background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

กสิกรเบรกขายบีอีนอนเรทรอปัญหาผิดนัดหนี้ในตลาดคลี่คลาย

กสิกรเบรกขายบีอีนอนเรทรอปัญหาผิดนัดหนี้ในตลาดคลี่คลาย

“กสิกรไทย”หยุดขายออกตั๋วบีอีนอนเรทรอปัญหาในตลาดคลี่คลาย ชี้ปีนี้เอกชนออกหุ้นกู้6แสนล้านน้อยลง25%หลังมีเบี้ยวหนี้

นายธิติ ตันติกุลากุลนันท์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่าภาพรวมแนวโน้มปริมาณหุ้นกู้เอกชนในปีนี้ คาดว่า หุ้นกู้เอกชนในตลาดแรกอาจชะลอลงจากช่วงปีที่ผ่านมา โดยในปีนี้มีมูลค่าประมาณ 600,000 ล้านบาท ลดลง 20-25% จากปีก่อน785,000ล้านบาท ทั้งนี้ เป็นผลจากการออกตั๋วเงินระยะสั้น(B/E)และตราสารหนี้ที่ไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Non-Rated) จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากกรณีการผิดนัดชำระหนี้ในช่วงที่ผ่านมา

ดังนั้นในปีนี้ธนาคาร จึงมีแผนที่จะชะลอการออกตั๋วเงินระยะสั้น (B/E) ที่มีเรตติ้ง และหยุดการออกตั๋วบีอีที่ไม่มีเรตติ้งให้กับลูกค้าไพรเวทแบงก์กิ้งออกไปก่อน จนกว่าภาพรวมอุตสาหกรรมจะมีความชัดเจน แม้ว่าธนาคารจะมีความมั่นใจในการออกตราสารให้กับลูกค้าก็ตาม แต่ในภาวะเช่นนี้ยังไม่เหมาะสมจะต้องดูว่าการออกตราสารมีวัตถุประสงค์อะไร และลูกค้ามีความเข้าใจมากน้อยแค่ไหน

ขณะที่ตั๋วบีอีที่มีการออกไปก่อนหน้า ธนาคารไม่กังวลและมั่นใจในศักยภาพ เนื่องจากผู้ที่ออกตั๋วเงินดังกล่าวเป็นลูกค้าสินเชื่อของธนาคาร ที่ได้มีการวิเคราะห์ฐานทางการเงินมาเป็นอย่างดี และพร้อมสนับสนุนสินเชื่อหากลูกค้าเกิดปัญหาทำให้ตั๋วเงินดังกล่าวไม่น่าจะมีปัญหา โดยช่วงปีที่ผ่านมา ธนาคารได้ออกตั๋วเงินที่ไม่เรตติ้งเพียงเล็กน้อยที่3,000 ล้านบาท เท่านั้น

“หุ้นกู้ปีก่อนเพิ่มขึ้นมาจากธุรกรรมควบรวมกิจการ (M&A ) แต่ปีนี้กลับมาสู่ภาวะปกติที่ระดับ 5 00,000-600,000 ล้านบาท อีกทั้งธนาคารยังติดตามกรณีเหตุการณ์ผิดนัดชำระหนี้ตั๋วบีอีที่เกิดขึ้นในตลาด และยังมีตราสารที่จะครบกำหนดในเดือนก.พ.นี้อีกประมาณ 50% ต้องติตตามว่าจะได้รับผลกระทบหรือไม่ ถ้าผ่านไปได้ นักลงทุนอาจจะกลับมาแต่คงไม่มากเหมือนก่อน โดยกลุ่มประกันและสหกรณ์ ยังสนใจลงทุนตราสารหนี้อีกมาก ”

ด้านหุ้นกู้เอกชนในปีนี้ คาดว่า ธนาคารยังคงรักษาสัดส่วนการออกหุ้นกู้ในตลาดที่ 18-19% คิดเป็นมูลค่าราว 100,000-120,000 ล้านบาท แม้ว่าภาพรวมอุตสาหกรรมจะหดตัวลงก็ตาม แต่เชื่อว่า ยังมีบริษัทรายใหม่ๆ ที่ไม่เคยออกหุ้นกู้เข้ามาทำเรตติ้งมากขึ้น เป็นพวกกลุ่มธุรกิจโครงการสาธารณูปโภค พลังงานไฟฟ้า อสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งผู้ที่ออกตราสารครบกำหนดในปีนี้อย่าง ซีพีออลล์ และกลุ่มทรู ยังยืดชำระ หรือ Rollover ต่อและยังมีมูลค่าการออกหุ้นกู้สูงขึ้นไปด้วย เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาล10ปีเพิ่มขึ้นจาก 1.5% เป็น 2.8% ในปัจจุบัน

ธนาคารยังยืนยันว่า เป็นผู้นำในธุรกิจนี้อย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายเป็น  2อันดับแรกของในตลาดด้วยจุดเด่นของทีมและความเชียวชาญด้านตลาดเงินตลาดทุนเป็นอย่างดี แม้ว่าจะมีการแข่งขันรุนแรงก็ตาม

ส่วนปีที่ผ่านมามีการระดมทุนออกตราสารมูลค่ารวม 785,000 ล้านบาท โดยธนาคารยังคงเป็นผู้นำมีส่วนแบ่งตลาด 12.3% สำหรับการค้าตราสารหนี้ภาครัฐและ 17.2% สำหรับการจัดจำหน่ายตราสารหนี้ภาคเอกชนในตลาดแรก  ขณะที่ การจัดจำหน่ายตราสารหนี้ภาคเอกชนในตลาดแรกในปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 56%

ทั้งนี้ มีสิ่งที่น่าสังเกตในปีที่ผ่านมาว่า แม้ตราสารหนี้ที่มีเรทติ้งระดับ “A” คงสัดส่วนประมาณครึ่งหนึ่งของตลาดอยู่ แต่ตราสารหนี้ที่ไม่มีการจัดอันดับความเชื่อถือก็มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว