ชวดการประมูลในแหล่งบงกช
ประเด็นการลงทุน
คูเวตประกาศการเข้าซื้อหุ้นในแหล่งบงกชจากบริษัท เชลล์ ซึ่งเราเชื่อว่า ข่าวดังกล่าวจะเป็นลบต่อ PTTEP โดยเฉพาะความเชื่อมั่นของตลาดในการประมูลดีลการเข้าซื้อกิจการครั้งต่อไป นอกจากนั้นการเข้าซื้อกิจการจะเพิ่มแนวโน้มความเสี่ยงให้กับบริษัท ในการประมูลแหล่งบงกชสำหรับการเปิดประมูลรอบใหม่ เราคงชอบ PTT มากกว่า PTTEP
มีอะไรใหม่?
KUFPEC ประกาศเมื่อวานนี้ว่าบริษัทในเครือได้เซ็นสัญญาข้อตกลงในการเข้าถือหุ้นจำนวน 22.2% ในแหล่งก๊าซบงกชจากบริษัท Royal Dutch Shell ด้วยมูลค่า 900 ล้านเหรียญสหรัฐ โครงการดังกล่าวดำเนินงานโดย PTTEP ซึ่งปัจจุบันถือหุ้นที่ 44.4% และบริษัทโททาลในประเทศฝรั่งเศสถือที่เหลือ โดยบริษัทฯ ประกาศว่าดีลการเข้าซื้อหุ้นดังกล่าวจะเสร็จสิ้นใน ไตรมาสนี้
PTTEP มีมุมมองเชิงอนุรักษ์นิยมในการเข้าซื้อในครั้งนี้หรือไม่
เราเข้าใจว่าบริษัทเชลล์ประกาศดีลการขายโครงการตั้งแต่ปี 2558 ด้วยมูลค่า 1.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งถ้าตัวเลขดังกล่าวเป็นจริง ก็หมายถึงว่า บริษัทเชลล์ยอมขายที่ราคาต่ำกว่าเป้าหมายถึง 25% โดยการที่ KUFPEC ชนะการประมูลจะส่งผลร้ายแก่เป้าหมายการเติบโตในการผลิตของ PTTEP ซึ่งในครั้งนั้น PTTEP แสดงความสนใจเป็นอย่างยิ่งในการเข้าร่วมการประมูล จากการผิดหวังดังกล่าวจึงทำให้เกิดข้อสงสัยว่า PTTEP มีมุมมองเชิงอนุรักษ์นิยมมากไปหรือไม่หากกล่าวถึงเรื่องราคาในการประมูล ซึ่งเราคิดว่า “ ไม่”
ราคาซื้อคิดเป็น 19 เหรียญสหรัฐต่อ BOE ของปริมาณสำรองน้ำมัน 1P ซึ่งสูงกว่า 41% ของมูลค่ากิจการของ PTTEP ที่ 13.5 เหรียญสหรัฐต่อ BOE นั่นหมายถึงว่า KUFPEC มีนโยบายเชิงรุกต่อการเข้าซื้อกิจการ โดยที่ผ่านมา ได้เข้าซื้อสินทรัพย์ธุรกิจต้นน้ำในประเทศนอร์เวย์จากบริษัทโททาล ในช่วงกลางเดือนธ.ค.
อะไรคือผลที่อาจจะเกิดขึ้น จากการซื้อของ KUFPEC
ในมุมมองของเรา การที่ PTTEP แพ้การประมูลโครงการบงกช ทำให้ตลาดมีมุมมองเชิงลบไปในสองแนวทาง โดยประการแรกได้แก่ น่าจะกระทบความเชื่อมั่นของตลาดต่อดีลการซื้อกิจการ (M&A) ของบริษัท ทั้งนี้ เนื่องจาก มีผู้เล่นหลายราย มีความสนใจในสินทรัพย์ในประเทศแถบเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดีลการขายโครงการยาดาน่าในประเทศเมียนมาร์ของ
Chevron (ซึ่งถืออยู่ 28.3%) ที่ยังคงค้างคาอยู่
ประการที่สอง สร้างความกังวลต่อการชนะประมูลโครงการปิโตรเลียมในครั้งถัดไป เมื่อรัฐบาลเริ่มทำการเปิดประมูลโครงการบงกช ทั้งนี้การตัดสินใจของ KUFPEC ในการซื้อหุ้นในแหล่งบงกช ทั้งที่ระยะเวลาการให้สัมปทานจะหมดลงในปี 2566 ก็อาจทำให้เชื่อได้ว่าบริษัทมีความสนใจที่จะเข้าร่วมประมูล ดังนั้นอาจจะทำให้โอกาสในการชนะการประมูลเพียงผู้เดียวของ PTTEP ลดน้อยลงในมุมมองของเรา







