วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'กพท.'เตรียมถกสายการบินปมขึ้นค่าตั๋วสัปดาห์หน้า

"กพท." เตรียมหารือ "สายการบิน" สัปดาห์หน้าประเด็นปรับขึ้นค่าตั๋ว หลังรัฐขึ้นภาษีน้ำมัน รับไม่สามารถสั่งให้ปรับลดราคาได้

นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เปิดเผยถึงกรณีที่นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม มอบให้ กพท. พิจารณาทบทวนการปรับขึ้นราคาค่าตั๋วโดยสารของสายการบินต่างๆ โดยเฉพาะค่าภาษีน้ำมัน ซึ่งเก็บจากผู้โดยสารในอัตรา 150-200 บาทต่อคนต่อเที่ยว หลังรัฐบาลขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันว่า ในสัปดาห์หน้า กพท. จะเชิญสายการบินที่ให้บริการเส้นทางบินภายในประเทศทั้ง 10 สายการบิน มาหารือถึงกรณีดังกล่าว โดยจะทยอยเรียกทีละสายการบิน เพื่อให้แต่ละสายการบินได้แจกแจงการคิดราคาที่ปรับเพิ่มขึ้น รวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับต้นทุนต่างๆ ซึ่งจะไม่ได้ดูเฉพาะค่าใช้จ่ายในส่วนค่าน้ำมันเท่านั้น แต่จะดูค่าใช้จ่ายส่วนอื่นๆ ด้วยว่าเมื่อรวมแล้วเกินกรอบเพดานค่าโดยสารที่ คณะกรรมการการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กบร.) กำหนดไว้หรือไม่ อย่างไรก็ตามเรื่องการกำหนดราคาค่าตั๋วโดยสารของแต่ละสายการบินนั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละสายการบินเอง ซึ่งตราบใดที่ยังไม่เกินกรอบเพดานที่กำหนด ทาง กพท. ก็ไม่สามารถสั่งให้สายการบินปรับลดราคาลงได้

"ค่าภาษีน้ำมันที่สายการบินต่างๆ เรียกเก็บ 150-200 บาทเท่ากันในทุกเส้นทางนั้น มองว่าเป็นวิธีการคิดแบบเฉลี่ย เพื่อให้เท่ากันทุกเส้นทาง เพราะบางเส้นทางที่มีผู้โดยสารน้อยก็อาจต้องเก็บแพงกว่า เส้นทางบินที่มีผู้โดยสารใช้บริการมาก หรือมีการแข่งขันมาก ขณะเดียวกันขนาดของเครื่องบินก็มีผลต่อการคิดราคาเช่นกัน หากสายการบินที่มีเครื่องเล็ก เป็นเครื่องใบพัด มีที่นั่งน้อย ราคาก็อาจต้องแพงกว่าสายการบินที่มีเครื่องบินขนาดใหญ่กว่า ดังนั้นหากให้คิดตามเส้นทางราคาของแต่ละเส้นทางก็จะไม่เท่ากัน ซึ่งบางเส้นทางอาจจะแพงกว่า 150-200 บาทก็ได้" นายจุฬา กล่าว  

ส่วนกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ตั้งข้อสังเกตว่าเพดานค่าโดยสารที่ กบร. กำหนดไว้ เป็นราคาที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพราะเป็นเพดานที่คิดไว้เมื่อครั้งราคาน้ำมันอยู่ที่ 130-140 ดอลล่าร์สหรัฐฯต่อบาเรล แต่ปัจจุบันราคาน้ำมันลดลงอยู่ที่ 70 ดอลล่าร์สหรัฐฯต่อบาเรล จึงอยากให้ทบทวนกรอบเพดานดังกล่าวนั้น ขอชี้แจงว่าการคิดกรอบเพดานค่าโดยสาร ไม่ได้พิจารณาที่ค่าน้ำมันเพียงอย่างเดียว ต้องดูที่องค์ประกอบอื่นๆ ด้วย เช่น ค่าแรง ซึ่งในอดีตกับปัจจุบันก็ต่างกันมาก อีกทั้งสายการบินก็มีค่าใช้จ่ายน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 40% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด เป็นต้น อย่างไรก็ตามขณะนี้ กพท. ได้ให้เจ้าหน้าที่พิจารณากรอบเพดานค่าโดยสารอยู่แล้ว คงต้องขอดูผลการพิจารณาดังกล่าวก่อน โดยกรอบเพดานที่ กบร. เคยอนุมัติไว้คือ อัตราค่าโดยสารสูงสุดต้องไม่เกิน 13 บาทต่อกิโลเมตร