ดุสิต เพิ่มพอร์ตในจีนขยายฐานลูกค้า เผยช่วงตรุษจีนพร้อมจับจ่ายรีสอร์ทหรูเพิ่ม 2 เท่าตัว จับตากำลังซื้อชนชั้นกลาง 400 ล้านคนยังเลือกมาไทย
นายลิม บูน กวี ประธานฝ่ายปฏิบัติการ ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า ปัจจุบันลูกค้าตลาดจีนที่ใช้บริการเครือโรงแรมดุสิตทั้งในไทยและต่างประเทศมีสัดส่วนราว 13% และเป็นรองเพียงตลาดคนไทยที่มีอยู่ 16% และในปีนี้คาดว่าอัตราการเติบโตยังต่อเนื่องถึง 30% และทำให้ขยับส่วนแบ่งเพิ่มเป็น 14-15% ขึ้นได้ เนื่องจากพบว่านักท่องเที่ยวยังมีกำลังซื้อและพร้อมใช้จ่ายมาก ซึ่งการนำโรงแรมไปขยายการรับบริหารต่อเนื่องในจีนมีส่วนช่วยสร้างการรับรู้แบรนด์ในเครือดุสิต และขยายฐานกลุ่มลูกค้าให้ใช้บริการต่อเนื่องที่ไทยและจุดหมายอื่นๆ ที่เป็นที่นิยมของชาวจีน เช่น มัลดีฟส์ และดูไบ
ปัจจุบันดุสิตมีโรงแรมที่เปิดบริการในจีนแล้ว 5 แห่ง และอยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 19 แห่งรวมแล้ว 24 แห่ง ตามแผนขยายธุรกิจอีก 3 ปี จะมีเพิ่มอีก 26 แห่ง รวมเป็น 50 แห่ง ซึ่งขณะนี้เป็นเชนโรงแรมไทยที่ไปเปิดโรงแรมในจีนได้มากที่สุด โดยกลยุทธ์การรับบริหารวาง 60% เป็นรีสอร์ทในทำเลเมืองที่มีศักยภาพ ซึ่งอยู่ในระยะห่างจากเมืองหลักทางรถยนต์ไม่เกิน 3 ชั่วโมง
นายลิม กล่าวว่า แม้ว่ารัฐบาลจะมีนโยบายปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญแต่จะเป็นผลกระทบระยะสั้นต่อโรงแรมในระดับล่าง 2-3 ดาวเท่านั้น แต่ในระยะยาวเมื่อราคาปรับฐานขึ้น เชื่อว่าไทยก็ยังจะเป็นจุดหมายที่นิยมสำหรับชาวจีนเหมือนเดิม เพราะพฤติกรรมตลาดจีนยังพร้อมจับจ่ายเพื่อให้ได้บริการที่ดี เห็นได้จากช่วงตรุษจีนปีนี้โรงแรมดุสิตเดวาราณา ฮอต สปริง แอนด์ สปา กงหัว กวางโจว ในจีน สามารถปรับราคาขายได้สูงถึง 600 ดอลลาร์/คืน (2.1 หมื่นบาท) สูงขึ้นเท่าตัวเมื่อเทียบกับราคาเฉลี่ยตลอดปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 300 ดอลลาร์/คืน (1.05 หมื่นบาท) เช่นเดียวกันโรงแรมดุสิตธานี ในมัลดีฟส์ ทีมีลูกค้าจีนครองตลาดสูงสุด
นอกจากนั้น ปัจจัยที่เชื่อว่ายังจะส่งให้ตลาดจีนเติบโตสูงคือการเดินทางเพิ่มขึ้นของชนชั้นกลางในประเทศที่มีกว่า 400 ล้านคน แต่ปัจจุบันยังมีเพียง 7% เท่านั้นที่มีพาสปอร์ต ดังนั้นเมื่อกลุ่มนี้เริ่มเดินทางออกนอกประเทศครั้งแรก ไทยที่เป็นจุดหมายอันดับต้นที่คนจีนต้องการไปเยือนที่สุด นอกเหนือจากกลุ่มประเทศเชื้อสายจีนด้วยกันอย่าง ฮ่องกง, มาเก๊า, ไต้หวัน จึงมั่นใจว่าการฟื้นตัวของกำลังซื้อที่สูงขึ้นจะเริ่มเห็นชัดในเร็วๆ นี้
จากข้อมูลของรัฐบาลระบุว่าในปี 2559 นักท่องเที่ยวจีนเดินทางไปต่างประเทศ 122 ล้านคน ใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 900 ดอลลาร์/ทริป (ราว 3.1 หมื่นบาท) และไทยครองอันดับ 1 ของประเทศที่สร้างรายได้จากจีนมากที่สุด ตามด้วยญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, อเมริกา และมัลดีฟส์ แสดงให้เห็นถึงกำลังซื้อที่มีจำนวนมหาศาล และไทยยังรักษาตำแหน่งยอดนิยมต่อไปได้ โดยกลุ่มที่ต้องให้ความสำคัญมากขึ้นคือ กลุ่มมิลเลนเนียลส์ ที่มีความต้องการบริการในโรงแรมที่ต่างออกไป ทำให้โรงแรมต้องปรับตัวสนองความต้องการกลุ่มนี้ให้ได้
ด้านนายตัน เอง ลีออง รองประธานอาวุโสฝ่ายบริหารคุณภาพ ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า ภายใต้แผนการขยายโรงแรมด้วยเป้าหมายมี 60 โรงแรมภายใน 5 ปีต่อไปนี้ วางกลยุทธ์นำระบบบริหารคุณภาพทั่วทั้งองค์กร (Total Quality Management : TQM) มาใช้กับโรงแรมในเครือทั้งหมด โดยเบื้องต้นมี 5 โรงแรมในไทย และ 3 โรงแรมในต่างประเทศ ที่ได้รับมาตรฐาน ISO9000 หรือประกาศนียบัตรมาตรฐานระบบการจัดการคุณภาพมาตรฐานสากลไปแล้ว และจะทยอยดำเนินการกับโรงแรมที่ดุสิตเป็นเจ้าของเองทั้งหมด 8 แห่งในไทย และเมื่อระบบทีคิวเอ็มลงตัวแล้ว จะนำเสนอให้นักลงทุนเจ้าของโรงแรมที่ดุสิตเข้ารับบริหาร ดำเนินการเพื่อเข้ารับมาตรการ ISO9000 ด้วย
ทั้งนี้ ดุสิตเป็นกลุ่มโรงแรมไทยรายแรกที่เข้ารับมาตรฐานดังกล่าว โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (ทีเส็บ) 70% และบริษัทเอสจีเอส (ประเทศไทย) หน่วยงานด้านการตรวจสอบวัดผลและให้การรับรอง จะเข้ามาตรวจสอบโรงแรมที่ได้รับมาตรฐานทุก 2 ปี นอกจากนั้นภายในปีนี้ ยังมีแผนดำเนินการเพื่อให้ได้รับรองมาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (ISO 14001) ด้วย และเชื่อว่าด้วยมาตรฐานดังกล่าวจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในการเลือกพัฒนาโครงการร่วมกับดุสิต เนื่องจากจะทำให้มีระบบการจัดการและทำให้เกิดการบริการลูกค้าที่มีคุณภาพ เป็นที่ยอมรับในระดับสากล และบริษัทรับบริหารโรงแรม หรือเชนไทยรายแรกที่มุ่งใช้มาตรฐานดังกล่าวกับทุกโรงแรมในเครือ









