กสิกรไทย ชี้แม้ตลาดสินเชื่อรายใหญ่แข่งดุ แต่ธนาคารมีระบบคัดกรองเข้มงวด อีกทั้งขีดเกณฑ์ “ซิงเกิ้ล เลนดิ้ง ลิมิต” ที่ใช้ภายในไม่เกิน 20-21%
นายสุวัฒน์ เตชะวัฒนวรรณา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ตลาดสินเชื่อรายใหญ่ถือว่ายังมีการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง ซึ่งในส่วนของธนาคารกสิกรไทยได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก โดยยึดหลักว่า การแข่งขันต้องไปพร้อมกับหลักการที่ดีในการทำธุรกิจ อีกทั้งธนาคารเองก็มีกฎเกณฑ์ภายในที่ใช้พิจารณาในการให้สินเชื่อเช่นกัน
สำหรับกฎเกณฑ์การให้สินเชื่อรายใหญ่ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กำหนดไว้ คือ ต้องไม่ปล่อยสินเชื่อให้กับกลุ่มบริษัทใดบริษัทหนึ่ง(Single Lending Limit) เกินกว่า 25% ของเงินกองทุนทั้งสิ้น หากจะปล่อยเกินกว่านี้ต้องมาขออนุญาตเป็นรายกรณี
นายสุวัฒน์ กล่าวว่า ในส่วนของธนาคารกสิกรไทย ไม่เคยต้องขออนุญาตจากธปท.ในเรื่องนี้เลย เนื่องจากเกณฑ์ที่ธนาคารใช้เป็นการภายในได้กำหนดสัดส่วนไว้ต่ำกว่าของ ธปท. พอสมควร โดยอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 20-21% ของเงินกองทุนทั้งสิ้น
“เราไม่เคยมีกรณีที่ต้องไปขอแบงก์ชาติเพิ่มเลย เพราะข้างในเรามีกฎเกณฑ์หลายชั้น และเราเชื่อว่าหากเกิดเหตุการณ์กับลูกค้ารายใหญ่ขึ้น ซึ่งก็เคยมีให้เห็นแล้วในสหรัฐที่บอกว่า too big too fail ทำให้เราตระหนักเรื่องพวกนี้ ทางเราจึงพยายามไม่ละเลยกฎเกณฑ์เหล่านี้ และสินเชื่อรายใหญ่เราก็คุมเรื่องพวกนี้เข้มงวด”
สำหรับการแข่งขันในเรื่องดอกเบี้ยนั้น ยอมรับว่าต้องแข่งกับทั้งธนาคารพาณิชย์จากต่างประเทศและในประเทศ เพียงแต่การกำหนดสินเชื่อของธนาคารจะใช้โมเดลการวิเคราะห์หาผลตอบแทนการลงทุนเมื่อเทียบกับความเสี่ยง(risk adjusted return on capital) และการวัดของธนาคารที่ใช้เป็นการภายใน มีถึง 12 ระดับ
“สินเชื่อรายใหญ่ๆ เราต้องเอาความเสี่ยงเข้ามาคำนวณด้วย เพราะถ้าบอกว่าการปล่อยสินเชื่อให้รายหนึ่งมีสเปรดดอกเบี้ย 3% ส่วนอีกรายได้สเปรด 2% คำถามคือ แล้วสิ่งที่วัดว่าลูกค้ารายนี้ทำไมได้ 3% อีกรายทำไมได้ 2% วัดจากไหน ซึ่งต้องบอกว่าวิธีที่เราใช้ภายใน ก็คล้ายๆ กับการวัดเรทติ้ง เรียกว่า Credit Risk Rating โดยมีถึง 12 เลเวล เวลาเราจะให้สินเชื่อ ก็จะเอาพวกนี้มาปรับหาค่าความเสี่ยงว่าอยู่เท่าไร”
สำหรับคุณภาพสินเชื่อรายใหญ่ในปัจจุบัน โดยภาพรวมถือว่าค่อนข้างดี ซึ่งทั้งระบบตอนนี้มีหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล) ประมาณเกือบๆ 2% แต่ของธนาคารมีสัดส่วนที่ต่ำกว่านั้นมาก โดยอยู่ที่ราวๆ 1.5% เท่านั้น
ส่วนธุรกิจพลังงานลมที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ ส.ป.ก. และกำลังเป็นปัญหาในปัจจุบันนั้น ต้องบอกว่าแม้ธนาคารกสิกรไทยจะเป็นธนาคารแรกๆ ที่เข้ามาปล่อยสินเชื่อในธุรกิจดังกล่าว แต่สินเชื่อในกลุ่มนี้ถือว่ามีสัดส่วนที่ไม่สูงมากเมื่อเทียบกับพอร์ตรวม เนื่องจากระยะหลังธนาคารจะใช้วิธีปล่อยกู้ร่วมกับธนาคารแห่งอื่นๆ รวมทั้งกระจายความเสี่ยงของพอร์ตสินเชื่อไปยังธุรกิจอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย








