วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

ประกันภัยหันรุก ‘นอนมอเตอร์’ หาตลาดใหม่เสริมรายได้

ประกันภัยหันรุก ‘นอนมอเตอร์’ หาตลาดใหม่เสริมรายได้

ประกันภัยหันรุก "นอนมอเตอร์" หาตลาดใหม่เสริมรายได้

ตลาดประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ หรือ “นอนมอเตอร์” ในปี 2560 ยังคงมีแนวโน้มการแข่งขันที่รุนแรงต่อเนื่องจากปีก่อน โดยเฉพาะปีนี้มีแนวโน้มที่เบี้ยประกันภัยทรัพย์สินลดลงอีกประมาณ 15-20% เนื่องจากบริษัทประกันภัยต่อต่างชาติ หรือ “รีอินชัวเรอร์” รายใหม่ๆ เข้ามาแข่งขันในตลาดมากขึ้น แม้แต่ค่ายประกันยักษ์ใหญ่ ก็ต้องปรับตัวเพื่อหาตลาดใหม่เพิ่มเติม

วิญญู อังศุนิตย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้บริหารสายงานประกันนอนมอเตอร์คนใหม่ บอกว่า แผนงานรุกตลาดประกันภัยนอนมอเตอร์ในปี 2560 ของบริษัทจะสอดคล้องไปกับมาตรการภาครัฐ ที่เน้นขับเคลื่อนเครื่องยนต์เศรษฐกิจไทย 4 ด้านในปีนี้

ช่วง 2 เดือนมานี้ เริ่มเห็นแนวโน้มการฟื้นตัว ทั้งการบริโภค การลงทุน การส่งออกและท่องเที่ยว ทำให้ธุรกิจขนาดกลางและย่อม (เอสเอ็มอี) กลับมาเติบโต คนกลับมามีรายได้และจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น การขนส่งและท่องเที่ยวภายในประเทศยังขยายตัวดีต่อเนื่อง

จากปัจจัยดังกล่าว บริษัท มองว่าจะช่วยสนับสนุนการเติบโตประกันภัยทรัพย์สินธุรกิจเอสเอ็มอี ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลหรือพีเอ ประกันภัยสุขภาพ ประกันภัยความรับผิดของผู้ประกอบการขนส่งและประกันภัยธุรกิจมัคคุเทศก์ ซึ่งเป็นตลาดที่บริษัทจะโฟกัสมากขึ้นในปีนี้ ทั้งขยายผ่านช่องทางตัวแทน โบรกเกอร์ พันธมิตรทางธุรกิจและบริษัทที่เข้าไปถือหุ้น ที่สำคัญพัฒนาดิจิทัลอินชัวรันส์ มาเป็นเครื่องมือช่วยขายได้เร็วและลูกค้าเข้าใจมากขึ้นด้วย

สำหรับงานประกันภัยทรัพย์สิน วิญญู บอกว่า มุ่งเจาะกลุ่มเอสเอ็มอีขนาด 50-100 ล้านบาท ที่เริ่มขยายธุรกิจใหม่ สามารถคิดอัตราเบี้ยตามความเสี่ยงได้ดีกว่า การรับประกันภัยทรัพย์สินโครงการขนาดใหญ่ มีการแข่งขันเบี้ยสูงทำให้อัตราเบี้ยลดลงถึงครึ่ง ทำให้บริษัทเน้นการรับประกันโครงการของพันธมิตรทางธุรกิจ กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง

ควบคู่กับการสร้าง Underwriting tool หรือเครื่องมือช่วยการพิจารณารับประกันภัย สำหรับงานกลุ่ม Personal Line เพื่อให้ตัวแทน นายหน้ารายย่อยสามารถพิจารณารับงานเบื้องต้นด้วยตัวเองได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ พร้อมๆ กับการรับประกันภัยงานประกันภัยวินาศกรรม ประกันภัยธุรกิจมัคคุเทศก์และประกันภัยความรับผิดของผู้ประกอบการขนส่ง เนื่องจากในช่วง 1-5 ปีถัดไป มองว่าประเทศไทย จะถูกขับเคลื่อนด้วยเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน หรือระบบขนส่งและสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน

ขณะที่การประกันสุขภาพ บริษัทมีจุดแข็งในการให้บริการผ่านเครือข่ายสถานพยาบาลคู่สัญญามากกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ ล่าสุด บริษัทได้ออกกรมธรรม์ประกันภัยสุขภาพและอุบัติเหตุส่วนบุคคลใหม่ “อุ่นใจรักษ์ V-Total Care” แผนประกันสุขภาพระดับพรีเมียมเจาะลูกค้าระดับกลางถึงบน ที่ต้องการดูแลรักษาทางการแพทย์และสุขภาพแบบวีไอพี

บริษัทวางเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนงานประกันภัยนอนมอเตอร์ ในปี 2560 เป็น 10% จากปีก่อน 9% หรือในปีนี้จะมีเบี้ยประกันภัยนอนมอเตอร์ เติบโต 15% คิดเป็นเบี้ยประมาณ 3,500 ล้านบาท จากปีก่อนที่ 3,000 ล้านบาทแบ่งเป็นเบี้ยประกันภัยทรัพย์สินรายย่อย 1,500 ล้านบาท ประกันภัยสุขภาพและพีเอ 1,500 ล้านบาทและประกันการขนส่ง 500 ล้านบาท

ขณะที่บริษัทเน้นแข่งขันขยายงานอย่างมีคุณภาพ ทำให้ปัจจุบันอัตราความเสียหายของงานประกันภัยนอนมอเตอร์ยังต่ำกว่า 50% หรือต่ำกว่าตลาดอยูที่ระดับใกล้ 60% แล้ว

ด้าน สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) บอกว่า ปีที่ผ่านมา แม้บริษัทจะเก็บงานลูกค้าเก่าที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ได้หมด เช่น กลุ่ม ปตท. ความคุ้มครองเท่าเดิมหรือมากขึ้น แต่ปรากฏว่าเบี้ยที่ได้กลับลดลงไป 30% หรือของการบินไทยเบี้ยก็ลดลงไป 20%

ดังนั้นแผนการรุกประกันภัยนอนมอเตอร์ งานประกันภัยทรัพย์สิน มุ่งคัดเลือกรีอินชัวเรอร์ ที่เป็นพันธมิตรจากอันดับเครดิตขั้นต่ำที่ A เป็นหลัก เพราะเชื่อว่าการแข่งขันเบี้ยสูงอยู่

ขณะเดียวกันจะขยายตลาดใหม่ เช่น ประกันภัยป้องกันความเสี่ยงจากการโจมตีทางไซเบอร์ (ไซเบอร์อินชัวรันช์) ประกันการขนส่ง เพื่อเพิ่มสัดส่วนของลูกค้ารายย่อยให้เพิ่มสูงขึ้น

พร้อมกับเน้นประกันภัยดิจิทัลเต็มรูปแบบ ด้วยการพัฒนาแอพพลิเคชั่น ทิพยไอโมบาย เพื่อความสะดวก ในการให้บริการผ่านโทรศัพท์มือถือไปยังลูกค้าโดยตรง ทั้งการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ การเรียกค่าสินไหมทดแทน การรับข้อมูลข่าวสาร

สมพร บอกด้วยว่า แผนการรุกประกันภัย กลุ่มไซเบอร์อินชัวรันส์ จะมีการออกแบบประกันสำหรับลูกค้าองค์กร และประชาชนรายย่อยที่ราคาไม่แพงใน 3 รูปแบบ ได้แก่ คุ้มครองค่าเสียหายแก้ไขข้อมูลกลับคืนมา คุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก เช่น กรณีถูกจู่โจมทางไซเบอร์จนทำให้ลูกค้าเสียหาย และการประกันความเสี่ยงสำหรับภาคธุรกิจ

“ปีนี้ คาดจะมีความต้องการทำประกันสูงขึ้น หลังจากรัฐมีการสนับสนุนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-payment) และการทำพร้อมเพย์ ทำให้ปริมาณการใช้งานและความเสี่ยงด้านไซเบอร์จะสูงขึ้นตาม”

นอกจากนี้ จะรุกการประกันสินเชื่อทางการค้า (เทรดเครดิต) ประกันการขนส่งสินค้า เพราะหลังเปิดประชาคมอาเซียนทำให้ปริมาณขนส่งสินค้าภายในประเทศขยายตัว รวมถึงสินค้าจากจีนที่ขนส่งมาไทยเพื่อส่งออกไปตามท่าเรือต่างๆ ก็เพิ่มขึ้น พร้อมทั้งจะมีการออกประกันภัยสินเชื่อให้ลูกค้ารายย่อยที่ผ่อนซื้อที่อยู่อาศัยระยะยาว หากเกิดปัญหาขาดส่งตามเงื่อนไข บริษัทก็จะไปรับผิดชอบให้