หลังอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยเผชิญความท้าทายช่วงไตรมาสสุดท้าย จากการแก้ไขปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญที่ส่งผลกระทบตลาดใหญ่อย่าง“จีน”
แต่เริ่มเห็นสัญญาณบวกกลับมาฟื้นตัวตั้งแต่ต้นปี จากการพลิกกลยุทธ์มุ่งกลุ่มคุณภาพ
แอนดริว แลงดอน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาทั่วโลก และรองประธานอาวุโสภูมิภาคเอเชีย เมอเวนพิค โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท กล่าวว่าแนวโน้มสถานการณ์ธุรกิจโรงแรมของไทยในปีนี้จะขยายตัวดีขึ้น ประมาณการปรับราคาห้องพักเฉลี่ย (Average Daily Rates) ขึ้นได้ราว 3-4% เป็นทิศทางเดียวกับทั้งภูมิภาค หลังจากมีปัจจัยท้าทายในไตรมาสสุดท้ายปี 2559
จากปัจจัยการฟื้นตัวของ 3 ตลาดหลัก ได้แก่ ตลาดจีน ซึ่งครองส่วนแบ่งสูงราว 25% ซึ่งเริ่มปรับตัวได้หลังมาตรการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ, ตลาดรัสเซีย ที่เริ่มมีความต้องการมาไทยหลั่งไหลต่อเนื่อง และตลาดไมซ์ หรือการจัดประชุมสัมมนา ที่เริ่มจองเข้ามา หลังช่วงการถวายอาลัย
สัญญาณเชิงบวกเริ่มตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งโรงแรมทั้ง 4 แห่ง รวมกว่า 1,000 ห้องในไทยทำผลงานตามเป้าหมายที่วางไว้
โรงแรมเห็นทิศทางการเติบโตในเชิงกำลังซื้อสูงขึ้น สอดคล้องกับที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ปรับกลยุทธ์การตลาดมุ่งสู่กลุ่มคุณภาพ ทำให้มั่นใจว่าตลอดปีจะมีผลตอบแทนเชิงธุรกิจได้ตามเป้า และส่งผลให้แบรนด์เมอเวนพิค ตอกย้ำความมั่นใจกับนักลงทุน ในการเลือกพัฒนาโรงแรมร่วมกันเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
หลังจากในปีที่ผ่านมาสร้างสถิติขยายโรงแรมใหม่ในไทยกว่าเท่าตัว ด้วยการเซ็นรับบริหารเพิ่ม 6 แห่ง รวมกว่า 850 ห้อง ทั้งหมดอยู่ระหว่างการพัฒนาเตรียมเปิดให้บริการในรอบ 18 เดือนนับจากนี้ตามลำดับ ได้แก่ เมอเวนพิค เรสซิเดนซ์ เอกมัย, เมอเวนพิค รีสอร์ท เขาใหญ่, เมอเวนพิค เชียงใหม่, เมอเวนพิค อศรา รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน และเมอเวนพิค เกาะสมุย ซึ่งเป็นพูลวิลล่า 86 หลัง และหาดไม้ขาว, ภูเก็ต เป็นโครงการรีแบรนด์และปรับปรุงมาจากโครงการเดิมในแบรนด์อื่น
ปีนี้ยังวางแผนเชิงรุกเซ็นสัญญาเพิ่มในเอเชียอย่างต่ำ 8 แห่ง คาดว่าจะเป็นโครงการในไทย 2-3 แห่ง โดยเจรจาทั้งโรงแรมในภูเก็ตและทำเลต่างจังหวัด ปัจจุบันไทยถือเป็นจุดหมายการขยายแบรนด์ของเมอเวนพิคในเชิงจำนวนโรงแรมสูงสุด 10 แห่ง
การเติบโตดังกล่าวเนื่องจากปัจจุบัน อุปทานห้องพักโรงแรมในไทยเพิ่มสูงขึ้นมากในรอบ 5 ปี เพราะนักลงทุนเห็นโอกาสด้านจำนวนนักท่องเที่ยว อาทิ ปีนี้คาดสูงถึง 34.5 ล้านคน ดังนั้นจึงมีความต้องการพึ่งพาระบบบริหารจัดการของเชนโรงแรมที่มีแบรนด์มืออาชีพมาช่วยดำเนินธุรกิจ จากความท้าทายด้านแข่งขันมากขึ้น
ภายใต้แผนการขยายแบรนด์ในไทยและเอเชีย ได้วางกลยุทธ์ใหม่เจาะตลาดนักท่องเที่ยวระยะยาว ด้วยการเสนอรับบริหารเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ หลังจากเตรียมเปิดตัวแห่งแรกในไทยที่ เมอเวนพิค เรสซิเดนซ์ เอกมัย เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ ลำดับที่ 3 ในเอเชียของบริษัท โดยมีทำเลเป้าหมายที่กรุงเทพฯและศรีราชา การขยายสู่ตลาดนี้เนื่องจากการแข่งขันของแบรนด์ระดับนานชาติยังมีน้อย ในระดับอินเตอร์เนชั่นแนลเชน ที่เจาะตลาดระยะยาวโดยเฉพาะ ยังมีโรงแรมในเครือที่เปิดในไทยไม่ถึง 10 แห่ง จึงเป็นหน่วยธุรกิจที่ยังมีความเสี่ยงต่ำ
พร้อมทั้งวางเป้าหมายขยายธุรกิจเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ไปยัง กรุงย่างกุ้ง เมียนมา และโฮจิมินห์ ซิตี้ เวียดนาม โดยเฉพาะในเมืองหลวงของเมียนมา โอกาสในการขยายในเซ็กเมนต์ระยะยาวมีโอกาสสูง เนื่องจากขณะนี้เริ่มเกิดปัญหาอุปทานโรงแรมรับนักท่องเที่ยวรายวันล้นตลาดแล้ว
“เป้าหมายใหญ่ของเมอเวนพิค ในปี 2563 ตั้งเป้ามีโรงแรมที่พร้อมเปิดบริการในเอเชีย 30 แห่ง เติบโตกว่า 2 เท่าตัว”
จากปัจจุบันมีโรงแรมที่เปิดให้บริการอยู่เพียง 9 แห่ง การเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงจากยุโรปที่ยังไม่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และใช้แบรนด์เดียว“เมอเวนพิค” ทำตลาดทำให้มุ่งเป้าพัฒนาเต็มที่โดยคัดเลือกพันธมิตรนักลงทุน แทนการทำรายได้จากรับบริหารในเชิงปริมาณ ส่งผลให้เกิดความพึงพอใจต่อนักลงทุนที่ผ่านมาเป็นอย่างดี
นอกจากไทยแล้ว ประเทศที่มีโครงการอยู่ระหว่างการพัฒนารองลงมาได้แก่ เวียดนาม คาดว่าอีก 24 เดือนต่อจากนี้ จะมีโรงแรมในเครือเพิ่มเป็น 7-8 แห่ง ตามด้วยมาเลเซีย, ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย
โครงการไฮไลท์ อาทิ โรงแรมที่ดานัง และเกาะฟูก๊วก ของเวียดนาม, โรงแรมคอนเวนชั่น ที่สนามบินนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย ซึ่งมีจำนวน 333 ห้อง พร้อมพื้นที่การจัดประชุมขนาดใหญ่ เป็นต้น รวมถึงการเจาะทำเลรีสอร์ทที่มีชื่อเสียงของฟิลิปปินส์ เปิดโรงแรมเมอเวนพิค รีสอร์ท แอนด์ สปา โบราคาย 212 ห้อง และโรงแรมแห่งใหม่ที่เกาะบาหลี, อินโดนีเซีย 297 ห้อง
ปัจจุบันเมอเวนพิคมีโรงแรมที่เปิดแล้ว 83 แห่งทั่วโลก และภายในปี 2563 ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 100 โรงแรม โดยมี“เอเชีย”เป็นจุดหมายสำคัญในการขยายแบรนด์





