ราคาน้ำมันดิบร่วงหนัก หลังปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐเพิ่มขึ้นเกินคาด สูงสุดเป็นประวัติการณ์
- ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงต่ำสุดในรอบปีนี้ หลังถูกกดดันจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐที่ปรับตัวสูงขึ้น หลังสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์ สิ้นสุดวันที่ 3 มี.ค. 60 ปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 8.2 ล้านบาร์เรลไว้ ไปแตะที่ระดับ 528.4 ล้านบาร์เรล ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับเพิ่มขึ้นเพียง 2 ล้านบาร์เรล นับเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเวลา 9 สัปดาห์ และถือว่าปรับตัวสูงสุดนับตั้งแต่เก็บสถิติมา นอกจากนี้ ปริมาณน้ำมันดิบสหรัฐ ณ จุดส่งมอบน้ำมันดิบคุชชิ่ง รัฐโอกลาโฮมา ปรับตัวสูงขึ้น 867,000 บาร์เรล
- นอกจากนี้ ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินในตะกร้าหลัก หลังนักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้
+ อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์ ปรับตัวลดลง 6.6 ล้านบาร์เรล ซึ่งปรับลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับลดลงเพียง 1.4 ล้านบาร์เรล โดยนับเป็นการปรับลดลงต่ำสุดตั้งแต่ เดือน เม.ย. 54 เนื่องจากอุปสงค์ยังคงแข็งแกร่ง ในขณะเดียวกันอุปทานในสหรัฐปรับลดลง หลังโรงกลั่นน้ำมันในสหรัฐ ฝั่งแถบทะเลตะวันออกลดกำลังการผลิต
+ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงน้ำมันของคูเวต เปิดเผยว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันดิบรายใหญ่ (โอเปค) ได้ให้ความร่วมมือในการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบเป็นอย่างดี โดยในเดือน ก.พ. 60 กลุ่มโอเปคได้ปรับลดกำลังการผลิตตามข้อตกลงถึงร้อยละ 140 ในขณะที่ประเทศนอกกลุ่มโอเปคปรับลดกำลังการผลิตลงร้อยละ 50-60 ของข้อตกลง
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากยังคงได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นในประเทศจีน อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันเบนซินได้รับแรงกดดันจากปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังในประเทศญี่ปุ่นที่ยังอยู่ในระดับสูง
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบเล็กน้อย หลังระดับปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังในประเทศญี่ปุ่นปรับตัวลดลงร้อยละ 7.3 ในสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดีเซลยังได้รับแรงกดดันจากการส่งออกไปยังยุโรปเพื่อการทำกำไรระยะสั้นที่ลดลง
ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 49-54 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 52-57 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
- การผลิตน้ำมันดิบของผู้ผลิตของกลุ่มโอเปคคาดว่าจะปรับลดลงต่อเนื่องจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และอิรักที่จะมีการปิดซ่อมบำรุงของแหล่งผลิตน้ำมันดิบและซาอุดิอาระเบียที่ยังคงกำลังการผลิตอยู่ในระดับต่ำกว่า 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยผลสำรวจของสำนักข่าว Reuters คาดในเดือน ก.พ. 60 กลุ่มโอเปคจะสามารถปรับลดกำลังการผลิตลงได้เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 94 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับร้อยละ 93 ของข้อตกลง
- จับตาปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของรัสเซียว่าจะปรับลดลงตามที่ได้ตกลงไว้หรือไม่ หลังรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานคาดในเดือน ก.พ. 60 ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของรัสเซียจะทรงตัวจากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ 11.11 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งสวนทางกับการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่คาดว่าปริมาณการผลิตในเดือน ก.พ. จะปรับลดลงมากกว่าเดือน ม.ค. อย่างไรก็ตาม คาดปริมาณการผลิตจะปรับลดลง 200,000 และ 300,000 บาร์เรลต่อวัน ตามลำดับในเดือน มี.ค. และ เม.ย. 60
--------------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
โทร.02-797-2999









