แบงก์เกียรตินาคินลุยปล่อยกู้ผ่านสายงานใหม่ ชู "3 ผลิตภัณฑ์" เน้นรายย่อย เป้าสินเชื่อโตแตะ 1 หมื่นล้าน
เกียรตินาคิน รุกช่องทางการตลาด-พัฒนาฐานลูกค้าเต็มสูบ ให้บริการผ่าน 3 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อ เป้าปีนี้โตก้าวกระโดด ยอดสินเชื่อใหม่แตะ 1 หมื่นล้าน ขณะภาพรวมตลาดรายย่อยปีนี้โตไม่ต่ำ 5% ส่วน “เอ็นพีแอล” ทรงตัว 2% มองเศรษฐกิจเริ่มฟื้นแต่ยังเปราะบาง
นายภัทรพงศ์ รักตะบุตร ประธานสายช่องทางการตลาดและพัฒนาลูกค้า ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) หรือ เคเคพี เปิดเผยว่า หลังจากธนาคารตั้งสายงานใหม่ในเดือนก.พ.ปีก่อน ภายใต้ชื่อ สายงานช่องทางการตลาดและพัฒนาฐานลูกค้า (Alternative Distribution Chanel หรือ ADC) ทำหน้าที่ให้บริการผลิตภัณฑ์สินเชื่อรายย่อย 3 รูปแบบ ได้แก่ สินเชื่อบุคคล สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อ เคเค เอสเอ็มอี รถคูณ3 ยกระดับให้ธนาคาร ก้าวสู้การเป็น Credit House คุณภาพได้ตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้
โดยช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา (เดือน ก.พ.-ธ.ค.2559) ของการจัดตั้งช่องทาง ADC สามารถทำได้ดีกว่าแผนที่วางไว้ สร้างการเติบโตของสินเชื่อแต่ละประเภทได้อย่างรวดเร็ว พบว่า ยอดสินเชื่อใหม่เข้ามาในช่องทาง ADC กว่า 5,000 ล้านบาท และในปีนี้ตั้งเป้าเติบโตก้าวกระโดดที่ 10,000 ล้านบาท เน้นการขยายทีมงานขายจาก 600 คน เพิ่มเป็น 1,000 คนในปีนี้
ด้วยกลยุทธ์ของช่องทาง ADC กระจายทีมขายไปหัวเมืองใหญ่ จากช่วงปลายปีก่อนเริ่มนำร่องไปที่เชียงใหม่ เป็นแห่งแรก ซึ่งผลตอบรับดีมาก จากปกติจะเน้นทำตลาดในกรุงเทพฯและปริมณฑล รวมถึงได้จัดตั้งทีมงานขายเฉพาะเข้าไปทำงานร่วมกับฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ของธนาคาร เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เข้ามาเจาะตลาดสินเชื่อรายย่อยในปีนี้ ที่มีความยืดหยุ่นและตามความต้องการของลูกค้า โดยขณะนี้ทางธนาคารยังไม่มีนโยบายปรับขึ้นดอกเบี้ยแต่อย่างใด
“สินเชื่อเอสเอ็มอีรถคูณสาม มีจุดเด่นไม่เหมือนใครในตลาด แต่ยังต้องเน้นสื่อสารทั้งทีมขายและออนไลน์กับลูกค้าให้รู้จักมากขึ้น ส่วนสินเชื่อบ้าน เน้นสร้างความสัมพันธ์ที่กับเดเวลอปเปอร์ ขยายตลาดกลุ่มบ้านใหม่เป็นหลัก และสินเชื่อบุคคล เน้นโทรหาลูกค้าในจังหวะที่ต้องการใช้เงินพอดี ลูกค้าตัดสินใจได้เร็วและใช้เวลาพิจารณาสินเชื่อและอนุมัติสินเชื่อเร็วใน 1 วัน”
สำหรับแนวโน้มภาพรวมตลาดสินเชื่อรายย่อยของธนาคารในปีนี้ นายภัทรพงศ์ คาดว่า จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 5% จากปกติเติบโต 10% ปัจจัยหลักหนุนการเติบโตมาจากเศรษฐกิจภายในประเทศ ยอมรับว่า ขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัว แต่ก็ยังมีความเปราะบางอยู่ และต้นปีมานี้อาจจะชะลอตัวไปบ้าง
ผลจากมาตรการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยเมื่อปลายปีก่อนของภาครัฐที่ดึงกำลังซื้อไปล่วงหน้าไป แต่เชื่อมั่นว่าหลังจากนี้ยังมีแนวโน้มที่ดี จากเร่งเบิกจ่ายงบภาครัฐ ผ่านกองทุนหมู่บ้าน ช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ และแนวโน้มหนี้ครัวเรือนที่สูง ก็เริ่มเห็นสัญญาณดีขึ้น ซึ่งธนาคารต่างๆ ก็ยังระมัดระวังดูแลคุณภาพหนี้ให้ดีขึ้น
ขณะที่การแข่งขันในตลาดรายย่อย แม้ว่าช่องทางใหม่ดังกล่าว จะไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับแบงก์อื่นๆ แต่สำหรับธนาคาร ถือเป็นจิ๊กซอว์ที่สำคัญมาอุดช่องว่างสิ่งที่ธนาคารยังขาด มุ่งสนับสนุนการขยายสินเชื่อรายย่อย ที่ไม่ใช่สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ซึ่งธนาคารมีความแข็งแกร่งในตลาดสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์อยู่แล้ว และเน้นการบริการความเสี่ยงควบคุมคุณภาพหนี้ที่ดี
ทั้งนี้ในช่องทาง ADC ของธนาคาร จะรักษาระดับยอดอนุมัติสินเชื่อ สินเชื่อเอสเอ็มอีรถคูณสามกว่า 30% สินเชื่อบ้าน 40% และสินเชื่อบุคคล 20% ถือว่าเหมาะสม และคาดว่าหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของสินเชื่อรายย่อยของธนาคารยังคงรักษาระดับไว้ไม่เกิน 2% เท่าปีก่อนขณะที่ NPL ภาพรวมของธนาคารปีนี้ลดลงมาที่ไม่เกิน 5.2% จากปีก่อน 5.6%
ทางด้านภาพรวมสินเชื่อของธนาคารปี 2560 คาดว่าเติบโต 5% จาก ณ สิ้นปี 2559 อยู่ที่ 176,466 ล้านบาท แบ่งเป็นสินเชื่อรายย่อย 123,716 ล้านบาท สินเชื่อธุรกิจ 41,337 ล้านบาท และอื่นๆ เช่นสินเชื่อบรรษัท สินเชื่อบริการหนี้ เป็นต้น มีสัดส่วนสินเชื่อรายย่อย 70% แบ่งเป็นสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ 113,049 ล้านบาท สัดส่วน 64.1% สินเชื่อบุคคล 4,240 ล้านบาท สัดส่วน 2.4% สินเชื่อเอสเอ็มอีรายย่อย 2,735 ล้านบาท สัดส่วน 1.6% และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย 3,691 ล้านบาท สัดส่วน 2.1%






