วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

กฟน.เตรียมสรุปผลสอบสินบนซื้อสายไฟ 20 ก.พ.นี้

"กฟน." เตรียมสรุปผลตรวจสอบกรณีรับสินบนซื้อสายไฟฟ้า "เจเนอรัลฯ" เสนอบอร์ด 20 ก.พ.นี้ ยันกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างโปร่งใส

นายชัยยงค์ พัวพงศกร ผู้ว่าการไฟฟ้านครหลวง(กฟน.) เปิดเผยว่า กฟน.เตรียมสรุปผลการตรวจสอบกรณีถูกกล่าวหาว่ารับสินบนจาก บริษัท เจเนอรัล เคเบิล คอร์ปอเรชัน ในกระบวนการจัดซื้อสายเคเบิลและสายไฟฟ้าช่วงปี 2555-2556 เพื่อนำเสนอคณะกรรมการ (บอร์ด) กฟน.พิจารณาในการประชุมวันที่ 20 ก.พ.นี้ ซึ่งหากพบว่า มีผู้เกี่ยวข้องรับสินบนจริงก็จะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อเอาผิดทางวินัยตามระเบียบและกฎหมายทันที แต่ถ้าไม่พบว่ามีผู้เกี่ยวข้องกับการทุจริตดังกล่าว กฟน.จะชี้แจงให้ประชาชนทราบต่อไป

สำหรับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของ กฟน. โดยปกติใช้ระบบการประมูลแข่งขันทางอิเล็กทรอนิกส์ (อีอ๊อคชั่น) ซึ่งโครงการจัดซื้อสายไฟฟ้าของบริษัท เจเนอรัล เคเบิล จำกัด จากสหรัฐ ก็ใช้ระบบเดียวกัน และดำเนินการตามขั้นตอนครบถ้วน คือ มีการตั้งกรรมการครบ 4 ชุด คือ คณะกรรมการตรวจสอบด้านเงื่อนไขการประมูล (TOR) คณะกรรมการตรวจสอบราคากลาง คณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง และคณะกรรมการตรวจรับงาน ซึ่งกรรมการในแต่ละชุดจะไม่ซ้ำซ้อนกัน และไม่สามารถเป็นกรรมการในชุดตรวจสอบอื่นได้ โดยจะทำการประมูลจนกว่าจะมีผู้เสนอราคาครบ 3 ราย จากนั้นจะเลือกผู้ที่เสนอราคาต่ำที่สุด

ส่วนการซื้อสายไฟฟ้าปกติจะมีการซื้อใน 2 รูปแบบ คือ 1.การซื้อทองแดงแล้วนำมาจ้างบริษัทผลิตเป็นสายไฟฟ้า 2.การซื้อสายไฟฟ้าสำเร็จรูป โดยส่วนใหญ่ กฟน.จะใช้วิธีซื้อทองแดงแล้วจ้างผลิตเป็นสายไฟฟ้า แต่ก็มีการจัดซื้อสายไฟฟ้าสำเร็จรูปอยู่บ้างเล็กน้อย เพียง 1ใน 4 ของสายไฟฟ้าทั้งหมด โดยวงเงินที่ใช้ในการจัดซื้อสายไฟฟ้าของ กฟน.แต่ละปีจะอยู่ประมาณ 500-600 ล้านบาท

นายชัยยงค์ กล่าวว่า กฟน. จะนำปัญหาที่เกิดขึ้นจ้างกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างในอดีต หากพบว่ามีข้อพกพร่องเกิดขึ้น มาปรับปรุงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างในอนาคตต่อไป เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ตามหลักธรรมาภิบาลที่ดี พร้อมนำระบบข้อตกลงคุณธรรมมา ที่เปิดให้คนกลางเข้ามาร่วมตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างมากขึ้น สำหรับโครงการที่มีมูลค่าเกิน 1,000 ล้านบาทขึ้นไป และได้เริ่มใช้ข้อตกลงคุณธรรมไปแล้วสำหรับโครงการการดำเนินการเปลี่ยนสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินโครงการนนทรี ระยะทาง 8.3 กิโลเมตร ที่กำหนดราคากลางราว 2,500 ล้านบาท และดำเนินการเซ็นสัญญาในช่วงปลายปี 2559 และได้นำมาใช้โครงการพระราม 3 ระยะทาง 6.2 กิโลเมตร ที่เปิดประมูลต่อเนื่องในปีนี้

ทั้งนี้ เมื่อเร็วๆนี้ เว็บไซต์กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้เปิดเผยข้อมูล การจ่ายค่าปรับจำนวนมากกว่า 20 ล้านดอลลาร์ ของบริษัท เจเนอรัล เคเบิล จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสายเคเบิลและสายไฟฟ้าจากรัฐเคนทักกี เพื่อยุติการสอบสวนดำเนินคดีกับบริษัท ฐานติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐในหลายประเทศทั้งเอเชียและแอฟริกาซึ่งรวมถึงไทยด้วย โดยในส่วนของไทยเกี่ยวข้องกับรัฐวิสาหกิจ 3 แห่ง คือ กฟน. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) และ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ ทีโอที