วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน 2569

Login
Login

แบงก์ชาติกล่าวโทษ 'PayAll' ของ 'ฟิล์ม รัฐภูมิ'

แบงก์ชาติกล่าวโทษ 'PayAll' ของ 'ฟิล์ม รัฐภูมิ'

"แบงก์ชาติ" กล่าวโทษ "PayAll" ของ "ฟิล์ม รัฐภูมิ" ทำธุรกิจอีมันนี่โดยไม่ได้รับอนุญาต ย้ำที่ผ่านมาได้แจ้งให้มายื่นขอใบอนุญาตแล้ว แต่เพิกเฉย

นายพฤธิพงศ์ ศรีมาจันทร์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายช่วยงานบริหาร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า วานนี้ (20 ก.พ.) ธปท.ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ให้ไปร้องทุกข์กล่าวโทษบริษัท เพย์ออลล์ กรุ๊ป จำกัด ผู้ให้ บริการแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือภายใต้ชื่อ "PayAll" ต่อกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ

เนื่องจากบริษัททำธุรกิจ การชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-มันนี่ (e-Money) โดยไม่ได้รับอนุญาตจาก ธปท. ซึ่งถ้าประชาชนมาใช้บริการจำนวนมาก อาจจะเกิดความเสียหายขึ้น โดยการกล่าวโทษดังกล่าว ธปท.กล่าวโทษต่อนิติบุคคลซึ่งกระบวนการหลังจากนี้ เป็นเรื่องของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องสืบสวนและเอาผิดกับทางกรรมการและผู้บริหารของบริษัทต่อไป สำหรับบทลงโทษตามกฎหมาย กรณีที่มีผู้ประกอบธุรกิจที่เข้าข่ายให้บริการอีมันนี่โดยไม่ได้รับอนุญาตจากทางการนั้น มีโทษสูงสุดคำจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

"ฟิล์ม รัฐภูมิ" นั่งประธาน-ถือหุ้นใหญ่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามข้อมูลในเว็บไซต์ www.payallgroup.com บริษัทเพย์ออลล์ทำธุรกิจหลากหลาย ทั้งการรับจ่ายบิลค่าสาธารณูปโภค ใช้ซื้อสินค้าและบริการ ผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือ โดยเติมเงินเข้าบัญชี หรือผูกบัญชีธนาคาร

ขณะที่ผู้บริหารและกรรมการของบริษัท มี "ฟิล์ม" หรือ นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ดาราดังเป็นประธานบริษัท มีนายสมคิด ลวางกูร เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) มีนางเพ็ญทิพย์ พรจะเกิด นายกสมาคมส่งเสริมผู้ประกอบการ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย เป็นประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์

ส่วนรายชื่อกรรมการบริษัท จากข้อมูลการจดทะเบียนบริษัทของกระทรวงพาณิชย์พบว่า บริษัทเพย์ออลล์มีกรรมการ 5 คน คือ นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ถือหุ้น นายภูมิพัฒน์ ประเสริฐวิทย์ นายธเนศ จัตวาพรวนิช นางสุภัสฐิณี ศรีสอาด และ5 นายชนะศักดิ์ ศรีสะอาด

ขณะที่ผู้ถือหุ้น ประกอบด้วย นายธเนศ 30% นายภูมิพัฒน์ 20% นายรัฐภูมิ 20% น.ส.ธมลพรรณ์ ประเสริฐวิทย์ และนายภูมิทัต โตคงทรัพย์รายละ 10% น.ส.กัญญาลัคน์ ภัคเครือพันธุ์ และ นางสุภัฐิณี ศรีสอาด รายละ5% มีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 10 ล้านบาท

ธปท.แจ้งบริษัทแล้วแต่ไม่หยุดทำธุรกิจ

น.ส.สิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยีการเงิน ธปท. เปิดเผยว่า ธปท.ได้เข้าไปตรวจสอบบริษัทเพย์ออลล์ตั้งแต่ปลายปี 2559 ที่ผ่านมา หลังได้รับการแจ้งข้อมูลจากบุคคลภายนอก และการตรวจสอบจากสื่อประชาสัมพันธ์ของบริษัท จึงพบว่าเป็นการทำธุรกิจอีมันนี่ โดยไม่ได้รับอนุญาต

ทั้งนี้ ธปท.จึงได้เชิญบริษัทเข้ามาชี้แจงรูปแบบการประกอบธุรกิจ และได้แจ้งให้บริษัทหยุดให้บริการอีมันนี่ แต่บริการอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับอีมันนี่ยังสามารถให้บริการได้ และให้คำแนะนำบริษัทยื่นขอใบอนุญาตตามขั้นตอนทางกฎหมาย

อย่างไรก็ตามบริษัทไม่ได้หยุดการให้บริการ และไม่ได้ขอใบอนุญาตให้ถูกต้องตามประเภทธุรกิจ โดยได้ยื่นแบบบัญชี ก (เป็นการให้บริการอีมันนี่ที่ใช้ซื้อสินค้าหรือรับบริการเฉพาะอย่างตามรายการที่กำหนดไว้ล่วงหน้าจากผู้ขายสินค้า หรือให้บริการเพียงรายเดียว ซึ่งไม่ต้องใบอนุญาตแค่แจ้งให้ธปท.รับทราบ) แต่ธุรกิจของบริษัทเป็นอี มันนี่ บัญชี ค.ประเภทที่ 6 คือการให้บริการอีมันนี่ใช้ซื้อสินค้า หรือบริการจากผู้ขาย หรือผู้ให้บริการหลายราย ซึ่งหลังจากนั้นก็ได้เรียกให้บริษัทมาพบและแจ้งให้ยื่นขอใบอนุญาตให้ถูกต้อง แต่บริษัทก็ยังไม่ดำเนินการ

ยังไม่พบเสียหายแต่มีความเสี่ยง

โดยตอนที่ขอให้บริษัทมาพบ เค้าก็ไม่ได้แจ้งว่าติดขัดอะไร ซึ่งตามเกณฑ์การขอใบอนุญาตก็มีหลักเกณฑ์หลายอย่างที่ธปท.ดูแลใกล้ชิด ทั้งฐานะการเงินที่ต้องมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว 200 ล้านบาทท การดูแลเงินประชาชนที่เติมเข้ามา และกำหนดคุณสมบัติกรรมการที่ต้องไม่มีคุณสมบัติต้องห้าม ซึ่งแม้ในช่วงที่กล่าวโทษแล้ว บริษัทยื่นขอเข้ามา ก็ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะได้รับใบอนุญาตหรือไม่ เพราะต้องดูหลายหลักเกณฑ์ประกอบกัน”

“ขณะนี้ยังไม่มีการร้องเรียนเรื่องความเสียหาย แต่เราก็เป็นห่วงว่าประชาชนจะมีความเสี่ยง ในการใช้บริการกับผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ได้รับใบอนุญาต ก่อนใช้บริการจึงอยากให้ประชาชนตรวจสอบรายชื่อบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตจาก ธปท.ซึ่งมี 22 ราย ส่วนผู้ที่เข้าไปใช้บริการเพย์ออล์แล้ว ก็ได้ตรวจสอบสิทธิและเงื่อนไขในการใช้บริการ เพื่อรักษาสิทธิที่ตกลงไว้กับบริษัท”

ธปท.เผยชื่อ 22 บริษัทอีมันนี่ถูกก.ม.

ทั้งนี้ ธปท.ได้เปิดรายชื่อผู้ให้บริการ e-Money บัญชี ค (ใช้ซื้อสินค้าหรือบริการ จากผู้ขายหลายราย โดยไม่จากัดสถานที่) มี 22 ราย ประกอบด้วย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารทหารไทย ธนาคารทิสโก้ ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย)

ส่วนบริษัทที่ไม่ได้เป็นสถาบันการเงินได้รับอนุญาต คือ บริษัท ทรู มันนี่,บริษัท ทีทูพี, บริษัท ทูซีทูพี พลัส (ประเทศไทย) , บริษัท ไทยสมาร์ทคาร์ด, บริษัท บางกอก สมาร์ทการ์ด ซิสเทม ,บริษัท เพย์สบาย,บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส , บริษัท แรบบิท-ไลน์ เพย์ ,บริษัท เอ็มโอแอล เพย์เมนท์ ,บริษัท แอดวานซ์ เมจิคการ์ด ,บริษัท แอดวานซ์ เอ็มเปย์, บริษัท แอร์เพย์ (ประเทศไทย) ,บริษัท ไอพี เพย์เมนท์ โซลูชั่น และ บริษัท เฮลโลเพย์