วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน (1 มี.ค.60)

ราคาน้ำมันดิบปรับลดลงหลังตลาดยังคงกังวลเกี่ยวกับกำลังการผลิตน้ำมันดิบสหรัฐ ที่เพิ่มขึ้น

- ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสปรับตัวลดลงหลังสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) เผยถึงปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ สิ้นสุด ณ วันที่ 24 ก.พ. ปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 3.1 ล้านบาร์เรลซึ่งเป็นการสะท้อนถึงการผลิตน้ำมันดิบเชลล์ (Shale Oil) ของสหรัฐ ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ตลาดยังคงกังวลว่าการปรับลดกำลังการผลิตของกลุ่มประเทศโอเปค (OPEC) อาจจะยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวไปอยู่ในระดับสูงกว่า 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในปี 2560

+/- กลุ่มประเทศโอเปค (OPEC) ต้องการให้ราคาน้ำมันปรับไปอยู่ที่ระดับ 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความร่วมมือในการปรับลดกำลังการผลิตกับรัสเซีย อย่างไรก็ตาม OPEC ไม่ต้องการให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงไปกว่าระดับที่คาดไว้เพราะไม่ต้องการให้ผู้ผลิตน้ำมันดิบ Shale ในสหรัฐ เพิ่มกำลังการผลิต และส่งผลเสียต่อกลไกราคาน้ำมันดิบโลก

- ตามการรายงานของ Baker Hughes จำนวนแท่นขุดเจาะในสหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องถึง 286 แท่นในรอบ 39 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีทั้งสิ้น 35 สัปดาห์ที่จำนวนแท่นปรับเพิ่ม แม้ว่าปัจจุบันสหรัฐ จะมีแท่นขุดเจาะจำนวน 602 แท่น ต่ำกว่าช่วง ต.ค. 2557 ที่ระดับ 1,609 แท่น ตลาดยังคงกังวลว่าด้วยเทคโนโลยีใหม่อาจทำให้การผลิตน้ำมันดิบเชลล์เกิดขึ้นได้ง่ายและมีประสิทธิภาพในต้นทุนที่ต่ำ


ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปทานจากอินเดียและในภูมิภาคเอเชียเหนือยังคงอยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ โรงกลั่นในประเทศจีนทำการปรับเพิ่มสัดส่วนการผลิตน้ำมันเบนซินมากขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้น

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากประเทศอินเดียมีการส่งออกน้ำมันดีเซลในช่วงเดือน มี.ค. ซึ่งเป็นผลมาจากอุปสงค์ในประเทศอินเดียที่อ่อนตัวลงตั้งแต่เดือน ม.ค. นอกจากนี้ ตัวเลขปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังในประเทศจีนเพิ่มขึ้นร้อยละ 39.21 ในเดือน ม.ค. เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า

ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

        ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 51-56 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล  

        ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 53-58 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล  

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- ปริมาณการผลิตของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคคาดว่าจะปรับลดลง เนื่องจากมีความเป็นไปได้สูงที่ผู้ผลิตจะทำตามข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิต หลังนายโมฮัมเหม็ด บาร์คินโด เลขาธิการกลุ่มโอเปค เผยว่าผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มจะให้ความร่วมมือในการลดกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นจากเดือนที่ผ่านมา นอกจากนี้ แหล่งข่าวของโอเปคยังเผยอีกว่า ล่าสุดผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปคทั้ง 11 ประเทศให้ความร่วมมือลดกำลังลงราว 60% ของข้อตกลง

- ข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิตยังมีความเสี่ยงจากกำลังการผลิตของอิหร่านที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากอิหร่านเร่งผลิตน้ำมันดิบเพื่อเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดหลังได้รับการยกเลิกการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ โดยล่าสุดนาย Ali Kardor ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทน้ำมันแห่งชาติอิหร่าน (NIOC) กล่าวว่าปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของอิหร่านจะปรับเพิ่มขึ้นแตะระดับ 4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ภายในเดือนเม.ย. 60 และมีแผนที่จะเพิ่มปริมาณการผลิตไปสู่ระดับ 4.7 ล้านบาร์เรลต่อวันในอีก 5 ปีข้างหน้า

- ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้น ตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น หลัง EIA คาดปริมาณการผลิตน้ำมันดิบสหรัฐ ในเดือนมี.ค. มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นราว 0.03 ล้านบาร์เรลต่อวัน แตะระดับ 8.91 ล้านบาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบกับระดับการผลิตในเดือนก.พ. และจะขยับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 9.28 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนธ.ค. 60

-------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

         โทร.02-797-2999