สินเชื่อเดือนม.ค.60 แผ่ว "แบงก์เล็ก" งัดฝากพิเศษเร่งตุนเงิน
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยยอดปล่อยสินเชื่อสุทธิเดือนม.ค. 2560 ยังชะลอตัวลงต่อเนื่องจากเดือนก่อน พร้อมคาดจะเริ่มกลับคึกคักครึ่งหลังของปีนี้ แรงหนุนรถคันแรก สินเชื่อรายย่อย และซอฟท์โลนเอสเอ็มอี-อุทกภัยครบกำหนด ขณะเดียวกันพบแบงก์เล็กออกผลิตภัณฑ์เงินฝากพิเศษหวังตุนสภาพคล่อง
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่าสินเชื่อสุทธิของ 14 ธนาคารพาณิชย์ไทยที่ชะลอตัวลงผลจากการชำระคืนสินเชื่อจากทุกกลุ่มลูกค้าในเดือนม.ค.2560 เป็นปัจจัยหลักที่มีผลให้สินเชื่อสุทธิชะลอตัวลงจากเดือนก่อน 6.63 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น อัตราการลดลง 0.63% เมื่อเทียบกับเดิือนก่อนหน้า แต่ยังเพิ่มขึ้น เล็กน้อยจากระยะเดียวกันปีก่อนที่ 1.12% ซึ่งเป็นปกติของเดือนแรกของปีหลังผ่านฤดูกาลใช้จ่ายในช่วงท้ายปี ประกอบกับความต้องการสินเชื่อใหม่ในเดือนแรกของปียังไม่ปรากฏชัดเจน
สินเชื่อที่ลดลง นำโดยกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่เป็นหลัก ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อในช่วงท้ายปีที่แล้ว โดยสินเชื่อที่ลดลงในเดือนนี้้ส่วนใหญ่เป็นการชาระคืนสินเชื่อประเภทเงินทุนหมุนเวียนของภาคธุรกิจ และสินเชื่อรายย่อยประเภทบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล แม้ว่าจะมีการเบิกใช้สินเชื่อภาครัฐเพิ่มขึ้นค่อนข้างมากในเดือนแรกของปี แต่ก็ถูกหักกลบด้วยการชาระคืนสินเชื่อภาคธุรกิจเอสเอ็มอี และสินเชื่อที่อยู่อาศัย
ขณะที่ธนาคารขนาดกลางและเล็กยังประคองฐานะสินเชื่อสุทธิเป็นบวกได้เล็กน้อย จากการให้สินเชื่อแก่ภาคธุรกิจของธนาคารขนาดกลาง และสินเชื่อของธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ที่ขยับขึ้น หลังการแยกพอร์ตสินเชื่อรายย่อยเพื่อรอการขายตามแผนธุรกิจในช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา
เงินฝากขยับขึ้นเล็กน้อย
ภาพรวมเงินฝากธนาคารพาณิชย์ ปรับตัวสูงขึ้นจากสิ้นปีก่อน 2.76 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราเพิ่ม 0.24% และ 2.09% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยส่วนใหญ่เป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้น ของบัญชีเงินฝากประเภทกระแสรายวันและออมทรัพย์ (CASA) ตามเงินฝากภาครัฐที่ไหลเข้ามาพักไว้เพื่อรอการเบิกจ่ายเป็นหลัก
อัตราดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารเริ่มขยับขึ้นเล็กน้อย ตามแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยตลาดที่ผันผวนในขาขึ้น โดยเฉพาะอัตราผลตอบแทนตราสารหนี ้โดยเงินฝากสุทธิส่วนใหญ่ที่เพิ่มขึ้น ในเดือนม.ค.นำโดยกลุ่มธนาคารขนาดเล็ก จากการออกผลิตภัณฑ์เงินฝากพิเศษใหมที่ให้อัตราดอกเบี้ย เพิ่มขึ้น เล็กน้อยจากปี ก่อนเพื่อทดแทนเงินฝากที่ครบกาหนด รวมทั้ง เตรียมสภาพคล่องไว้รองรับการขยายธุรกิจในระยะใกล้ และทยอยล็อกต้นทุนการเงินที่คาดว่าจะมีแนวโน้มขยับสูงขึ้น ในช่วงครึ่งหลังของปี
สภาพคล่องผ่อนคลาย
แม้ทิศทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ จะมีสัญญาณชัดเจนขึ้นเป็ นลาดับ แต่สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ยังไม่มีประเด็นที่ต้องกังวล โดยสัดส่วนเงินให้สินเชื่อรวมต่อเงินฝากรวมกับตราสารหนีที้่ออกและเงินกู้ยืม (LTD+Borrowing Ratio) ในเดือนม.ค. 2560 ชะลอลงมาที่ระดับ 90.62% จาก 91.3%ในเดือนก่อน
ขณะที่สภาพคล่องที่สะท้อนจากสัดส่วนสินทรัพย์สภาพคล่องต่อสินทรัพย์รวมให้ภาพที่สอดคล้องกันโดยสัดส่วนดังกล่าวปรับตัวเพิ่มขึ้น มาที่ 21% จากระดับ 20.6% ในเดือนก่อน อันเป็นผลจากสินเชื่อสุทธิยังผันผวนในทิศทางขาลงสวนทางกับเงินฝากตลาดสินเชื่อในระบบธนาคาร คาดว่าจะยังเติบโตค่อยเป็นค่อยไปในครึ่งปีแรก ก่อนคึกคักขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี
คาดสินเชื่อฟื้นครึ่งหลังของปี
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ทิศทางการฟื้นตัวของสินเชื่ีอในระบบธนาคาร คงจะค่อยเป็นค่อยไปในช่วงครึ่งแรกของปี เนื่องจากสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจมหภาคที่ให้ภาพในทิศทางเดียวกัน ทำให้การลงทุนภาคเอกชนยังอยู่ระหว่างรอจังหวะ ขณะที่สินเชื่อรายย่อยยังอยู่ใต้แรงกดดันของภาวะหนี้ครัวเรือนสูง โอกาสการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อจึงต้องอาศัยปัจจัยพิเศษ อาทิ ภาระหนี้ครัวเรือนที่ลดลงจากการก่อหนี้้ในโครงการรถคันแรกและมาตรการลงทุนของภาครัฐ ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน และงบสนับสนุนการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ 4.0 ซึ่งคาดว่าน่าจะเริ่มทยอยส่งผลที่ชัดเจนขึ้น ในช่วงครึ่งหลังของปี
ขณะที่สัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากของธนาคารที่อยู่ในระดับประมาณ 90% หรือคิดเป็นสภาพคล่องส่วนเกินประมาณกว่า 3.3 ล้านล้านบาท ซึ่งอยู่ในระดับค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในช่วง 2-3 ปี ก่อน ทำให้ประเด็นด้านการบริหารจัดการสภาพคล่องในกรณีทั่วไป ไม่น่าเป็นกังวลแต่อย่างใด
แบงก์เล็กออกฝากพิเศษตุนเงิน
นอกจากนี้ ประชาชนยังมีความคุ้นเคยกับธนาคารพาณิชย์หลายแห่งมากขึ้น ทำให้ไม่เป็นอุปสรรคต่อการระดมเงินฝาก ดังเห็นได้จากการเสนอผลิตภัณฑ์เงินฝากพิเศษของธนาคารขนาดเล็กในเดือนม.ค.ที่่ช่วยให้ธนาคารขนาดเล็กมียอดเงินฝากใหม่เพิ่มขึ้นมากกว่าธนาคารขนาดใหญ่และกลางได้
อย่างไรก็ดี เส้นแบ่งลูกค้าระหว่างธนาคารที่เจือจางลงเป็นลำดับ ทำให้แต่ละธนาคารควรคำนึงถึงการบริหารจัดการพอร์ตสินเชื่อและเงินฝากในกลุ่มลูกค้าที่มีอานาจซื้อสูง เนื่องจากเป็นกลุ่มที่อาจได้รับข้อเสนอพิเศษจากธนาคารคู่แข่งอย่างสม่ำเสมอ
โดยเฉพาะในปีนี้ที่่จะมีสินเชื่อรายย่อยที่ครบกำหนดจำนวนมาก ทั้งสินเชื่อโครงการรถคันแรก และสินเชื่อที่อยู่อาศัย ซอฟท์โลนจากกรณีมหาอุทกภัยในปี 2554 รวมถึงสินเชื่อซอฟท์โลนเพื่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ประสบมหาอุทกภัยที่มีวงเงินรวมประมาณ 3 แสนล้านบาท ซึ่งล้วนแล้วแต่จะทยอยครบกาหนดอายุในปี 2560 อาจเป็นโอกาสของธนาคารที่จะเสนอผลิตภัณฑ์รีไฟแนนซ์สินเชื่อเพื่อรักษาหรือเพิ่มส่วนแบ่งตลาดลูกค้าประวัติดี รวมถึงแผนการบริหารจัดการสภาพคล่องให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อไปคมชัดลึก









