วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทาลิสหวังเอยูเอ็ม7พันล้านเร่งขยายกองทุนส่วนบุคคลเพิ่ม

บลจ.ทาลิส เดินหน้าเจาะลูกค้าระดับบน ดันทรัพย์สินภายใต้การบริหารทะลุ 7,000 ล้านบาท ชี้ลูกค้ามีความมมั่นใจมากขึ้น

นายฉัตรพี ตันติเฉลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทาลิส จำกัด เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานในปี 2560 บริษัทจะเน้นการกลุ่มลูกค้ากองทุนส่วนบุคคล (Private Fund) อย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมาเป็นกลุ่มฐานลูกค้าหลักของบริษัท โดยปีนี้คาดจะมีมูลค่าสินทรัพย์ในส่วนดังกล่าวเติบโตระดับเพิ่มขึ้นอีก 2,000 ล้านบาท จากปัจจุบันมีมูลค่า 3,400 ล้านบาท โดยบริษัทตั้งเป้าหมายจะมีทรัพย์สินสุทธิภายใต้การบริหารสุทธิ 7,000 ล้านบาท 

"ปีที่ผ่านมา บริษัทเน้นการบริการกองทุนให้ได้ผลการดำเนินงานให้กับนักลงทุนรับทราบ ซึ่งที่ผ่านมาเราเติบโตจากความมั่นใจจากตัวผู้บริหารและผู้จัดการกองทุนเป็นหลัก โดยผลงานปีที่ผ่านมาผู้ที่ลงทุนกับบริษัทในช่วงเดือนมี.ค. 2559 ถึงปัจจุบันได้ผลตอบแทนระดับ 20 % น่าจะช่วยสร้างความมั่นใจกับผู้ลงทุนได้มากขึ้น"

นอกจากนี้ บลจ.ทาลิส ยังจะเน้นกองทุนส่วนบุคคลมากขึ้น โดยกลุ่มลูกค้าของบริษัทจะเป็นลูกค้าไฮเน็ตเวิร์ค ที่มีมูลค่าการลงทุนรวมไม่ต่ำ 30 ล้านบาท ซึ่งในอนาคตอาจจะมีแนวโน้มที่สูงมากขึ้น จากผลตอบแทนที่บริษัทสร้างให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการขยายฐานลูกค้ารายใหม่ที่ปัจจุบันมีทั้งสิ้น 80 ราย 

นอกจากนี้ยังมีการออกผลิตภัณฑ์ในรูปของกองทุนรวมเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีบัญชีูกค้าทั้งสิ้น 700 บัญชี เงินลงทุนเฉลี่ยบัญชีละไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท มียอดสินทรัพย์สุทธิรวม 1,100 ล้านบาท โดยในปีนี้คาดว่าจะบัญชีเพิ่มขึ้นแตะ 1 พันบัญชี และมีสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหารเติบโตอีก 1 พันล้านบาท 

อย่างไรก็ตาม นายฉัตรรพี กล่าวด้วยว่า สำหรับผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมานั้น เป็นไปตามเป้าหมายที่บริษัทตั้งไว้  โดยมีทรัพย์สินสุทธิภายใต้การบริหารรวมทั้งสิ้น 4,100 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ 3,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นกองทุนส่วนบุคคล 3,200 ล้านบาท และกองทุนรวม 900 ล้านบาท 

นายฉัตรพี กล่าวอีกว่า ส่วนปัญหาผิดนัดชำระหนี้ ตั๋วบีอี ของบริษัทจดทะเบียนที่เกิดขึ้นนั้น บริษัทไม่ได้รับผลกระทบดังกล่าว เพราะกลุ่มลูกค้าของบริษัทไม่ได้ลงทุนในตลาดตราสารหนี้ จะเน้นลงทุนในตลาดตราสารทุนเท่านั้น

ทั้งนี้ในแนวคิดของกฏเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จะมีการควบคุมการขายตราสารหนี้ อาจจะเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ สิ่งที่ต้องทำคือการให้นักลงทุนเข้าใจถึงความเสี่ยงที่ในการลงทุนในตั๋วบีอี หรือผลิตภัณฑ์ประเภทต่างๆ ที่ปัจจุบันนักลงทุนอาจจะไม่ให้ความสนใจในเรื่องนี้มากนัก 

ด้านความเชื่อมั่นในการลงทุนในตั๋วบีอี หรือตราสารหนี้ในระยะสั้น อาจได้รับผลกระทบจากความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนไปบ้าง และอาจจะทำให้ตลาดซบเซาไประยะหนึ่ง ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาแม้จะมีปัญหาตั๋วบีอี ก็ยังไม่เห็นนักลงทุนโยกเงินจากการลงทุนในตั๋วบีอี เข้ามาลงทุนในกองทุนรวมในหุ้น ซึ่งส่วนตัวมองว่าอาจจะเป็นคนละตลาดกัน แต่ในอนาคต หากนักลงทุนต้องการผลตอบแทนที่สูงขึ้นก็อาจจะหันมาลงทุนในกองทุนรวมหุ้นได้ 

นายประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.ทาลิส กล่าวถึงการประเมินทิศทางของกรอบการแกว่งตัวของตลาดหุ้นไทยในปีนี้ว่า จะเคลื่อนนไหวที่ระดับ 1,450-1,800 จุด หรือมีกรอบการแกว่งตัวที่ระดับ 25% จากปัจจุบัน ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยปกติของตลาดหุ้นไทย  

ทั้งนี้ทิศทางในด้านพื้นฐาน กำไรของบริษัทจดทะเบียนในปี 2559 ถือว่าเป็นปีที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ในปีนี้มองว่ากำไรบริษัทจดทะเบียนยังจะสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในคำแนะนำการลงทุนนั้น ให้นักลงทุนเลือกหุ้นเป็นรายตัวเป็นหลัก 

สำหรับทิศทางเศรษฐกิจและการลงทุนของไทยปีนี้มีแนวโน้มที่ดีขึ้นจากปีที่ผ่านมาเล็กน้อย โดยปัจจัยภายนอกประเทศ ยังต้องติดตามใกล้ชิด โดยเฉพาะนโยบายเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐ และการดำเนินนโยบายที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐเคยประกาศไว้ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง หากมีการนำมาใช้ และจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยอย่างไร

“ปีนี้เศรษฐกิจไทย ยังมีปัจจัยสนับสนุนในเชิงบวกทั้งจากความชัดเจนในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ ทั้งการเดินหน้าโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่ดำเนินการมาในช่วงปลายปี 2559 และจะต่อเนื่องมากขึ้นในปี 2560 รวมถึงมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อของประชาชนในประเทศ และการเดินหน้าเพิ่มการลงทุนของภาคเอกชนที่คาดจะมีมากขึ้นด้วย”