รายงานกำไรปี 59 ที่ 25,602 ลบ. เติบโต 23%YoY คาดเติบโต 5% ในปี 60
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
- รายงานกำไรไตรมาส 4/59 ที่ 9,744 ล้านบาท เติบโต 104%YoY และเติบโต54%QoQ : โดยผลประกอบการได้รับแรงหนุนจาก 1) ธุรกิจโรงกลั่นผลประกอบการปรับตัวดีขึ้นตามค่าการกลั่นที่เพิ่มขึ้น 2.49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากไตรมาสก่อนสู่ระดับ 6.56 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตามส่วนต่างน้ำมันแก๊สโซลีน น้ำมันอากาศยานน้ำมันดีเซล และน้ำมันเตาที่ปรับตัวดีขึ้น 26% 10% 10% และ 61% ตามลำดับ อย่างไรก็ตามกำไรจากสต๊อกน้ำมันดิบในไตรมาส 4 ราว 1.3 พันล้านบาทถูกหักล้างด้วยผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์ 2) ธุรกิจอะโรเมติกส์ผลประกอบการปรับตัวดีขึ้นตามกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นสู่ 82% จาก 75% ในไตรมาสก่อนหน้า อีกทั้งส่วนต่างผลิตภัณฑ์เบนซีนปรับตัวขึ้น 14%QoQ ช่วยหนุนผลประกอบการเพิ่มเติม และ3) ธุรกิจโอเลฟินส์มีผลประกอบการปรับตัวดีขึ้นตามกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นจาก 92% ในไตรมาส 3/59 เป็น 100% ในไตรมาส 4/59 ขณะที่ราคาผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์ยังทรงตัวในระดับสูง อย่างไรก็ตามในไตรมาส 4/59 บริษัทมีการรับรู้ขาดทุนจากการด้อยค่าของบริษัท Myriant ราว 656 ล้านบาทกดดันผลประกอบการ ส่งผลให้ปี 59 บริษัทมีกำไร 25,602 ล้านบาทเติบโต 23%YoY
- คาดกำไรปี 60 เติบโต 5% จากแรงหนุนของธุรกิจโอเลฟินส์ : ฝ่ายวิจัยคาดปี 60 จะมีกำไรราว 26,833 ล้านบาทเติบโต 5%YoY โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจโอเลฟินส์ที่ราคาผลิตภัณฑ์ HDPE LDPE และ LLDPE ปรับตัวตัวขึ้น 4% 1% และ 7% YTD ตามลำดับเนื่องจากน้ำมันดิบซึ่งเป็นวัตถุดิบต้นน้ำปรับตัวขึ้น โดยเราคาดราคาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มโอเลฟินส์จะทรงตัวตามราคาน้ำมันดิบที่มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 48-54 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากอุปทานส่วนเกินจะค่อยๆ ลดลงหลังกลุ่มโอเปกและนอกโอเปกเริ่มปรับลดกำลังการผลิตลง 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวันตั้งแต่เดือนม.ค. 60 อย่างไรก็ตามธุรกิจโรงกลั่นผลประกอบการจะอ่อนตัวลงเพราะราคาน้ำมันที่ทรงตัวในระดับสูงทำให้กำไรจากสต๊อกน้ำมันดิบในปี 60 จะไม่สูงเท่าปี 59 แม้ว่าค่าการกลั่นจะยังทรงตัวที่ 5-7 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นอกจากนี้ผลประกอบการธุรกิจอะโรเมติกส์มีแนวโน้มอ่อนตัวลงตามส่วนต่างผลิตภัณฑ์พาราไซลีน (PX) เพราะมีอุปทานใหม่จากโรงงาน Reliance ของอินเดียซึ่งเริ่มเดินเครื่องใน 2Q60 ทำให้มีอุปทานใหม่เพิ่มเข้ามาในตลาดอีก 2.2 ล้านตันต่อปีหรือคิดเป็น 5% ของอุปทานพาราไซลีนทั่วโลก
- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมใหม่ 77 บาท : ฝ่ายวิจัยมีมุมมองเชิงบวกต่อราคาหุ้น PTTGC เพราะคาดว่าผลประกอบการในปี 60 ยังคงเติบโตได้ต่อเนื่องจากแรงหนุนของธุรกิจโอเลฟินส์ โดยเราประเมินมูลค่าด้วยวิธี Prospective PBV โดยเพิ่ม PBV Ratio จาก 1.2 เท่าเป็น 1.3 เท่า (+2SD จากค่าเฉลี่ย PBV Ratio ย้อนหลัง 1 ปีเพื่อให้สะท้อนถึงการเติบโตของผลประกอบการที่ดีกว่ากลุ่ม) ได้ราคาเหมาะสมใหม่ที่ 77 บาทซึ่งสูงกว่าราคาปิดล่าสุดจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”









