงยังเป็นบริเวณใจกลางกรุงเทพฯ อาทิเช่น สุขุมวิท สีลม สาทร และพื้นที่ข้างเคียง เป็นต้น






